ในสนามค้าปลีกไทยร้านค้าดั้งเดิม หรือ โชห่วย ถือว่าครองสัดส่วนอยู่เกือบครึ่งของตลาด โดยตัวเลขจากสมาคมค้าปลีกไทยชี้ให้เห็นว่าอัตราส่วนของ โชห่วยมีถึง 45-47% จากตัวเลขชี้ให้เห็นว่าตลาดโชห่วยยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก แต่อย่างไรก็ตามอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ร้านโชห่วยยังไม่สามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่เนื่องจาก Pain Point 4 ข้อ คือพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป หันเข้าหาความสะดวกสบายเข้าร้านสะดวกซื้อมากขึ้น ถัดมาคือการปรับตัวเรื่องของสินค้าและบริการไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค เรื่องสำคัญลำดับต่อมา คือสภาพคล่องและความสามารถในการกู้เงิน การเข้าถึงแหล่งเงินทุนต่างๆ เพื่อนำมาปรับปรุงร้านค้า ทำให้ขาดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการร้านค้าที่น่าสนใจ สุดท้าย คือไม่มีผู้สืบทอดกิจการเพราะคนรุ่นใหม่มองว่ากิจการรุ่นพ่อแม่ไม่มีอนาคตจึงหันหลังให้กับธุรกิจของครอบครัว

จึงเป็นที่มาของการเปิดตัว “บัดดี้มาร์ท” ร้านค้ารู้ใจชุมชน โมเดลธุรกิจชุมชนแบบใหม่ของ แม็คโคร ภายใต้แนวคิด “ครบ คุ้ม เพื่อนคู่ใจชุมชน” เนื่องจากมองเห็นโอกาสว่าแม้ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 จากฐานสมาชิกกว่า 5 แสนรายที่แม็คโครมี ยังสร้างรายได้ ให้บริษัทและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น โดยโมเดล “บัดดี้มาร์ท” จะเน้นความเป็นเจ้าของเดิม เสริมความสัมพันธ์กับชุมชนให้แข็งแกร่งด้วยเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญที่แม็คโครมีมากกว่า 33 ปี จะช่วยทลายกำแพงปัญหาการเข้าถึงเงินลงทุนของร้านโชห่วย ให้สามารถคงความเป็นเอกลักษณ์และเสน่ห์แบบโชห่วยดั้งเดิม แต่สามารถตอบโจทย์ชุมชน ด้วยสินค้าหลากหลายจากแบรนด์ดังผ่าน Big Data

“บัดดี้มาร์ทต้องการเป็นเพื่อนแท้ทั้งกับคนในชุมชนหรือเจ้าของร้านโชห่วย และมุ่งพัฒนาร้านค้าบัดดี้มาร์ทให้เป็นศูนย์กลางของคนในชุมชน แม็คโครอยู่กับโชห่วยมานานกว่า 33 ปี เรามีข้อมูลในแง่ของ Big Data ว่าสินค้าไหนขายดี พื้นที่ตรงไหนตอบโจทย์ นอกจากนั้นเรื่องของการตลาดชุมชนเรามีผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานกับทางโชห่วยมานาน ซึ่งเรามองเห็นถึงการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนและดึงดูดให้ผู้คนในชุมชนกลับมาซื้อซ้ำ รวมถึงบริการเสริมที่จะเข้ามาเสริมแกร่งให้กับโชห่วย เช่น ตู้เติมเงิน ตู้กาแฟอัตโนมัติ ตู้ซักผ้าอัตโนมัติ สุดท้าย คือการเป็นศูนย์กลางสินค้าชุมชน เรามุ่งมั่นที่จะรักษาอัตลักษณ์ของความเป็นโชห่วยเดิม เราต้องการเป็นแค่ผู้ช่วยเท่านั้นเพราะเราเห็นโอกาสการเติบโตของสินค้าท้องถิ่นในชุมชนว่าเป็นตัวขับเคลื่อนชุมชนเป็นสำคัญ” เอกพล คูสุวรรณ ผู้จัดการโครงการบัดดี้มาร์ท เปิดเผย
หากมองถึงจุดเด่นของโมเดลธุรกิจ “บัดดี้มาร์ท” ที่จะเข้ามาช่วยพัฒนาให้โชห่วยเติบโตอย่างมีศักยภาพ ก็จะเห็นว่าประกอบไปด้วย 5 ข้อสำคัญ คือ
โมเดลการลงทุนที่คุ้มค่า (Attractive Investment) บัดดี้มาร์ท ลงทุนน้อยแต่คุ้มค่าเพราะเริ่มต้นเพียง 4 แสนบาท โดยถ้าสมัครภายในปีนี้มีโปรโมชั่นส่วนลด 2 แสนบาทค่าปรับปรุงร้าน สำหรับ 300 ร้านค้าในพื้นที่ให้บริการ นอกจากนี้ บัดดี้มาร์ทยังลงทุนให้คู่ค้าอีกมูลค่าประมาณ 1.5 ล้านบาท สำหรับเป็นค่าระบบ POS ระบบบริหารจัดการร้าน อุปกรณ์ชั้นวาง ตู้แช่ และสินค้าทั้งหมดภายในร้าน

ข้อเสนอด้านสินค้าที่ดีจากพันธมิตรทางธุรกิจ (Best Offer) ซัพพลายเออร์ชั้นนำให้การสนับสนุนสินค้าราคาดี คุ้มค่า มากกว่า 20,000 รายการ พร้อม โปรโมชั่นที่ดึงดูดลูกค้า สร้างทราฟฟิกให้ร้านบัดดี้มาร์ทอย่างต่อเนื่อง เช่น ไทยน้ำทิพย์ ซึ่งมีการศึกษาความต้องการของลูกค้าทั้งเรื่องพื้นฐานและพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มของลูกค้า เทรนด์ของเครื่องดื่มที่คนแต่ละเจนเนอเรชั่นชื่นชอบ บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมกับโชห่วยในปัจจุบันเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ยูนิลีเวอร์ ใช้ประสบการณ์กว่า 90 ปีที่ทำตลาดในไทยทำให้เข้าใจผู้บริโภครวมถึงร้านค้าในช่องทางต่างๆ รวมถึงการนำความรู้เรื่องของ Category Management มาช่วยพัฒนาร้านค้าในชุมชน ในขณะที่ ธนาคารกรุงเทพ จะเข้ามาเสริมเรื่องของการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อปิดจุดอ่อนให้โชห่วยสามารถปรับตัวและสามารถเปิดร้านได้ทันที พีแอนด์จี กว่า 87% ของครัวเรือนไทยจะมีสินค้าของพีแอนด์จีอยู่ในบ้าน พีแอนด์จีจึงมีความเข้าใจลูกค้าเป็นอย่างดีว่าผู้บริโภคต้องการอะไร การร่วมมือกันในครั้งนี้จะเข้ามาช่วยตอบโจทย์โชห่วยด้วยข้อมูลต่างๆ เพื่อคัดเลือกโปรดักต์ที่เหมาะสมทั้งเรื่องของราคา สินค้า และแพ็กเกจจิ้ง สุดท้ายคือเนสท์เล่ จะเข้ามาช่วยเลือกสรรสินค้าที่เหมาะกับแต่ละภูมิภาค รวมถึงช่วยในเรื่องของ Soft Skill อย่างการบริการให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค ขายของให้เป็น เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
การเข้าถึงสินเชื่อด้วยเงื่อนไขที่ดีที่สุด (Best Loan) โดยร่วมกับธนาคารกรุงเทพ ปล่อยสินเชื่อโดยสามารถกู้ได้สูงสุด 100% ของมูลค่าการลงทุน มีระยะเวลาการผ่อนชำระสูงสุดนาน 5 ปี พร้อมสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับผู้ประกอบการบัดดี้มาร์ท
มีกิจกรรมการตลาดต่อเนื่อง โดยใช้ฐานข้อมูลที่แข็งแกร่งของแม็คโครวิเคราะห์ส่วนของการทำตลาดกับคนในชุมชนละแวกร้านค้า การดึงดูดลูกค้าให้มาใช้บริการ รวมถึงการจัดโปรโมชั่น แนะนำสินค้าขายดีในร้านโชห่วยที่จะสร้างโอกาสทำเงินได้มากขึ้น รวมถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมความแกร่งให้โชห่วยไทยเติบโตไปสู่ก้าวต่อไป
การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมแกร่ง (Technology) มีการพัฒนาระบบเพื่อแก้ไขปัญหาที่เคยเกิดขึ้น ตอบโจทย์การบริหารจัดการ มีความทันสมัย สอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป อาทิ ระบบ POS และช่องทางการชำระเงิน E-payment ต่างๆ

สำหรับรูปแบบร้านค้า “บัดดี้มาร์ท” จะแบ่งเป็น 3 ขนาด คือขนาดพื้นที่น้อยกว่า 50 ตร.ม. ขนาดพื้นที่ 51-100 ตร.ม. และขนาดพื้นที่มากกว่า 100 ตร.ม. โดยมีระยะสัญญา 3 ปี
“ปัจจุบันมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมกับโมเดลบัดดี้มาร์ทเป็นจำนวนมาก เพราะเชื่อมั่นในความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการร้านค้าปลีกของเรา ที่สำคัญเพื่อเป็นการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเก็บสต๊อกสินค้าจำนวนมาก ทางบัดดี้มาร์ทจึงออกแบบให้เจ้าของร้านสั่งสินค้าได้บ่อยๆ และมีความถี่ในการส่งสินค้าเข้าร้านถึงอาทิตย์ละ 4 ครั้ง นอกจากนี้เจ้าของร้านยังสามารถปรับเปลี่ยนออร์เดอร์ให้เหมาะกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นได้ ส่งผลให้ผู้ที่เปิดร้านกับบัดดี้มาร์ทมียอดขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 40%”
ปีนี้ “บัดดี้มาร์ท” ตั้งเป้าภายในสิ้นปี 2566 จะขยายให้ได้ 2,000 ร้านค้า โดยเฉพาะภาคกลางและอีสาน
“เราใส่ใจกับร้านค้าที่เปิดไปแล้วค่อนข้างมาก ทั้งที่ตั้ง พฤติกรรมการซื้อ เรามุ่งมั่นตั้งใจสร้างรากฐานให้มั่นคงเน้นคุณภาพมากกว่าจำนวน เพราะเราหวังให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคู่ค้าเราต้องดีขึ้น” เอกพล กล่าวปิดท้าย