โลโก้ใบไม้สีเขียวโฉมใหม่ของ “บางจาก” ถูกเผยออกมา วงกลมภายในใบไม้สื่อถึงความเคลื่อนไหว เพื่อตอกย้ำให้เห็นถึงอนาคตที่องค์กรนี้กำลังมุ่งหน้าไป จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นจากวิกฤตโควิด ซึ่งผู้นำและทุกคนในองค์กรยอมรับว่าเหมือนพายุลูกใหญ่ที่ซัดให้บางจากเข้าถ้ำ ผลประกอบการหล่นฮวบจากดีมานด์การใช้น้ำมันที่ชะงักงันจากมาตรการล็อคดาวน์
ต้นปี 2563 ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ตัดสินใจปรับองค์กรทันทีผ่านแนวคิด 3Rs : Refocus Restructure Reimagine
“ธุรกิจที่เราถนัดจะ Refocus มากขึ้น ส่วนอะไรที่ไม่ถนัดเช่น เหมืองลิเธียม และร้านสะดวกซื้อ SPAR เรา Restructure ยุติการลงทุน ส่วน Reimagine จะเป็นการลงทุนใหม่ๆ เพื่อสร้าง New S-Curve ส่งผลให้บางจากเริ่มฟื้นตัวในปี 2564 และ 9 เดือนแรกของปี 2565 มี EBITDA สูงถึง 37,773 ล้านบาท”
จากนี้ต่อไปบางจากได้วางแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวไปจนถึงปี 2573 (ค.ศ.2030) อัพสเกล 5 กลุ่มธุรกิจ ดังนี้
กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน มุ่งต่อยอดการเติบโตจากศักยภาพใหม่ ๆ นอกจากน้ำมันยานยนต์ที่ทำอยู่แล้วจะเน้นผลิตน้ำมันที่มีศักยภาพตามความต้องการของตลาดหรือลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (Niche Products Refinery) เช่น Unconverted Oil นำ Cooking Oil ที่ใช้แล้วมาผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานส่งออกไปขายที่ยุโรป ทั้งนี้ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วน EBITDA ของกลุ่มธุรกิจเชื้อเพลิงนอกยานยนต์เป็นกว่า 60% ภายในพ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030)
กลุ่มธุรกิจการตลาด สร้างคอนเซ็ปต์ใหม่ให้เป็นมากกว่าสถานที่เติมน้ำมัน ผ่านการเติบโตจากธุรกิจ Non-Oil อย่าง อาหารและเครื่องดื่ม และ EV Charger สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนความร่วมมือกับคู่ค้าและรายได้จากแฟรนไชส์ เพื่อขยายเครือข่ายสถานีบริการ บางจากด้วยเป้าหมาย1,900 แห่งและร้านกาแฟอินทนิล 3,000 แห่งทั่วประเทศในปีพ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030)
กลุ่มธุรกิจพลังงานไฟฟ้า ภายใต้การดำเนินงานโดยบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) วางเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าเป็น 6,800 GWh โดยมีสัดส่วนหลักจากการเติบโตในกลุ่มธุรกิจพลังงานสีเขียว เสริมด้วยธุรกิจแบตเตอรี่และการกักเก็บพลังงาน การให้บริการด้านเทคโนโลยีพลังงาน พลังงานรูปแบบใหม่และธุรกิจคาร์บอนต่ำอื่น ๆ
กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพภายใต้การดำเนินงานโดยบริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) ที่เพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อต้นปีที่ผ่านนมา ได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนธุรกิจหลักกว่า 70% ของ EBITDA ให้มาจากผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง โดยเน้นการรุกขยายธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพซึ่งพัฒนาขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีชีววิทยาสังเคราะห์ (SyntheticBiology หรือ SynBio) และต่อยอดการเติบโตในกลุ่มธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อเพลิงอากาศชีวภาพแบบยั่งยืนสำหรับอุตสาหกรรมการบิน
กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติและธุรกิจใหม่ ขยายธุรกิจในกลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ โดยในส่วนของธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมนั้น มีเป้าหมายการผลิตมากกว่า 100,000boepd (บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน) ภายในปีพ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) จากการดำเนินการแหล่งปิโตรเลียมในประเทศของนอร์เวย์ผ่านบริษัทฯ OKEA ASA ที่กลุ่มบริษัทบางจากเป็นผู้ถือหุ้นหลักในปัจจุบัน ตั้งเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วน EBITDA กว่า 7,000 ล้านบาทภายในปีพ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) จากธุรกิจที่กำลังพัฒนา อาทิ Winnonie ผู้นำแพลตฟอร์มให้บริการรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าพร้อมเครือข่ายสับเปลี่ยนแบตเตอรี่อัตโนมัติ ธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และธุรกิจ New S-Curve ใหม่ๆ อย่าง Climate Tech, Blue-Green Hydrogen และ Carbon Capture เป็นต้น
“จากพัฒนาการโลโก้บางจากจะพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงผ่านมา 4 ยุคแล้ว โลโก้ก่อนหน้านี้เป็นใบไม้เฉยๆ แต่โลโก้ล่าสุดจะมีวงกลมอยู่ในใบไม้ สื่อถึง Mobility ของบางจากที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา บวกกับเกลียวในใบไม้ที่พร้อมจะแตกยอดแตกหน่อต่อไป เพราะปัจจุบันบางจากมี Asset ทั้งหมด 2.2 แสนล้านบาท มีสภาพคล่องทางการเงินสูงกว่า 40,000 ล้านบาท ประกอบกับ BBGI เพิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์ ความแข็งแกร่งทางการเงินทำให้เรามีความพร้อมในการลงทุน โดยเราวางงบลงทุน 8 ปีข้างหน้ารวม 2 แสนล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในปีหน้า 45,000 ล้านบาท”