Saucony เป็นแบรนด์รองเท้าวิ่งเก่าแก่แบรนด์หนึ่งของโลก ที่เพิ่งจะเปิดตัวแคมเปญ Take Courage เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 125 ปี พร้อมกันทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยไปเมื่อไม่กี่วันมานี้
ในสหรัฐอเมริกา Saucony เปรียบเสมือนรองเท้าวิ่งสามัญประจำบ้านไม่มีใครที่สงสัยเรื่องคุณภาพ
ในเอเชีย Saucony ถือเป็นรองเท้าวิ่งทางเลือกที่นักวิ่งก็เริ่มเปิดใจยอมรับมากขึ้น
ในประเทศไทย Saucony ทำตลาดมาพักใหญ่แล้ว ก่อนที่จะเปลี่ยนมือมาอยู่เรฟ อีดิชั่น เมื่อ 3 ปีก่อน
พรศักดิ์ ชินวงศ์วัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรฟ อีดิชั่น จำกัด ตัวแทนจำหน่ายแบรนด์รองเท้า Saucony เล่าย้อนความให้ฟังว่า ก่อนจะมาอยู่กับเรฟ อิดีชั่น ยอดขาย Saucony ในประเทศไทยอยู่ในอันดับรั้งท้ายของเอเชียก็ว่าได้ แต่ปัจจุบันประเทศไทยกลายเป็นตลาดใหญ่อันดับที่ 3 รองจากจีนและญี่ปุ่นแล้ว
อะไรที่ทำให้ Saucony เติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงเวลาเพียง 3 ปี บทความนี้มีคำตอบ

พรศักดิ์ อธิบายว่า การระบาดของ COVID-19 นั้นทำให้ตลาดรองเท้าวิ่งขยายตลาดออกไปจากเดิมได้มากขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่หันมาดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย และกีฬาวิ่งก็เป็นการออกกำลังกายที่สามารถทำ Social Distancing ได้จึงทำให้ตลาดรองเท้าวิ่งโดยรวมไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ซึ่งปัจจุบันตลาดก็ฟื้นตัวกลับมากว่า 80% แล้ว
พร้อมกันนี้ พรศักดิ์ยังตั้งข้อสังเกตว่าในปัจจุบันตลาด รองเท้าวิ่งทางเลือก อาทิ Saucony, HOKA เริ่มมีบทบาทมากขึ้นดูได้จากสถานที่วิ่งยอดนิยมจะเห็นคนใส่รองเท้าวิ่งทางเลือกไม่แพ้แบรนด์ที่เป็นเมนสตรีม
เมื่อถูกถามถึงเรื่องความสำเร็จของ Saucony ในประเทศไทยมีสาเหตุมาจากอะไร พรศักดิ์กล่าวว่ามาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ
1. คุณภาพของสินค้า
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา Saucony มีการเปิดตัวรองเท้าตระกูล Endorphin ที่ออกมาตอบโจทย์นักวิ่งกลุ่ม Performance อาทิ Endorphin Pro, Endorphin Speed, Endorphin Shift ซึ่งทำให้ Saucony กลายเป็นรองเท้าวิ่งที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างมาก โดยทางเรฟ อีดิชั่นยังเตรียมที่จะเปิดตัวรองเท้ารุ่น Top อย่าง Endorphin Elite รองเท้าวิ่งทำความเร็วที่มาพร้อมพื้นซูเปอร์โฟมสูตรใหม่ PWRRUN HG และแผ่น Slotted Carbon Plate แบบใหม่ที่ไม่เคยใช้กับรุ่นใดมาก่อน มาสร้างสีสันในตลาด

2. การกระจายสินค้าที่ทั่วถึง
ปัจจุบัน Saucony มีวางจำหน่ายในร้าน Rev Run กว่า 40 สาขา รวมถึงยังมีขายในเชนค้าปลีกอุปกรณ์กีฬาขนาดใหญ่ อาทิ ซูเปอร์สปอร์ต, สปอร์ตมอลล์ และร้านค้าสินค้าวิ่งย่อยอีกกว่า 75 แห่ง นอกจากนี้แล้ว Saucony ยังมี Concept Store อยู่ที่เซ็นทรัล เวสต์เกต
ล่าสุด ทางเรฟ อีดิชั่นได้มีการเปิดร้าน Saucony Official Store แห่งใหม่ที่สยามเซ็นเตอร์ ชั้น G ไปเมื่อปลายปี 2565 และ Saucony Pop-up Space บริเวณสยามดิสคัฟเวอรี่ ชั้น 1
นอกจากนี้ บริษัท เรฟ อีดิชั่น จำกัด ได้เริ่มขยายฐานการเติบโตไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยทำการเปิดร้าน Saucony Flagship Store ณ ห้างสรรพสินค้า Pavilion KL กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา
3. ความมั่นใจเรื่องราคา
พรศักดิ์ อธิบายว่า ทางบริษัทพยายามตั้งราคารองเท้าวิ่งให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้มากที่สุด ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการสร้างแบรนด์ แม้ว่าจะได้ผลกำไรที่น้อยลงก็ตาม
“สมัยก่อน ถ้าเราอยากได้รองเท้าวิ่งจะเลือกยี่ห้อก่อน ต่อมาก็เช็กราคาว่าเมืองไทยขายเท่าไหร่เมืองนอกขายเท่าไหร่ แล้วรอหิ้วมา บางทีต้องรอหลายเดือน เราพยายามตัดปัจจัยพวกนี้ออกให้ลูกค้าเลือกแล้วหาซื้อได้เลย ไม่ต้องคิดมาก เราลดมาร์จิ้นตัวเองลงมาหลายปีแล้ว ส่วนนี้ไม่ใช่ปัจจัยหลักเป็นส่วนเสริมที่ทำให้ Saucony ได้รับความนิยม แต่ปัจจัยหลักมาจากคุณภาพที่นักวิ่งยอมรับ”
พรศักดิ์ ยกตัวอย่าเพิ่มเติมว่า รองเท้ารุ่น Endorphin Elite ที่กำลังจะวางจำหน่ายนี้ ในสหรัฐอเมริกาวางราคาขายอยู่ที่ 279 เหรียญ ถ้าคำนวณด้วยการบวกภาษี กับค่าเงินจะตกประมาณ 10,741 บาท ขณะที่ในประเทศไทยตั้งราคาขายไว้ที่ 8,990 บาท ถ้ารวมส่วนลดจากสมาชิกหรือโปรโมชั่นของห้างสรรพสินค้าจะถูกกว่า 20%
“เมื่อก่อนไปซื้อเมืองนอก ตอนนี้คนนอกมาซื้อเมืองไทยแล้ว กลับกันตรงนี้มันมาจากความตั้งใจของทีมงาน อยากให้นักวิ่งไทยเป็นของที่มีคุณภาพ และราคาที่จับต้องได้ ไม่ต้องการให้ของดี แต่ราคาไกลเกินเอื้อม ไม่มีประโยชน์ ซึ่งวิธีการคือหั่นมาร์จิ้นลงไป”

การทำยอดขายที่ประสบความสำเร็จของเรฟ อีดิชั่นนี้ ทำให้ทางบริษัทแม่ให้ความไว้วางใจในการทำตลาดในภูมิภาคนี้เพิ่มเติม โดยเรฟ อีดิชั่นได้เริ่มเข้าไปทำตลาดในมาเลเซียเป็นประเทศแรก และเพิ่งจะเปิดร้าน Saucony Flagship Store ณ ห้างสรรพสินค้า Pavilion KL กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ไปเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา
“แผนธุรกิจของ Saucony ตั้งเป้ายอดขาย 500 ล้านบาทภายในปี 2567 แบรนด์มีการเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 247% ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนจุดวางขายอยู่ 75 แห่ง ณ ปัจจุบัน และคาดว่าจะมีเพิ่มเป็น 81 จุดขายภายในปีนี้ทั่วประเทศ โดยที่เราจะเน้นการสร้าง Branded Space เป็นจุดขายในห้างชั้นนำ และปัจจุบันความภูมิใจคือเราได้เป็นตัวแทนสำหรับการขยายธุรกิจไปที่ประเทศมาเลเซีย โดยมีเป้าหมายคือการมีจุดขายที่ประเทศมาเลเซียมากกว่า 25 จุด โดยมีมูลค่ากว่า 100 ล้านบาทในปี 2566”
นอกจากเจาะกลุ่มรองเท้าวิ่งแล้ว ในปีนี้เรฟ อีดิชั่น ยังได้มีการขยายตลาดของ Saucony มายังกลุ่มไลฟ์สไตล์ในนาม Saucony Originals เพื่อหวังสร้างแบรนด์ในระยะยาว ด้วยการเปิดตัวสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ๆ อาทิ TOMBOGO™ X SAUCONY ‘Butterfly’, Saucony x Maybe Tomorrow, Trailian Pack
“มูลค่าตลาดเฉพาะรองเท้าวิ่งน่าจะเกือบ 10,000 บาท ปี 2022 น่าจะเพิ่มขึ้น 25% รองเท้าวิ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุด ส่วน Saucony ในประเทศไทยตอนนี้เทียบเฉพาะรองเท้าวิ่งน่าจะอยู่ในอันดับ 4-5 ในตลาด แต่เราเชื่อว่า Saucony สามารถขึ้นไปติด Top 3 ได้ในเร็วๆ นี้”
ปัจจุบันสัดส่วนการขายของ Saucony มาจากกลุ่มสินค้าวิ่งประมาณ 85% และมาจากกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ประมาณ 15% ซึ่งแนวโน้มจะมีการเปลี่ยนเป็น 70-30% ในอนาคต