รายงานล่าสุดของ Institute for Policy Studies (IPS) Executive Excess ประจำปี สำรวจข้อมูลบริษัทมหาชนใหญ่สุด 300 แห่งพบว่า CEO โดยเฉลี่ยมีรายได้ 670 เท่าของค่าเฉลี่ยค่าจ้างรายปีของพนักงาน นั่นหมายถึง CEO บางคนรับเงิน 1 ปี เท่ากับพนักงานคนใดคนหนึ่งต้องใช้เวลาถึง 670 ปีหรือมากกว่านั้น จึงจะได้รับเงินเท่ากัน
ขณะที่ค่าจ้างของ CEO เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ค่าจ้างพนักงานกลับไม่เพิ่มในอัตราใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ ก.ล.ต. สหรัฐ กำหนดให้บริษัทต่างๆ เปิดเผยอัตราส่วนการจ่ายผลตอบแทนระหว่าง CEO ของแต่ละบริษัทกับค่าจ้างเฉลี่ยของพนักงาน
ปี 1965 อัตราส่วนผลตอบแทน CEO ต่อพนักงานเฉลี่ยอยู่ที่ 20 ต่อ 1
ปี 1989 อยู่ที่ 59 ต่อ 1
ปี 2565 แม้เป็นปีเลวร้ายที่สุดสำหรับตลาดหุ้นสหรัฐ นับตั้งแต่ภาวะถดถอยครั้งใหญ่ แต่ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทที่จดทะเบียนในดัชนี S&P 500 ก็ทำได้ดี โดยเฉลี่ย CEO มีรายได้ 18.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 21% จากปีก่อน
นี่เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของสหรัฐเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การชะลอตัวของเศรษฐกิจ และผลประกอบการของตลาดหุ้นที่ย่ำแย่ส่งผลให้มีการเลิกจ้างจำนวนมากช่วงปลายปี 2565 และต้นปี 2566 บริษัทใหญ่ๆ เช่น Google, Amazon และ Warner Bros. Discovery ปลดพนักงานหลายพันคน

เดือนมกราคม 2566 คณะกรรมการบริษัทหลายแห่งประกาศลดค่าจ้าง CEO ที่มีชื่อเสียง เช่น Sundar Pichai จาก Alphabet, Tim Cook จาก Apple และ Jamie Dimon จาก JPMorgan เป็นต้น การลดมีตั้งแต่ 300,000 ถึง 34 ล้านดอลลาร์
CEO บางคนได้รับค่าตอบแทนสูง จากการดูแลการควบรวมกิจการ หรือการย้ายไปทำงานบริษัทสำคัญอื่นๆ ในเครือแล้วประสบความสำเร็จ เช่น หลังจากรับตำแหน่งใหม่ในเดือนเมษายน 2022 David Zaslav CEO ของ Warner Bros. Discovery ได้ค่าตอบแทนเป็นแพ็กเกจรวม 246.7 ล้านดอลลาร์ โดย 232.6 ล้านดอลลาร์ เป็นส่วนที่เกินจากเงินเดือน
Fabrizio Freda จาก Estée Lauder และ Jay Snowden จาก Penn National Gaming เป็น CEO ที่ได้รับค่าตอบแทนสูงสุดรองลงมา คือ 66 ล้านดอลลาร์ และ 65.9 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ
ปี 2564 Andy Jassy CEO ของ Amazon ได้รับค่าตอบแทนรวม 212.7 ล้านดอลลาร์ ขณะที่โดยเฉลี่ย พนักงานได้รับ 32,855 ดอลลาร์ ช่วงห่างผลตอบแทนเป็นปัญหา ทำให้พนักงาน Amazon กำลังจัดตั้งสหภาพมากขึ้น หรือไม่ก็ลาออกจากงานแสวงหาโอกาสรับค่าจ้างที่ดีกว่า
ภาพรวม ปี 2564 ช่วงห่างของผลตอบแทนกว้างขึ้น โดยเฉลี่ย CEO ของ S&P 500 มีรายได้มากกว่าพนักงานถึง 324 เท่า
ในอดีต นักลงทุนเคยยอมรับว่า CEO ควรได้รับค่าตอบแทนตามผลงาน แต่ตอนนี้พวกเขากำลังตั้งคำถามเกี่ยว กับช่วงห่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อราคาหุ้นของบริษัทกำลังลดลง ความไม่สัมพันธ์กันที่เพิ่มขึ้นระหว่างการจ่ายค่าตอบ แทนกับผลงานในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้ถือหุ้นไม่พอใจมากขึ้น
แนวโน้มเชิงบวกที่น่าสนใจ คือปี 2562 บริษัทใน S&P 500 7 แห่ง ไม่สนับสนุนการเพิ่มแพ็กเกจค่าตอบแทนผู้บริหารปี 2563เพิ่มเป็น 10 แห่ง ปี 2564 เป็น 16 แห่ง และปี 2565 เพิ่มเป็น 24 แห่งตามลำดับ