ประเทศไทยกำหนดเป้าหมายชัดเจนในการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net-Zero GHG Emissions ภายในระยะครึ่งหลังของศตวรรษนี้ และมีระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุด หรือ Peak GHG Emissions ใน ค.ศ. 2030 รวมถึงตั้งเป้าเป็นประเทศที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality ภายใน ค.ศ. 2065 ผ่านการดำเนินงานตามแผนพลังงานชาติ โดยมุ่งเน้นมาตรการสำคัญ เช่น การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน การใช้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการปรับโครงสร้างกิจการพลังงานเพื่อรองรับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เป็นต้น
นโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ถือเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ หรือ Low-carbon Society เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่มาจากภาคขนส่งปีละ 80 ล้านตัน จากปริมาณรวมทั้งประเทศปีละ 350 ล้านตัน

บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA ในฐานะของบริษัทชั้นนำด้านการลงทุนในเชิงกลยุทธ์ซึ่งจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีพอร์ตการลงทุนในธุรกิจที่หลากหลาย ประกอบไปด้วย กลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ กลุ่มธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่มการลงทุนอื่น ขานรับนโยบายรัฐบาลในการผลักดันยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และสร้าง Low-carbon Society ด้วยการรุก Green Business เปิดตัว บริษัท พี80 โก จำกัด (P80 Go) พัฒนาและจัดจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้แบรนด์ P80 Go
โดยกลุ่มเป้าหมายเบื้องต้น P80 Go ตั้งใจเจาะไปยังกลุ่มไรเดอร์ซึ่งขยายตัวอย่างรวดเร็วสอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่หันมาใช้บริการดิลิเวอรี่มากขึ้น รวมถึงต้องการมีส่วนในการช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพไรเดอร์ที่ได้รับผล กระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและสภาพเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
การเปิดตัว P80 Go ในครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือกับบริษัท สตรอม (ไทยแลนด์) จำกัด (STROM) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาและจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอยู่ในแวดวงรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 และบริษัท สวอพ แอนด์ โก จำกัด (Swap & Go) ผู้ให้บริการเครือข่าย Battery Swapping หรือการสลับแบตเตอรี่ที่ได้มาตรฐานสากลแก่ผู้ใช้งานรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแบบไม่ต้องรอชาร์จ ความร่วมมือในการพัฒนานี้จะทำให้ P80 Go สามารถใช้งานสลับแบตเตอรี่ในระบบของ Swap & Go ได้ในอนาคต

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า P80 Go มีกำลังการผลิตเบื้องต้นประมาณการไว้ที่ร้อยละ 10–20 ของตลาดรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าภายในประเทศ หรือ 1,000–2,000 คันต่อปี โดยความร่วมมือกับ STROM จะสามารถขยายกำลังการผลิตมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าได้ถึง 3,000 คัน ในปีแรก และจะขยายไปสู่ 25,000 คัน ในอีก 3 ปีข้างหน้า ช่วงราคาอยู่ตั้งแต่ 50,000 -120,000 บาท ซึ่งในอนาคต ผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า P80 Go จะได้รับความสะดวกจากการสามารถสลับเปลี่ยนแบตเตอรี่กับเครือข่ายตู้สลับแบตเตอรี่ (Battery Swapping Station) ของ Swap & Go ซึ่งมีจุดให้บริการครอบคลุมหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ และมีแผนขยายเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีกระบวนการใช้งานให้ง่าย สะดวก และทันสมัย โดยผู้ใช้งานเพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Swap & Go เชื่อมต่อกับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่รองรับการใช้งาน เพื่อตรวจสอบปริมาณแบตเตอรี่ ค้นหาตำแหน่งสถานีสลับแบตเตอรี่ จองแบตเตอรี่ใหม่ล่วงหน้า และมีระบบนำทางไปยังสถานี เมื่อไปถึงสถานีสามารถสแกน QR Code เพื่อสลับแบตเตอรี่เดิมกับแบตเตอรี่ใหม่พร้อมใช้งานในตู้ชาร์จด้วยตัวเองได้สะดวกและรวดเร็ว
ความร่วมมือระหว่าง P80 Go, STROM และ Swap & Go นับเป็นการเติมเต็ม EV Ecosystem เพื่อเตรียมความพร้อมในการเพิ่มจำนวนการใช้งานรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในประเทศไทยผ่านการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ สู่เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน
สำหรับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า P80 Go จะมีบริการ 3 แบบ คือ แบบให้เช่าใช้รถ มีสัญญามีกำหนดระยะเวลาคืนรถเมื่อถึงเวลา แบบเช่าซื้อ สัญญามีกำหนดระยะเวลา รถเป็นของผู้เช่าเมื่อครบระยะเวลา และแบบขายขาด ซึ่งรูปแบบการจัดจำหน่ายอยู่ในขั้นตอนการปรึกษารายละเอียดกับสถาบันการเงินเพื่อคัดเลือกรูปแบบธุรกิจที่เหมาะสม และเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทุกฝ่าย

ซึ่งล่าสุด P80 Go ถูกนำมาใช้กับกลุ่มไรเดอร์ พิซซ่า ฮัท เพื่อจัดส่งอาหารให้แก่ลูกค้า ถือเป็นเป็นการนำร่องใช้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ที่ช่วยสนับสนุนแนวคิดจิตสำนึก “รักษ์โลกและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ในสังคมไทย เฟสแรกจะให้บริการดิลิเวอรี่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จากนั้นจึงขยายบริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศในอนาคตเพื่อช่วยสร้างสังคมคาร์บอนต่ำซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายด้านความยั่งยืนของพิซซ่า ฮัท ในประเทศไทย
นอกจากธุรกิจรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า P80 Go แล้ว TTA ยังเป็นผู้ให้บริการเรือโดยสารไฟฟ้าในคลองสายสำคัญ 2 สาย คือคลองผดุงกรุงเกษม จากสถานีรถไฟฟ้าหัวลำโพง- ตลาดเทวราช เปิดให้บริการเดือนพฤศจิกายน 2563 ส่วนสายที่ 2 คือคลองแสนแสบส่วนต่อขยาย จากวัดศรีบุญเรือง-เขตมีนบุรี เปิดให้บริการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีเรือโดยสารไฟฟ้าทั้งหมด 20 ลำ วิ่งระยะทางรวมทั้ง 2 สาย 15.50 กิโลเมตร
“ภาวะโลกร้อนเป็นสาเหตุทำให้เกิดภัยพิบัติต่างๆ TTA GROUP เล็งเห็นปัญหาที่จะส่งผลกระทบไปสู่คนรุ่นหลังจึงขยายการลงทุนไปในธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อนำประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ” คุณเฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TTA และบริษัท พี80 โก จำกัด กล่าว
การรุก Green Business ของ TTA GROUP ถือเป็นอีกหนึ่งพลังสนับสนุนการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ประโยชน์ร่วมกัน