ขณะที่จีนเต็มไปด้วยอินฟลูเอนเซอร์ที่รับงานโปรโมทสินค้าต่างๆ กันเป็นว่าเล่น ล่าสุดนี้ทางการจีนได้ออกกฎใหม่ที่คุมเข้มทั้งตัวแบรนด์สินค้าที่จะจ้างงานอินฟลูเอนเซอร์ รวมถึงตัวอินฟลูเอนเซอร์ที่จะรับงานโปรโมทต่างๆ ด้วย เพื่อลดปัญหาวุ่นวายที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2 ปีที่ผ่านมานี้ เราลองมาดูกันว่ามีกฎใหม่นี้ว่าอย่างไรบ้าง
สำหรับแบรนด์สินค้าต่างๆ รัฐบาลสั่งห้ามว่าจ้างคนดังที่ทำตัวผิดศีลธรรมหรือผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยพฤติกรรมต้องห้ามทั้งหลายเหล่านี้ก็เช่น ติดยาเสพติด เล่นการพนัน เมาแล้วขับ คุกคามคนอื่น หนีภาษี รวมถึงการฉ้อโกง ฯลฯ
โดยเรื่องนี้มีต้นทางมาจากกรณีของคริส วู (Kris Wu) ที่ถูกจับในข้อหาข่มขืนเมื่อปี 2021 และก่อนหน้านั้นเขาก็มีข่าวลือเกี่ยวกับพฤติกรรมไม่ดีเรื่องเซ็กซ์มาบ้างแล้ว แต่หลายแบรนด์ก็ยังทำงานร่วมกับเขาอยู่ จนกระทั่งเมื่อมีคำตัดสินของศาลออกมาจริงๆ ว่าเขาทำผิดกฎหมาย ก็เกิดเป็นปัญหาเมื่อมีแบรนด์ที่ยังติดสัญญากับเขาอยู่ เช่น แบรนด์เครื่องครัว Vatti ที่ยื่นคำร้องต่อศาลว่าทางแบรนด์สูญเสียผลประโยชน์มหาศาล และคริส วู จำเป็นต้องชดเชย ซึ่งกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตในจีน
กฎใหม่ของจีนข้อนี้จึงไม่เพียงแต่ขีดเส้นให้ทางบริษัทที่ว่าจ้างเริ่มตัดสินใจตั้งแต่ได้กลิ่นไม่ดี และรีบจัดการสัญญาที่มีให้จบ แต่ทางรัฐบาลยังไม่ต้องการให้ภาคธุรกิจส่งเสริมคนดังที่มีพฤติกรรมบั่นทอนศีลธรรมอันดีของประเทศด้วย
ขณะที่ทางฝั่งคนดังเองก็ต้องระมัดระวังในการรับงานเช่นกัน เพราะมีกฎที่ระบุว่าในการจะรับงานใดๆ ตัวคนดังต้องรู้จักทั้งผลิตภัณฑ์และตัวแบรนด์ที่จะรับงานอย่างถ่องแท้ ต้องรู้ถึงแบ็กกราวด์ของบริษัท ไม่ใช่แค่รับบรีฟคร่าวๆ แล้วเอามาพูดต่อ รวมถึงต้องใช้จริงด้วย
กฎข้อนี้มีที่มาเช่นกัน จากกรณีของหลี่ ตัน (Li Dan) สแตนด์อัพคอมเมเดียนที่รับงานโฆษณาของแบรนด์ชุดชั้นใน Ubras โดยตัวโฆษณาเลือกใช้คำพูดถึงชุดชั้นในผู้หญิงว่าคือ “ชุดทำงาน” ซึ่งนับเป็นคำพูดเหยียดเพศเห็นๆ และสร้างความไม่พอใจให้ประชาชนในประเทศ
สิ่งที่เกิดขึ้น คือ หลี่ ถูกปรับกว่า 870,000 หยวน ฐานที่พูดโปรโมทสินค้าที่ตัวเองไม่ได้ใช้ ซึ่งแม้จะไม่ได้ตรงประเด็นกับเรื่องเหยียดเพศที่เป็นประเด็นขนาดนั้น แต่การปรับเงินครั้งนี้ก็ถูกนำมาคิดต่อและนำมาสู่กฎใหม่ของจีนนี้ในที่สุด
ทั้งหมดทั้งมวล ไม่ใช่เพียง 2 กรณีที่กล่าวมา แต่การรับงานของอินฟลูเอนเซอร์ในจีนนั้นเป็นสิ่งที่รัฐบาลกังวลมาพักใหญ่ ในทางหนึ่งมันขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ แต่ขณะเดียวกันมันก็ส่งอิทธิพลต่อความคิดคนในสังคม และมีส่วนสร้างภาพลักษณ์ของสังคมจีนอย่างเห็นได้ชัด
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องออกกฎให้เข้มงวดมากขึ้น
“แบรนด์สินค้าและคนดังทั้งหลายต้องไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ทางธุรกิจ แต่ต้องให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ที่สังคมได้รับ และมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย” ตัวแทนของรัฐกล่าว
Source1Source2