Tesla ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของโลก พร้อมแล้วกับการทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ประเดิมตลาดด้วยรุ่นยอดนิยม 2 รุ่น คือ Model 3 และ Model Y เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายในเซ็กเมนต์รถซีดาน และรถ SUV พร้อมเปิดรับจองทันทีบนช่องทางออนไลน์ มีกำหนดส่งมอบรถในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2566
สำหรับความนิยมการใช้ประเภทรถยนต์ในตลาดรถยนต์เมืองไทย สัดส่วนประมาณ 1 ใน 3 ของตลาดรถยนต์โดยรวม คือ กลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคล หรือรถซีดาน ซึ่งในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ต.ค. 2565) มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 31.5% จากตลาดรวมกว่า 698,000 คัน (อ้างอิงจากรายงานยอดขายบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย)
ตัวเลขดังกล่าวยังรวมถึงรถยนต์กลุ่ม SUV (Sport Utility Vehicle) เนื่องจากมีพื้นฐานการพัฒนามาจากรถยนต์นั่งทั่วไป บางครั้งการเก็บตัวเลขทางการตลาดจึงยังถูกรวมไว้ในกลุ่มเดียวกันกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล โดยปัจจุบันรถ SUV เป็นกลุ่มรถยนต์ที่มีอัตราการเติบโตสูงเนื่องจากความเอนกประสงค์ที่ใช้งานได้หลากหลาย และครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ มีรุ่นรถให้เลือกมากมายทั้งในกลุ่ม B-SUV และ C-SUV ทั้งรถยนต์สันดาป และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งมีมูลค่าตลาดรวมอยู่กว่า 63,000 คัน หรือประมาณ 10% ของตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล

โดยการเปิดตัวครั้งนี้ Tesla ได้นำเสนอ Model 3 เป็นรถซีดานไฟฟ้าที่ Tesla สามารถสร้างยอดขายทั่วโลกทะลุ 1 ล้านคัน ไปแล้วในปี 2564 และเป็นรถที่มีการออกแบบที่แตกต่างจากรถยนต์ทั่วไป โดยผู้ขับขี่สามารถใช้สมาร์ทโฟนเป็นกุญแจรถ และเข้าถึงระบบควบคุมทั้งหมดบนหน้าจอแบบสัมผัสขนาด 15 นิ้ว ที่ติดตั้งตรงกลางคอนโซล และมีหลังคาที่เป็นกระจกทั้งหมดจึงจะช่วยสร้างความรู้สึกที่โปร่งและโล่งสบายจากทุกที่นั่ง
Tesla Model 3 มีรถให้เลือก 3 รุ่นย่อย มีราคาเริ่มต้นที่ 1,759,000 บาท, Long Range: 1,999,000 บาทและ Performance 2,309,000 บาท ซึ่ง Model 3 Long Range สามารถขับข้ามจังหวัดได้ระยะทางไกลสุด 681 กม. หรือ Model 3 Performance ที่มีอัตราเร่งจาก 0100 กม./ชม.เพียง 3.3 วินาทีและ ความเร็วสูงสุดที่ 261 กม./ชม.
อีกรุ่นที่คาดว่าจะเป็นโปรดักต์เรือธงของ Tesla ในอนาคต คือ Model Y เป็นรถ SUV ไฟฟ้า 5 ที่นั่ง ที่ใช้แพลตฟอร์มซีดานจาก Model 3 มีการออกแบบทั้งภายในและภายนอก และมีระบบส่งกำลังไฟฟ้าที่คล้ายกัน ด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุดถึงกว่า 2,100 ลิตร Model Y จึงเหมาะในการขับขี่สำหรับทุกสถานการณ์ รวมถึงการเดินทางในชีวิตประจำวัน หรือแม้แต่การเดินทางไกล และการเดินทางท่องเที่ยวแบบตั้งแคมป์
Tesla Model Y มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย เช่นเดียวกับ Model 3 มีราคาเริ่มต้นที่ 1,959,000 บาท, Long Range: 2,259,000 บาท และ Performance 2,509,000 บาท ซึ่ง Model Y Long Range สามารถขับได้ระยะทางไกลสุด 623 กม. หรือ Model Y Performance มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม.เพียง 3.7 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 250 กม./ชม.

Yvonne Chan ผู้อำนวยการ Tesla ประเทศไทย กล่าวว่า Tesla สร้างความมั่นใจด้วยการวางเป้าหมายในการเปิดศูนย์บริการ Tesla แห่งแรก ในไตรมาสที่ 1 ปี 2566 ทันทีหลังจากการส่งมอบรถชุดที่ 1 เพื่อที่จะสามารถให้บริการที่มีมาตรฐานระดับโลกแก่เจ้าของรถทุกคนในประเทศไทย
“ในส่วนของ Supercharger ของ Tesla แห่งแรกในประเทศไทยจะเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 1 ปี 2566 โดยวางเป้าหมายจะมีสถานี Supercharging ถึง 10 แห่ง ภายในปี 2566 เพื่อให้รถสามารถชาร์จพลังงานด้วยเทคโนโลยี Supercharging ที่ล้ำสมัย และสามารถชาร์จรถสำหรับการวิ่งในระยะทาง 275 กม. ในเวลาเพียง 15 นาที”
ที่ผ่านมา รถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla ถูกสร้างขึ้นมาให้เกินมาตรฐานความปลอดภัย โดยได้รับการจัดอันดับความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจากหน่วยงานประเมินความปลอดภัยระหว่างประเทศหลากหลายหน่วยงาน รถทั้งรุ่น Model 3 และรุ่น Model Y จะมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อพร้อมมอเตอร์ที่แยกจากกันสองตัวที่ช่วยให้ระบบ Redundancy ทำงานที่ดียิ่งขึ้น โดยแต่ละตัวจะมีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวเพียงชิ้นเดียวเพื่อความง่ายต่อการบำรุงรักษา และมีระดับความทนทานสูงสุด

โดยผู้ขับขี่จะได้รับประสบการณ์จากการเปลี่ยนรูปแบบการขับขี่ ด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 15 นิ้ว รวมถึงแอปพลิเคชัน Tesla และ Autopilot ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Tesla ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติต่างๆ อาทิ- เพลิดเพลินไปกับระบบความบันเทิงส่วนตัวอย่าง YouTube หรือ Netflix และเกมอาร์เคดในขณะที่อยู่ในรถ Tesla ได้อย่างสะดวกสบายโดยปราศจากการปล่อยก๊าซ CO2
- เข้าถึง Tesla ผ่านแอปพลิเคชัน Tesla บนมือถือเพื่อควบคุมการชาร์จ อุณหภูมิ และการรับรองความปลอดภัยด้วยโหมด Sentry ทุกที่ทุกเวลา
- คุณสมบัติของ Tesla Autopilot ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือผู้ขับขี่ในส่วนที่เป็นความยุ่งยากมากที่สุดในการขับขี่ และจะช่วยแนะนำคุณคุณสมบัติใหม่และช่วยปรับปรุงการทำงานของระบบที่มีอยู่เพื่อให้ Tesla ของคุณปลอดภัยและมีศักยภาพมากขึ้น ผู้ขับขี่ยังสามารถอัปเกรดระบบเป็น Autopilot แบบยกระดับ (EAP) หรือ ความสามารถในการขับอัตโนมัติเต็มรูปแบบ (FSD) เพื่อการใช้งานขั้นสูงเพิ่มเติม เช่น การนำทางบน Autopilot (NoA) และระบบจอดรถอัตโนมัติ เป็นต้น
นอกจากนี้ การส่งมอบรถยนต์ชุดแรกทุกรุ่นในไตรมาสที่ 1 ปี 2566 เจ้าของ Tesla จะได้รับสิทธิพิเศษในการซื้อแพ็คเกจ Home Charging แบบพรีเมียมที่มีจำนวนจำกัด พร้อมสไตล์และสีที่สามารถปรับแต่งได้ ตลอดจนการเข้าประเมินสถานที่ และการติดตั้งโดยผู้ติดตั้งที่ได้รับการรับรองจาก Tesla
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดหลักเป็นแบรนด์จากประเทศจีนเข้ามาทำตลาดอยู่หลายค่าย อาทิ MG จาก SAIC, Haval และ ORA Good Cat จากค่าย GWM ตามมาด้วย BYD ที่เปิดตัวไปเพียงไม่กี่วันก็กวาดยอดขายไปกว่า 5,000 คัน จากรุ่น ATTO 3 ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนส่วนใหญ่จะมีราคาอยู่ในระดับ 1 ล้านบาทต้นๆ ในขณะที่ตลาดระดับบนจะเป็นกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าจากฟากยุโรป อาทิ Volvo XC40 Recharge และ C40 Recharge จะมีราคาที่ไต่ระดับขึ้นไปถึง 2.60 ล้านบาท
ดังนั้น การเปิดตัว Model 3 และ Model Y ที่มีราคาอยู่ในช่วง 1.70 – 2.50 ล้านบาท จึงเป็นระดับราคาที่อยู่ระหว่างรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มแมสจากประเทศจีน และกลุ่มพรีเมียมจากยุโรป ถือได้ว่าเป็นกลุ่มกึ่งพรีเมียมซึ่งเป็นช่องว่างทางการตลาดที่มีโอกาสเติบโตค่อนข้างสูง และด้วยชื่อชั้นของ Tesla การแข่งขันหลังจากนี้จะยิ่งเข้มข้นมากขึ้นกว่าเดิม 