อุตสาหกรรมค้าปลีกไทยปัจจุบัน สมาคมผู้ค้าปลีกไทยรายงานว่ามีมูลค่าประมาณ 3.6 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจโชห่วยมีสัดส่วน 45 – 47% หรือ 1.03 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นช่องทางขายที่สำคัญ ใกล้ชิดกับคนในชุมชน เป็น 1 ในองค์ประกอบสำคัญของระบบค้าส่งของไทย ทำให้ค้าปลีกยักษ์ใหญ่เริ่มมีโมเดลใหม่ๆมาดึงร้านโชห่วยเข้ามาเป็นเครือข่าย ชิงพื้นที่ในธุรกิจโชห่วยมากขึ้น

อย่าง 2 ยักษ์ใหญ่ ทีดี ตะวันแดงบริษัทในกลุ่มธุรกิจ คาราบาว พัฒนาร้าน “ถูกดี มีมาตรฐาน” ให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของชุมชน มีร้านค้าเครือข่ายกว่า 5,000 แห่ง ภายในปี 2565 ตั้งใจขยายจำนวนให้ครบ 10,000 แห่ง และในปี 2566 ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 20,000 แห่ง และปี 2567 จะมี 30,000 แห่ง
คอนเซปต์ของ ร้านถูกดี มีมาตรฐาน คือการนำระบบการจัดการแบบโมเดิร์นเทรด (POS) เข้าไปช่วยบริหารจัดการ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารต้นทุน รายได้ และกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทีดี ตะวันแดง เริ่มที่จะต่อยอดความเป็นเครือข่ายร้านค้าปลีกที่ทรงพลังของร้านถูกดี มีมาตรฐานแล้ว ด้วยการทดลองจะเริ่มทดลองระบบ “ขายเชื่อ” หรือการปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าในการซื้อสินค้าในร้านวงเงินประมาณ 500-1,000 บาทต่อราย รวมไม่เกิน 2 แสนบาท/ร้าน เพื่อเสริมสภาพคล่องผู้บริโภคและกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชน รวมถึงเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการ เพื่อรับมือปัญหาเศรษฐกิจ-กำลังซื้อในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ร้านถูกดี มีมาตรฐาน ถูกบริหารภายใต้แนวคิด “กินแบ่ง ไม่กินรวบ” โดยทางบริษัทฯ จะคิดส่วนแบ่งกำไรเพียง 15% เป็นค่าบริหารจัดการ ในส่วนของเจ้าของร้าน จะได้รับส่วนแบ่งกำไร 85% เพื่อให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน และกลายมาเป็นเส้นเลือดสำคัญในการหล่อเลี้ยงชุมชนในอนาคต
และแม็คโครกับการเปิดตัวโมเดลน้องใหม่ “บัดดี้มาร์ท” ออกมาชิงตลาดนี้ด้วย โดยจุดแข็งของแม็คโครคือ การทำตลาดกับกลุ่มลูกค้าที่เป็นโชห่วยมาอย่างยาวนาน ทำให้มีฐานลูกค้ากลุ่มนี้ค่อนข้างแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันเครือข่ายสาขาที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ก็เข้ามาเป็นโครงข่ายที่สำคัญในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้แบบลงลึก
การปั้นโมเดลร้านบัดดี้ มาร์ทของแม็คโคร ล่าสุด มีตัวเลขร้านบัดดื้ มาร์ทแล้ว 25 ร้าน คาดว่าภายในสิ้นปี 2565 นี้ ตัวเลขจะขยับขึ้นมาที่ 300 ร้าน และภายในสิ้นปี 2566 แม็คโคร จะขยับขึ้นเป็น 2,000 ร้านค้า เป้าหมายระยะยาว แม็คโครสามารถผลักดันให้ตัวเลขของร้านเครือข่ายบัดดี้ มาร์รทได้ถึง 20,000 ร้าน
อีกทั้งภายใต้เครือข่ายร้านบัดดี้มาร์ทจะมีทีมงานให้คำปรึกษาจากสาขาของแม็คโครทั้ง 147 แห่งใน 69 จังหวัดทั่วประเทศ มีพันธมิตรซัพพลายเออร์สินค้าที่แข็งแกร่ง เพื่อเป็นทางเลือกให้ร้านโชห่วยที่สนใจได้พัฒนาและเพิ่มยอดขาย ที่สำคัญมีระบบการจัดการสต๊อกและการสั่งซื้อสินค้าเข้าร้านที่รวดเร็ว ทำให้เจ้าของร้านสะดวก มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องใช้เวลาบริหารจัดการมากเท่าเดิม
ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนร้านโชห่วยประมาณ 400,000 แห่ง เมื่อ 2 ยักษ์ใหญ่เปิดเกมชิงร้านโชห่วยที่กระจายอยู่ทั่วประเทศแน่นอนว่า เป้าหมายนั่นคือการเป็นช่องทางใหม่ในการสร้างเครือข่ายเพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจลงลึกสู่ระดับชุมชน เพิ่มอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์ และรวมถึงการเป็นช่องทางในการกระจายสินค้าของตัวเองอีกด้วย