หลังจากที่มีดีลใหญ่เมื่อปีที่ผ่านมาของเจ้าพ่อดิวตี้ฟรีเมืองไทยอย่าง คิง เพาเวอร์ กับผู้นำสายการบินโลว์คอสอย่าง ไทยแอร์เอเชีย ในการเข้าซื้อหุ้นของ คิง เพาเวอร์จากไทยแอร์เอเชีย ก็สร้างความฮือฮาในวงการอย่างหนักถึงเป้าหมายและทิศทางการดำเนินธุรกิจของกลุ่มคิงเพาเวอร์ว่าจะเดินไปในทิศทางไหน
ซึ่งการวางแผนร่วมกันในตอนนั้นคือการผสานกำลังกับทางสายการบินไทยแอร์เชียคือการทำให้ช่องทางการซื้อขายสินค้าดิวตี้ฟรีมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการดึงภาพของแบรนด์ให้ขยายกรอบออกไปจากเดิมมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ในขณะเดียวกันก็ใช้สายการบินเป็นเสมือนกับมีเดียเคลื่อนที่ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดจริงๆ
Business Plan
ในปีนี้ คิง เพาเวอร์ ได้วางแผนในการปรับโฉมสาขาครั้งใหญ่ที่รางน้ำและคาดว่าจะเปิดโฉมใหม่ภายในไตรมาส 4 ปี 2560 ซึ่งเป็นการเพิ่มเอาคอนเสปต์ในเรื่องความหลากหลาย เพิ่มความ Live Style เข้ามาผสมผสานกับดิวตี้ฟรี ทั้งร้านอาหาร และสินค้าแบรนด์ชั้นนำทั้งของไทย และทั่วโลก นับว่าเป็นอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงของตลาดดิวตี้ฟรีที่ขยับไป มากกว่าแค่การมาช้อปปิ้ง ทั้งนี้เพื่อดึงดูดคนไทย และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน ใหม่ของวงการค้าปลีกสินค้าปลอดอากร ให้ลูกค้ามาใช้ชีวิตที่นี่ มากกว่าแค่การมาช้อปปิ้ง
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจใน 5 ปีนับจากนี้ คือปี 2560 – 2564 ด้วยการทุ่มงบลงทุนไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาทรวมทั้งการขยายสาขาเพิ่ม และการปรับปรุงสาจาเดิมที่มีอยู่ เพื่อขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายยอดขาย 130,000 – 140,000 ล้านบาท และนั่นก็คือเป้าหมายใหญ่ในการขึ้นไปเป็น Key Player ระดับโลก ติดท็อป 5 ในตลาดดิวตี้ฟรีโลก จากปัจจุบันอยู่ในอันดับ 7
อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ย้ำว่า ““เราตั้งเป้ายอดขายเติบโต 20% จากปี 2559 ที่มียอดขาย 75,000 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงหลักๆ คือการ ปรับโฉมคิง เพาเวอร์ รางน้ำเพื่อนำเสนอประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ไม่เคยมีมาก่อนในตลาดดิวตี้ฟรี”