ชักชวนเยาวชนเพื่อโลกที่พร้อมสำหรับอนาคต
เนื่องจากมีการกำหนดความต้องการด้านพลังงานและประชากรในภูมิภาคนี้มีเพิ่มมากขึ้น จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับปรุงประสิทธิภาพของโซลูชัน และผลกระทบที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงในระยะยาว นอกเหนือจากการพัฒนาต่อเนื่องในเรื่องของเทคโนโลยีและนวัตกรรมแล้ว เยาวชนในปัจจุบันยังนับเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดในโลก ที่ช่วยให้นำไปสู่เส้นทางสีเขียวและอนาคตที่ยั่งยืนได้อย่างรวดเร็ว
เพื่อต่อยอดความริเริ่มของเราในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย มูลนิธิชไนเดอร์ (Schneider Foundation) พร้อมด้วยบริษัท ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้ร่วมมือกับกระทรวงการศึกษาและวัฒนธรรม ของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Kemendikbud RI) และ กระทรวงการศึกษาแห่งชาติของฝรั่งเศส (MENES) โดยมีการปรับปรุงคุณภาพและทักษะความสามารถของผู้เชี่ยวชาญด้านไฟฟ้าในประเทศ โดยมูลนิธิชไนเดอร์ได้ให้เงินสนับสนุน ความร่วมมือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน คือการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับอินเตอร์เนชันแนล รวมไปถึงเพื่อตอบสนองความต้องการอื่นๆ อีกทั้งช่วยเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนชาวอินโดนีเซียกว่า 1,500 คน ก้าวไปสู่การทำงานในวิชาชีพไฟฟ้าในทุกปี ตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นไป
ในความริเริ่มเหล่านี้ เราคาดหวังที่จะได้เห็นความสำเร็จ และการใช้พลังงานหมุนเวียนที่จะคงอยู่ตลอดไป รวมถึงการเป็นชุมชนที่แข็งแกร่ง และการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน ทั้งเรื่องแรงงาน การวางแผน และการตัดสินใจ
การเข้าถึงพลังงาน เริ่มจากความร่วมมือ
พลังงานเป็นปัจจัยสำคัญในการพลิกโฉมอนาคตสู่ความเสมอภาคและยั่งยืน รวมไปถึงใช้ต่อสู้กับความยากจนและผลักดันให้มนุษยชาติก้าวไปสู่การพัฒนา ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้ทุ่มเทให้ความสำคัญกับ “พลังงานยั่งยืนสำหรับทุกคน (SE4ALL – Sustainable Energy for ALL) และวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน 2030 (2030 Agenda for Sustainable Development) รวมถึงข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ซึ่งทั้งหมดล้วนช่วยกันผลักดันโครงข่ายในระดับโลก เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและคำมั่นสัญญา
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มีคำมั่นสัญญาในการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน ช่วยให้ผู้คนเข้าถึงพลังงานสะอาดและปลอดภัย เป็นสิ่งที่อยู่ในดีเอ็นเอขององค์กร โดยร่วมมือกับพนักงาน สปอนเซอร์จากพันธมิตร รวมถึงลูกค้าในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก เราได้มีส่วนร่วมในการช่วยให้ผู้คนกว่า 5 ล้านคน ในชุมชนที่ห่างไกลเพื่อให้เข้าถึงพลังงานได้ภายใน 7 ปีที่ผ่านมา และยังไม่ได้หยุดแค่นั้น เป้าหมายของเราก็คือการบรรลุที่ 50 ล้านคนภายใน 10 ปีข้างหน้า
จากการทำงานร่วมกับชุมชน ภาครัฐฯ และองค์กรธุรกิจ เรามีพลังงานที่ให้ความปลอดภัยทั้งโลก และผู้คน เราปรับปรุงเรื่องของประสิทธิภาพรวมไปถึงมาตรฐานการอยู่อาศัย ในขณะที่ช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงจากฟอสซิล เพื่อประโยชน์ของสภาพแวดล้อมในภาพรวม และตอนนี้ เราจำเป็นต้องร่วมมือกันให้มากกว่าที่เคย เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับชุมชนด้วยการให้พวกเขาเข้าถึงพลังงานที่มีประสิทธิภาพ เชื่อถือได้ ปลอดภัย และให้ความยั่งยืน หรือแม้แต่การฝึกอบรมเพื่อดูแลสภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตให้มีความสะอาดมากขึ้น ปลอดภัยยิ่งขึ้น