“ภาพลักษณ์แบรนด์ของกิจการ” (Corporate Image) ในการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน ถือว่าเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญ เนื่องจาก Corporate Image เป็นการสะท้อนภาพองค์รวมที่ประชาชนมีให้กับแบรนด์นั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการนำเสนอผลิตภัณฑ์ การส่งมอบบริการ ประสบการณ์ลูกค้าที่ได้รับเมื่ออยู่ในแต่ละช่องทางต่างๆ บุคลากรขององค์กร ตลอดจนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ผู้ถือหุ้น และชุมชน ดังนั้นหากเจ้าของแบรนด์สามารถบริหารจัดการ Corporate Image ในแต่ละเรื่องได้ดีและประสบความสำเร็จมากเท่าใด ผู้บริโภคย่อมจะมีภาพจำที่ดีต่อองค์กรมากเท่านั้น
จากผลการทำวิจัย 2022-2023 Thailand’s Most Admired Company ตัวอย่างหนึ่งในองค์กรที่มีความโดดเด่นเรื่อง Corporate Image คือ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีแนวทางการบริหารจัดการและขับเคลื่อนองค์กรในแต่ละมิติ ทำให้แบรนด์ขององค์กรนี้มีความแข็งแกร่ง และเป็นที่รู้จักทั่วไปของประชาชนในปัจจุบัน
ภาพจำที่ผู้บริโภคมีต่อเมืองไทยประกันชีวิต คือ “การเป็นแบรนด์แห่งความสุข” ซึ่งเป็น Brand Positioning ที่ถูกกำหนดขึ้นมาตั้งแต่การ Rebranding ครั้งสำคัญในปี 2547 และยังคงตอกย้ำภาพนี้อีกครั้งด้วยการปรับภาพลักษณ์ Brightening Brand ในปี 2562 โดยใช้นโยบาย “MTL Everyday Life Partner” ซึ่งหมายถึงการที่บริษัทเมืองไทยประกันชีวิตพร้อมจะเดินเคียงข้างไปกับทุกช่วงชีวิตของลูกค้า
ด้วยนโยบายข้างต้น ทำให้เมืองไทยประกันชีวิตยึดนโยบายดังกล่าวในการเป็นผู้นำนวัตกรรมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และกระบวนการต่างๆ ของบริษัท ที่ต้องสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มีความเฉพาะตัวมากขึ้น (Personalized) ขณะเดียวกัน เมืองไทยประกันชีวิตมีการทำตลาดนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย (Segmentation) และผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้จากหลากหลายช่องทาง (Multi Distribution Channel)
โดยหนึ่งในช่องทางที่สำคัญที่สุด คือตัวแทนประกันชีวิต ซึ่งปัจจุบันเมืองไทยประกันชีวิตได้ยกระดับภาพลักษณ์ตัวแทนประกันชีวิต เป็นนักวางแผนด้านการประกันชีวิต (Muang Thai Life Planner: MTLP) ที่สามารถให้คำปรึกษาและวางแผนทางการเงินให้กับลูกค้าแต่ละรายได้อย่างเหมาะสม และตรงกับไลฟ์สไตล์ลูกค้า นอกจากนี้บริษัทฯ ได้พัฒนาเครื่องมือดิจิทัลที่ช่วยในกระบวนการวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า Financial Need Analysis (FNA) ทำให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับช่วงชีวิต (Life Stage) และไลฟ์สไตล์ เพื่อเติมเต็มความต้องการของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์ตลอดทุกช่วงชีวิต (Lifetime Partner)

คุณสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของเมืองไทยประกันชีวิต คือการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในทุกมิติ (Sustainable Growth) ผ่านยุทธศาสตร์ที่มุ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด ได้แก่ การพัฒนาขีดความสามารถของช่องทางการขายเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน (Distribution Capabilities Enhancement to Grow Sustainably) การนำเสนอและประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า (Excellent Customer Experience) การพัฒนากระบวนการทำงานในทุกด้านเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสอดรับโลกยุคใหม่ (Operations Transformation) การขยายธุรกิจและบริการผ่านพันธมิตรทางธุรกิจในรูปแบบใหม่ที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ (Ecosystem Orchestrator) การเป็นองค์กรที่ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีในการพัฒนาประสิทธิภาพ (Digitalized and Data-Driven Organization) การบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพและมีธรรมาภิบาลที่ดี (Effective Risk Management) และการขยายธุรกิจไปสู่ตลาดที่มีศักยภาพในต่างประเทศ เช่น กลุ่มประเทศอาเซียน โดยเน้นกลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตสูง (Expansion in the Regional Markets and Adjacent Industries)


“เมืองไทยประกันชีวิตมีความมุ่งมั่นในการเป็น Health Provider ที่จะเป็นผู้นำตลาดด้านนวัตกรรมความคุ้มครองในเรื่องของสุขภาพ (Most Trusted Health Partner) ควบคู่ไปกับการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Leader) ภายใต้แผนการดำเนินงานตามแนวคิด “MTL NEXT TO YOU” เพื่อก้าวเคียงคู่ดูแลทุกช่วงของชีวิต ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกเพศทุกวัย ด้วยการพัฒนารอบด้านที่ต้องตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริงด้วยมุมมองแบบ Outside In พร้อมพัฒนาและผสมผสานรูปแบบของการบริการ ทั้งเรื่องของนวัตกรรมใหม่ การบริการผ่านระบบ Digital และ Non Digital เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการใช้บริการทั้ง Self Service และ Human Touch”
ด้านภาพลักษณ์แบรนด์ของกิจการ เมืองไทยประกันชีวิตมีจุดเด่นเรื่องการเป็น “องค์กรแห่งนวัตกรรม” ที่สามารถปรับตัวเพื่อตอบรับโลกธุรกิจยุคใหม่ โดยมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยระบบการทำงานอัตโนมัติ (Robotic Process Automation หรือ RPA) รวมถึงการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้ เพื่อสนับสนุนกระบวนการทำงานภายในและพัฒนาขีดความสามารถในการส่งมอบการบริการที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น เมืองไทยประกันชีวิตยังมุ่งเน้นการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ทั้งเรื่อง e-Application, e-Payment รวมถึง e-Service ต่างๆ อาทิ MTL Click แอปพลิเคชันที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงทุกบริการของเมืองไทยประกันชีวิตได้ในแอปเดียว MTL Mini Click ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลคนรุ่นใหม่ให้เข้าถึงข้อมูลได้สะดวกยิ่งขึ้น ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน LINE และ MTL Fit แอปพลิเคชันตัวช่วยด้านดูแลสุขภาพ
ที่สำคัญ เมืองไทยประกันชีวิตมีเครือข่ายพันธมิตร (Ecosystem Partner) ที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายสถานพยาบาล รวมถึงกลุ่มสตาร์ทอัพด้าน InsurTech และ HealthTech ที่ผ่านการขับเคลื่อนโดย Fuchsia Innovation Centre และ Fuchsia Venture Capital ในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น ยกตัวอย่าง เช่น “Health Buddy” บริการผู้ช่วยสุขภาพครบวงจรที่สามารถปรึกษาสุขภาพกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางผ่านพันธมิตรสถานพยาบาลชั้นนำ รวมถึงการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่มีให้แบบครอบคลุมในทุกไลฟ์สไตล์ผ่านการจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ
นอกจากนี้ เมืองไทยประกันชีวิต มีภาพลักษณ์ขององค์กรที่มีการเติบโตอย่างยั่งยืน จะเห็นได้จากผลการดำเนินงานปี 2564 มีเบี้ยประกันภัยรับใหม่เติบโตสูงถึง 10% มีอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตประเภทสัญญาเพิ่มเติมการประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง (Health & CI) อยู่ที่ 31% มีสัดส่วนการขายแบบประกันชีวิตประเภทคุ้มครองชีวิตและประกันชีวิตควบการลงทุน (Protection and Investment Portion) สูงถึง 77% มีอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับใหม่ของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Investment Linked Product) อยู่ที่ 1,116% ขณะเดียวกันผลการดำเนินงานของธุรกิจในตลาดภูมิภาค (Regional Company) ของเมืองไทยประกันชีวิตมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ด้านความแข็งแกร่งและด้านเสถียรภาพทางด้านการเงิน เมืองไทยประกันชีวิตได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Rating) จาก S&P Global Ratings อยู่ที่ระดับ BBB+ โดยแนวโน้มมีเสถียรภาพ และจากฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) อยู่ที่ “A-“ โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ และคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศ (National IFS Rating) ที่ “AAA(tha)” โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ ถือว่าเป็นอันดับเครดิตสูงสุดในระดับประเทศ และมีความเพียงพอของเงินกองทุนอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง โดยสะท้อนจากอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนอยู่ที่ 360% ณ สิ้นปี 2564 ซึ่งสูงเป็น 3 เท่าของระดับเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามเกณฑ์ซึ่งอยู่ที่ 120%

ด้วยภาพลักษณ์แบรนด์ของเมืองไทยประกันชีวิตที่แข็งแกร่งในแต่ละมิติที่กล่าวไปข้างต้น ส่งผลให้เมืองไทยประกันชีวิตได้รับรางวัลเกียรติยศต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รางวัลระดับสากล อาทิ รางวัล “Life Insurance Company of the Year 2022” ซึ่งเป็นการรับรางวัลครั้งที่ 4 ของเมืองไทยประกันชีวิตที่ได้รับรางวัลประเภทดังกล่าว จากงาน 26th Asia Insurance Industry Awards 2022 จัดโดยนิตยสาร Asia Insurance Review รางวัล “Most Trusted Life Insurance Company Thailand 2022” สาขารางวัล “Corporate Excellence” ซึ่งรับต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และสาขารางวัล “Inspirational Brand” โดย Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) Thailand 2022 นอกจากนี้ ล่าสุดเมืองไทยประกันชีวิตได้รับรางวัล “สุดยอดแบรนด์แห่งปีหรือ ซูเปอร์แบรนด์ประเทศไทยประจำปี 2565 (Superbrands Thailand 2022)” ต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 17 ซึ่งตอกย้ำความสำเร็จด้านผู้นำแบรนด์ในธุรกิจประกันภัยที่มีคุณสมบัติโดดเด่นและได้รับการยอมรับเป็นอันดับ 1 ในใจผู้บริโภค

สำหรับรางวัลเกียรติยศระดับประเทศ เมืองไทยประกันชีวิตได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการประกันภัยด้วยการคว้า 3 รางวัลเกียรติยศแห่งความภาคภูมิใจและความเชื่อมั่นประจำปี 2564 คือ “รางวัลบริษัทประกันภัยเกียรติยศสูงสุด (Hall of Fame)” ที่ได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดในภาคอุตสาหกรรมประกันภัยและเป็นเพียงบริษัทเดียวที่ได้รับรางวัลนี้ “รางวัลบริษัทประกันชีวิตที่มีการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชนดีเด่น” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 และ “รางวัลบริษัทประกันชีวิตที่สร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีประกันภัยดีเด่น” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากพิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2565 (Prime Minister’s Insurance Awards 2022) ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ซึ่งจะเห็นได้ว่ารางวัลข้างต้นได้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของเมืองไทยประกันชีวิตที่บริหารงานดีเด่น สร้างสรรค์นวัตกรรม ใส่ใจความยั่งยืนและสามารถยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมประกันภัยในประเทศไทยให้สามารถเข้าถึงความต้องการประชาชนได้มากขึ้น ®