ตลาดรวมรองเท้าแตะมูลค่า 10,000 ล้านบาท ที่แม้จะมีโลคอลแบรนด์ 3-4 แบรนด์หลักๆ แต่มีการแข่งขันรุนแรงไม่น้อย หลังเริ่มเห็นสัญญาณการเข้ามาบุกตลาดเมืองไทยของโกลบอลแบรนด์มากขึ้น อีกทั้งผลกระทบที่เกิดจากโควิด เงินเฟ้อ การปรับตัวค่าพลังงานและสงคราม ส่งผลให้ต้นทุนปรับตัวสูง แต่สำหรับ “แกมโบล” ยังคงรักษาความสามารถทางการแข่งขันด้วยยอดขาย 15 ล้านคู่ต่อปี ที่สำคัญมากไปกว่านั้น คือการเป็นเจ้าของตำแหน่งแบรนด์รองแตะที่มีผู้ชื่นชอบมากที่สุด จากการสำรวจในหมวดอุปโภคและบริโภค กลุ่มรองเท้าแตะ (Slippers) เป็นปีแรกของ 2023 Thailand’s Most Admired Brand
คุณนิติ กิจกำจาย กรรมการบริหาร บริษัท บิ๊กสตาร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรองเท้าแบรนด์ “แกมโบล” (GAMBOL) กล่าวว่า รองเท้าแตะถือเป็นรองเท้าเบสิกทำให้คนทั่วไปสวมใส่มากที่สุด และการทำหน้าที่เป็นของคู่กายนำพาผู้คนไปยังสถานที่ต่างๆ ความสบายในการสวมใส่จึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งแกมโบลมีความได้เปรียบในเรื่องประสบการณ์การรับทำรองเท้าให้แบรนด์ระดับโลกมากมายตั้งแต่ปี 2512 กระทั่งสร้างแบรนด์แกมโบลเป็นของตัวเองในปี 2546
“การออกแบบรองเท้าเป็นปัจจัยที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับ 1 โดยเราพยายามหาข้อมูลพฤติกรรมลูกค้า 2 กลุ่มทั้ง B2B และ B2C ว่าต้องการอะไร สีอะไรที่เขาชอบ นำมาเป็นโจทย์ให้ทีมดีไซน์ออกแบบให้ตรงกับข้อมูลที่เราได้รับมา และพยายามนำอินไซต์มาพัฒนาสินค้าให้ดีขึ้นเรื่อยๆ”

ที่ผ่านมา แกมโบลมีความเหนือกว่าคู่แข่งด้วยนวัตกรรมการผลิตเอกสิทธิ์เฉพาะของแกมโบล G-BOLD Technology™ (จีโบลด์ เทคโนโลยี) มีความโดดเด่นเรื่องความคงทน น้ำหนักเบา และความนุ่มสบายในการสวมใส่ กล่าวคือ Comfort ใส่สบาย รองรับสรีระเท้า Soft ผิวสัมผัส นุ่มสบายเท้า Lite มีน้ำหนักเบา ในราคาที่จับต้องได้ นอกจากนี้แกมโบลยังมีแล็บยางและทีมดีไซเนอร์ของตัวเอง ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว
คุณนิติ กล่าวต่อว่า แกมโบลมีข้อมูลจากการสำรวจพฤติกรรมลูกค้ามานานนับสิบปี จนปัจจุบันเข้าสู่ยุค Data Driven ไม่เพียงแต่นำข้อมูลมาใช้ในการออกแบบเท่านั้น แต่ยังนำมาถอดรหัสทำแผนการตลาดด้วย กลายเป็น Success Story ให้แกมโบลในปีที่ผ่านมา

เริ่มจากรองเท้าแตะรุ่น GM/GW11267 หรือชื่อรุ่น ICONIC เป็นดีไซน์เรียบ ไม่เน้นลวดลาย แต่เน้นสีสันสวยสะดุดตาที่มีความบาลานซ์กับรองเท้า ที่ได้รับฟีดแบ็คจากลูกค้าเป็นอย่างดี เป็นผลมาจากถอดรหัสความต้องการของผู้บริโภคที่ชอบรองเท้าเรียบ ไม่มีลวดลาย
นอกจากนี้ ยังใช้กลยุทธ์ Collaboration ร่วมกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกเพื่อเพิ่มแบรนด์แวลู่ยกระดับให้สินค้ามีความเป็นพรีเมียม ทั้งยังเป็นการขยายฐานลูกค้าให้กว้างมากขึ้น อาทิ รองเท้าคาแร็กเตอร์การ์ตูนดราก้อนบอล จับกลุ่มเจน X-Y ในขณะที่ Pororo เจาะกลุ่มเด็กเล็ก สร้างการรับรู้ให้กับตลาดว่า แกมโบลก็มีสินค้าที่ตอบโจทย์เด็กด้วยเช่นกัน แต่กลยุทธ์ Collaboration ที่สร้างความฮือฮาให้กับตลาดรองเท้าแตะมากที่สุดก็คือการจับมือกับลิเวอร์พูลผลิตและจำหน่ายรองเท้าแตะลิเวอร์พูลเป็นรายแรกในประเทศ
คุณนิติ ให้ข้อมูลว่า การจับมือกับลิเวอร์พูลในครั้งนี้มาจากเทรนด์สุขภาพ คนเล่นกีฬามากขึ้น และจำเป็นต้องใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเฉพาะสำหรับเล่นกีฬานั้นๆ ก็จริง แต่หลังเล่นกีฬาเสร็จก็ต้องกลับมาใส่รองเท้าแตะเพื่อให้เท้าเกิดความผ่อนคลายจึงคิดว่าตลาดกลุ่มนี้ที่เพิ่มมากขึ้นจะเป็นโอกาสให้แบรนด์สร้างการรับรู้ว่ารองเท้าแตะแกมโบล สามารถตอบโจทย์เขาได้เหมือนกัน เมื่อเขาเล่นกีฬาเสร็จแล้ว ยิ่งเมื่อจับมือกับลิเวอร์พูลซึ่งเป็นสโมสรยักษ์ใหญ่ ยิ่งทำให้การรับรู้แผ่ขยายไปในวงกว้างยิ่งขึ้น
“แคมเปญการตลาดที่เราไปจับมือกับลิเวอร์พูลประสบความสำเร็จมาก เพราะปีที่แล้วสถานการณ์โควิดคลี่คลาย คนเริ่มออกไปเดินทาง และอยู่นอกบ้านมากขึ้น ดังนั้นการที่เราไป Collab กับแบรนด์ระดับโลกซึ่งเป็นลีกฟุตบอลขนาดใหญ่ และเป็นสโมสรที่คนไทยรู้จัก จึงเป็น Storytelling ที่แบรนด์อื่นยังไม่ได้ทำ โดยการจับมือกันครั้งนี้มีระยะสัญญา 3 ปี ปีนี้เป็นปีที่ 2 เราเตรียมแผนออกรองเท้าแตะรุ่นใหม่ภายในไตรมาส 3 และมั่นใจได้ว่าถูกใจลูกค้าแน่นอน เพราะเราพิถีพิถันเรื่องการดีไซน์ และคุณภาพวัสดุ เพื่อให้คนซื้อไปแล้วภูมิใจ เพราะลูกค้าส่วนหนึ่งซื้อไปเพื่อเก็บสะสมด้วย”
อย่างไรก็ดี ในวาระที่ปีนี้แกมโบลครบรอบ 20 ปี ก็จะเป็นอีกปีที่พร้อมที่จะสร้างความตื่นเต้นในตลาดตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสกับอะไรใหม่ๆ และเข้าถึงไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งความแปลกใหม่ที่ว่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากโครงสร้างการทำงานยังอยู่ในรูปแบบเดิม
“เรามีการปรับกระบวนการทำงานในองค์กรให้ทันสมัยมากขึ้น ประกอบไปด้วยทีมบริหารที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มากับ Mindset การทำงานที่เปลี่ยนไป ดังนั้นการสร้างแบรนดิ้งจะสะท้อนมาจากวิธีการทำงานใหม่ตั้งแต่ผู้บริหารลงมาถึงพนักงานระดับล่าง โดยปีนี้ลูกค้าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของแกมโบลในเรื่องของช่องทางการสื่อสารและการจำหน่ายที่โฟกัสทั้งออฟไลน์และออนไลน์ รวมถึงไลน์อัพสินค้าใหม่อย่างรองเท้าสุขภาพ”

ทั้งนี้มาจากการสำรวจตลาดหลังเกิดโควิดเห็นคนเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพ การกินการอยู่ อาหาร และการออกกำลังกาย จึงวางแผนเพิ่มไลน์โปรดักต์รองเท้าเพื่อสุขภาพจับกลุ่มดังกล่าว แม้ตลาดรองเท้าแตะจะมีรองเท้าเพื่อสุขภาพอยู่แล้ว แต่เราพยายามสร้างความแตกต่างด้วยการเป็นรองเท้าแตะเพื่อสุขภาพที่ไม่ได้ชูจุดเด่นเพียงแค่ความนุ่มสบายเวลาสวมใส่ แต่ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์จากผลการวิจัยและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมารองรับ เพื่อตอกย้ำว่าเป็นรองเท้าเพื่อสุขภาพที่ดีต่อสุขภาพจริง
นอกจากนี้ แกมโบลยังคำนึงถึงปัญหาโลกร้อน จึงมีแผนออกรองเท้ารักษ์โลก โดยนำถุงบรรจุภัณฑ์ในโรงงานมาเป็นส่วนประกอบในการทำรองเท้า เพื่อลดปริมาณขยะ เป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมในการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม
“เราหวังว่าความใส่ใจในการผลิตสินค้าคุณภาพ และการยืนอยู่เคียงข้างผู้บริโภคแม้ต้นทุนเพิ่มขึ้น 15% แต่เราพยายามแบกรับต้นทุนให้นานที่สุด และเพิ่งปรับขึ้นราคาเมื่อปลายปีที่ผ่านมาเฉลี่ยคู่ละ 5-10 บาท เพราะไม่ต้องการทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภค จะทำให้แกมโบลเป็นแบรนด์แรกที่เขานึกถึงรองเท้าแตะ” ®