ก้าวเข้าสู่ปีที่ 45 สำหรับ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ขยายอาณาจักรครบ 45 ศูนย์การค้า ครอบคลุม 23 จังหวัดทั่วประเทศ ทว่าหากเจาะลึกลงไปในพอร์ตโฟลิโอ เราจะเห็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่น่ามีความน่าสนใจนั่นคือ 1 จังหวัด มากกว่า 1 ศูนย์การค้า ในหัวเมืองใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นชลบุรี 4 แห่ง, เชียงใหม่ 2 แห่ง, ขอนแก่น 2 แห่ง, นครปฐม 2 แห่ง และสุราษฎร์ธานี 2 แห่ง
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือเป็นเพียงการทุ่มทุนสร้าง เพราะจริง ๆ แล้วคือ Strategic Move ที่ผ่านการวิเคราะห์มาแล้วภายใต้โมเดล Retail-Led Mixed-Use Development เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ Ecosystem ทางธุรกิจ แล้วเซ็นทรัลพัฒนาทำอย่างไรไม่ให้ Cannibalization หรือการแย่งลูกค้ากันเองจากการขยายสาขาในรัศมีที่ใกล้เกินไป
รวมถึงวันนี้ศูนย์การค้ารูปแบบ One Size Fits All ไม่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มีความหลากหลายได้อีกต่อไป เซ็นทรัลพัฒนาจึงแตกโมเดล Sub-format เพื่อซอยย่อยกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน
อย่างกรณีของชลบุรีอาจตอบชัดเจนที่สุด ด้วยทำเลที่ครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว เซ็นทรัลวางบทบาทแต่ละศูนย์แยกจากกัน “เซ็นทรัล พัทยา” ทำหน้าที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว “เซ็นทรัล มารีนา” เป็นไลฟ์สไตล์มอลล์ “เซ็นทรัล ชลบุรี” รองรับคนในตัวเมือง ขณะที่ “เซ็นทรัล ศรีราชา” ชูคอนเซ็ปต์ Eco-Friendly Mall แห่งแรกของภาคตะวันออก ขณะที่สุราษฎร์ธานี สำหรับคนโลคอล และเซ็นทรัล สมุยสำหรับเมืองท่องเที่ยวบนเกาะ
นอกจากนี้ยังได้ขยายตัวตามผังเมือง เมื่อความเจริญไม่ได้กระจุกตัวอยู่ในไข่แดงของเมืองอีกต่อไป การเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานและหมู่บ้านจัดสรรทำให้เกิด New CBD การปักหมุดสาขาที่ 2 จึงเป็นการจับ Catchment Area ที่กำลังซื้อขยับขยายออกไป ยกตัวอย่างจังหวัดนครปฐม การมีอยู่ของ “เซ็นทรัล ศาลายา” คือการดักกำลังซื้อจากรอยต่อกรุงเทพฯ ตะวันตกและกลุ่มสถานศึกษาขนาดใหญ่ ขณะที่ “เซ็นทรัล นครปฐม” ทำหน้าที่ตีโอบเข้าสู่ศูนย์กลางวิถีชีวิตดั้งเดิมของจังหวัด เพื่อเป็น Center of Life ของคนพื้นที่
แน่นอนว่าเซ็นทรัลพัฒนาไม่ได้หยุดอยู่เพียงการสร้างพื้นที่เช่า เพราะหัวใจสำคัญคือการสร้าง “Ecosystem” ที่แข็งแกร่ง สาขาที่เปิดเพิ่มหรือได้รับการปรับปรุงใหม่ จะถูกยกระดับให้เป็น Mixed-use อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้าง Synergy ภายในโครงการ ยกตัวอย่างกรณีของจังหวัดเชียงใหม่ที่มีการแบ่งขั้วอย่างชัดเจน
“เซ็นทรัล เชียงใหม่” ถูกวางให้เป็น Mixed-use ที่มีทั้ง Retail และ Residential ตอบโจทย์ความต้องการผ่านการนำเสนอแบรนด์ไลฟ์สไตล์เพื่อสอดรับกับครอบครัวที่เติบโตใหม่ไปพร้อม ๆ อสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตในพื้นที่ตอนเหนือของตัวเมืองทั้งแนวราบและแนวดิ่งตามการขยายตัวของครอบครัวใหม่ ๆส่วน “เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต” เป็นแลนด์มาร์กมิกซ์ยูสแห่งใหม่ของเมืองด้วยคอนเซ็ปต์Reimagining Lanna ที่คงอัตลักษณ์ของจังหวัดเอาไว้

สำหรับขอนแก่น นอกเหนือจากสาขาหลักใจกลางเมือง เซ็นทรัลพัฒนาเตรียมเปิด “เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส” 20 พ.ค.นี้ เป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาด 30 ไร่ ประกอบด้วย ศูนย์การค้า คอนโด PHYLL KHONKAEN และโรงแรม GO! Hotel ตั้งอยู่บนที่ดินเดียวกัน โดยคอนเซปต์ คือ The New Dimension of Lifestyle หรือพื้นที่ที่จะรวมไลฟ์สไตล์คนเมือง (Urban Lifestyle) เข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น (Local Wisdom) มาพร้อมพื้นที่สีเขียวภายในอาคาร (Indoor Garden) เพิ่มพื้นที่พักผ่อนใจกลางเมือง
นอกจากนี้ เซ็นทรัลพัฒนาได้ตัดสินใจขยาย “เซ็นทรัล ภูเก็ต” โครงการเมกะมิกซ์ยูสใจกลางภูเก็ตบนที่ดิน 110 ไร่ หลังขยายครั้งแรกไปในปี 2018 ด้วยการเพิ่มโซน Floresta ยกระดับเป็น Luxury Mall เพื่อต้อนรับกำลังซื้อระดับไฮเอนด์ การพัฒนาครั้งนี้ทำให้ เซ็นทรัล ภูเก็ต กลายเป็นโครงการที่มีมูลค่าสูงถึง 26,000 ล้านบาท โดยเพิ่มพื้นที่เข้ามาอีก 40% ผ่านการขยายทั้งโซนเดิมที่มีอยู่อย่าง Floresta และ Festival ไปจนถึงเพิ่มโซนใหม่เข้ามา ด้วยความตั้งใจที่จะผลักดันภูเก็ตให้เป็นหมุดหมายระดับโลก
การที่เซ็นพัฒนาพยายามพัฒนาเมืองให้มีศูนย์การค้าหลายรูปแบบในจังหวัดเดียว นอกจากจะเป็นการอุดช่องโหว่ป้องกันคู่แข่งแล้ว ยังเป็นการสร้าง Ecosystem การใช้ชีวิตที่ผูกพันกับผู้บริโภคท้องถิ่นในทุกมิติ ตั้งแต่ตื่นนอน ช้อปปิ้ง ทำงาน ไปจนถึงการอยู่อาศัยแบบครบวงจร