กลายเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษา สำหรับการสร้างแบรนด์เส้นใยจากฝ้าย คอตตอน ยูเอสเอ ที่เข้ามาสร้างแบรนด์กับผู้บริโภคโดยตรง เพื่อเป็นแรงผลักดันให้ผู้ผลิตเสื้อผ้าหันมาใช้เส้นใยของคอตตอน ยูเอสเอ ซึ่งผลจากการสร้างแบรนด์อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ปัจจุบันมีแบรนด์เสื้อผ้าหลายแบรนด์มีคอตตอน ยูเอสเอ เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง
กลยุทธ์ในรูปแบบที่คอตตอน ยูเอสเอ ใช้ เรียกว่า กลยุทธ์แบบดีมานด์ พูล (Demand Pull) เพื่อใช้ผู้บริโภค เป็นตัวกระตุ้นให้แบรนด์เสื้อผ้า หันเข้ามาเป็นแบรนด์ไลเซนซีของคอตตอน ยูเอสเอ โดยมีการทำกิจกรรมการตลาดเพื่อสนับสนุนการสร้างแบรนด์ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับการสร้างภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น จนได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยการเติบโตของแบรนด์คอตตอน ยูเอสเอ ในทั่วโลก ยังเข้ามาช่วยให้อุตสาหกรรมฝ้ายในประเทศสหรัฐอเมริกา มีการเติบโตตามไปด้วย
ไกรภพ แพ่งสภา ตัวแทนคอตตอน ยูเอสเอ ในกลุ่มประเทศอาเซียน ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า ในปี 2559 ภาพรวมอุตสาหกรรมฝ้ายสหรัฐอเมริกา พบว่า มีการขยายตัวสูงขึ้น โดยยอดผลผลิตฝ้ายรวมทั้งหมด 3,751,000 ตัน เติบโตขึ้นถึง25.2% โดยประเทศสหรัฐอเมริกายังคงครองตำแหน่งผู้นำในการส่งออกฝ้ายมากที่สุดในโลก ด้วยจำนวน 2,874,000ตัน ซึ่งเติบโตขึ้นราว 30.7%และการนำเข้าฝ้ายจากสหรัฐอเมริกาในกลุ่มประเทศอาเซียนเพิ่มสูงขึ้นกว่า 46.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน และยังคิดเป็นสัดส่วนราว 36.7% ของการส่งออกฝ้ายทั้งหมดจากสหรัฐอเมริกา
“คอตตอน ยูเอสเอยังคงให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการทำการตลาดร่วมกับกลุ่มไลเซนซีทั้ง 2 กลุ่ม โดยใช้กลยุทธ์แบบดีมานด์พูล(Demend Pull) กับกลุ่มแบรนด์ไลเซนซี ด้วยการจัดกิจกรรมทางการตลาดให้กับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสื่อสารและสร้างความตระหนักรู้ในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเส้นใยฝ้ายคุณภาพสหรัฐอเมริกาไปยังผู้บริโภคคนไทยให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มอุปสงค์ในกลุ่มผู้บริโภคคนไทย และใช้กลยุทธ์แบบซัพพลายพุช(Supply Push) ที่มุ่งเน้นการให้บริการแก่กลุ่มไลเซนซีโรงงาน โดยคอตตอน ยูเอสเอจะทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเชื่อมต่อกลุ่มผู้ผลิตที่ใช้เส้นใยฝ้ายจากสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในการทำธุรกิจร่วมกัน เป็นการต่อยอดทางธุรกิจ เปิดโอกาสทางการ”
ในปีนี้ คอตตอน ยูเอสเอ เตรียมทุ่มงบการตลาดรวมทั้งปีกว่า 33 ล้านบาท เพื่อขยายการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง พร้อมกันนี้ยังได้เตรียมรุกตลาดเสื้อผ้าผู้ชาย ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ไลเซนซีใหม่ถึง 3 แบรนด์ คือ “ลี คูเปอร์” แบรนด์แฟชั่นยีนส์วัยรุ่นสุดฮิปสไตล์อีสต์ลอนดอน “แมนเชสเตอร์” แบรนด์เสื้อผ้าสุภาพบุรุษสัญชาติไทย สไตล์เรียบหรู ที่ทำตลาดในประเทศไทยมานานกว่า 50 ปี และ “เซิร์ฟเท็ค” แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายสไตล์สตรีทแวร์ กลิ่นอายเซิร์ฟแวร์สัญชาติออสเตรเลีย