สำหรับสินค้า Commodity หรือ สินค้าพื้นฐานอย่างน้ำตาล หากตัดเรื่องของราคาทิ้งไป จุดที่สร้างความแตกต่างให้มิตรผล เป็นแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภค จนได้รับการโหวตให้เป็นอันดับ 1 จากการสำรวจ 2023 Thailand Most Admired Brand คือเรื่องความน่าเชื่อถือจากคุณภาพและมาตรฐานที่ดีที่สุด ไม่ว่าผู้บริโภคหยิบน้ำตาลมิตรผลจากที่ไหนก็จะได้รับสินค้าคุณภาพเดียวกันทั้งหมด รวมถึงการกระจายสินค้าอย่างทั่วถึง สม่ำเสมอ บนต้นทุนที่เหมาะสม เพราะส่งต่อสินค้าที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค
แน่นอนว่าคุณภาพและมาตรฐานที่ดีที่สุดของสินค้าจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากปัจจัยหลักอย่าง “คน” ไม่ได้รับการดูแลที่ดีพอ ดังนั้นตลอดระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจของมิตรผลจึงให้ความสําคัญกับทุกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น เกษตรก ชาวไร่ ชุมชนในพื้นที่รอบโรงงาน รวมถึงซัพพลายเออร์ คู่ค้า และลูกค้ามิตรผล มีการดูแลให้ทุกคนได้พัฒนาและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

“เราให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้าที่ดีที่สุด เพื่อให้ผู้บริโภคของเราสามารถใช้สินค้าภายใต้แบรนด์มิตรผลได้อย่าง มั่นใจ เราจึงใส่ใจในทุกกระบวนการทำงานตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำเพราะแนวคิดหลักของเรา คือคำว่า “ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ” ซึ่งถือเป็นปรัชญาบริษัทจากผู้ก่อตั้ง เนื่องจากสินค้าของเราเป็นอาหาร ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับเกษตรกรค่อนข้างมาก สิ่งสำคัญที่เราต้องคำนึง คือเราต้องดูแลเกื้อกูลให้เกษตรกรมีรายได้ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ที่สำคัญคือ อ้อยน้ำตาลมีระบบที่ทำให้ชาวไร่สามารถดูเรื่องของรายได้ล่วงหน้าได้ ดังนั้นเวลาที่เราสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ สินค้าน้ำตาลก็จะส่งผลไปสู่ชาวไร่ด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ เรายังดูแลในเรื่องของระบบต่างๆ ในการทำงานทั้งเรื่องของการเก็บเกี่ยว เครื่องจักร แม้กระทั่งเรื่องของการบริหารรายได้ เนื่องจากอ้อยเป็นพืชที่ปีนึงได้เงินหนเดียว เพราะต้องปลูก 12 เดือน ดังนั้นระหว่างปีเราจึงเข้าไปดูแลโดยนำเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาใช้เพื่อให้คนในชุมชนและเกษตรกรมีรายได้เสริม และลดค่าใช้จ่ายจากการปลูกผัก เลี้ยงปลา เป็นต้น ในส่วนของชุมชน เราให้ความสำคัญกับโรงเรียนและโรงพยาบาลเป็นหลัก เนื่องจากเป็นพื้นฐานของคนในชุมชน จะเห็นว่าที่ผ่านมามิตรผลเข้าไปทำโครงการที่เกี่ยวกับโรงเรียนและโรงพยาบาลค่อนข้างมาก” คุณผรินทร์ อมาตยกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการตลาด บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด อธิบายถึงการให้ความสำคัญกับเกษตรกรชาวไร่อ้อย ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญของมิตรผล
บุคลากรอีกส่วนที่สำคัญกับธุรกิจ คือแรงงานผู้รับเหมา รวมไปถึงขนส่งต่างๆ ซึ่งช่วงโควิดที่ผ่านมาได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก มิตรผลจึงพยายามเข้าไปดูแลเรื่องการจัดหาวัคซีนชุดตรวจ ATK จนทำให้สามารถผ่านพ้นช่วงวิกฤตโควิด-19 มาได้ ส่วนสุดท้ายคือผู้ประกอบการที่เป็นพาร์ทเนอร์ของมิตรผล อย่างผู้ผลิตอาหาร ร้านอาหาร ร้านขนมต่างๆ มิตรผลให้ความมั่นใจกับผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่องว่าแม้จะเกิดสถานการณ์ไม่แน่นอน เช่น ช่วงที่ผ่านมาจะมีปัญหาผลผลิตอ้อยน้อยแต่สินค้าของมิตรผลไม่ขาดแคลนและยังคงคุณภาพที่ดีที่สุด พร้อมส่งมอบให้กับผู้ประกอบการที่เป็นพาร์ทเนอร์ของมิตรผลได้ตรงเวลา
“ในแต่ละปี เรามีความท้าทายอยู่เสมอ เพราะเราจะไม่หยุดพัฒนาและมอบประสบการณ์ที่ดีส่งต่อให้ผู้บริโภคซึ่งจะได้รับสินค้าที่ดีที่มีคุณภาพสูงสุด ภายใต้ชื่อแบรนด์มิตรผล ที่นี่เรามีพันธกิจของเรา คือการไม่หยุดนําเสนอสิ่งที่ดีที่สุดกับลูกค้า รวมถึงสังคมของเราตลอดไป”

ที่ผ่านมา มิตรผลเป็นบริษัทผลิตน้ำตาลที่มีความหลากหลายของสินค้าและบริการที่ครอบคลุม ดังนั้นความท้าทาย คือการรักษาไว้ซึ่งความเป็นผู้นำ ความเป็นเจ้าตลาดของน้ำตาล ที่นับวันจะยิ่งมีการแข่งขันสูงขึ้น อีกทั้งสถานการณ์ เช่น ความผันผวนของราคาน้ำตาล, ผลผลิตน้ำตาลในแต่ละปี, ปัจจัยอื่นๆ ภายนอก ที่ไม่สามารถควบคุมได้ เรื่องราวเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบที่ท้าทายให้กับกลุ่มมิตรผล อย่างไรก็ดีมิตรผลยังคงพยายามสรรหาสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอยู่เสมอ
“ด้วยความที่น้ำตาลไม่ได้มีแค่น้ำตาลทรายอีกต่อไป เพราะความต้องการที่หลากหลายในการบริโภคซึ่งมีความเฉพาะตัวมากขึ้นในปัจจุบันทำให้เราไม่สามารถหยุดพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาดได้ เรามีการทำวิจัยเพื่อหาสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคเหล่านั้นอยู่เสมอ ศึกษาหาเทรนด์ใหม่ๆ ของตลาดทั่วโลกว่ามีความสนใจในเรื่องอะไรบ้าง เช่น เทรนด์รักสุขภาพที่กำลังมาแรงในช่วงหลัง ตรงจุดนี้เราก็มองเห็นโอกาสในการออกสินค้าเพื่อตอบโจทย์คนชอบหวานแต่เป็นกังวลเรื่องการบริโภคน้ำตาล ทำให้ไม่ได้ทานของอร่อยอย่างที่ต้องการ อย่างมิตรผล Low Cal Sugar Blend ซึ่งถือเป็นน้ำตาลเพื่อสุขภาพที่มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 1 อยู่ในตอนนี้ จะเห็นได้ว่าเราให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง ตอบฟังก์ชั่นการใช้งาน และตอบความเป็นตัวตนที่เฉพาะตัวของผู้บริโภคกลุ่มต่างๆ นอกจากนี้เรายังมีการพัฒนาน้ำตาลในกลุ่มของเบเกอรี่ สำหรับคนรักการทำเบเกอรี่โดยเฉพาะ รวมถึงกลุ่มน้ำเชื่อมเข้มข้นสำหรับอาหารและเครื่องดื่มที่จะช่วยลดระยะเวลาในการต้มเคี่ยว, กลุ่มน้ำเชื่อมแต่งกลิ่นสำหรับเครื่องดื่มและร้านคาเฟ่ หรือที่รู้จักกันในซื่อ Senorita ที่มีหลากหลายกลิ่นตอบโจทย์ทุกความต้องการ เป็นต้น”

แผนการตลาดในปีนี้ของมิตรผลจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาเพื่อสร้างความยั่งยืน ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สำหรับ ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับการร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม เช่น การพัฒนากระบวนการผลิตสินค้าให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนจกและได้รับการรับรองเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) กว่า 28 ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มน้ำตาลทรายดิบ น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ น้ำตาลอ้อยธรรมชาติ น้ำเชื่อม เป็นต้น
ในส่วนของบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์น้ำตาลมิตรผล 95% สามารถนำไปรีไซเคิลได้ และปัจจุบัน กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องการออกแบบและพัฒนนาบรรจุภัณฑ์ที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ (Bio-degradable Packaging) แม้ปัจจุบันอาจจะยังมีต้นทุนที่สูงอยู่ แต่เชื่อว่าในอนาคต เมื่อมีความต้องการในตลาดเพิ่มมากขึ้น ต้นทุนเหล่านี้ๆ จะสามารถปรับลดลงมาได้ การดำเนินงานในส่วนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำตาลมิตรผลที่คำนึงถึงผู้บริโภค เกษตรกร ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการเป็นองค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ของกลุ่มมิตรผลในปี 2030 และ Net Zero ในปี 2050
การเป็นที่หนึ่งอาจจะเป็นเรื่องยากแต่การรักษาความเป็นที่หนึ่งให้คงอยู่ตลอดไปยากยิ่งกว่า ซึ่งหากมองถึงหัวใจของแบรนด์มิตรผล คือการเป็นแบรนด์ที่เข้าใจและอยู่เคียงข้างกับทุกคน ในสังคมเสมอในทุกสถานการณ์ การทำงานของมิตรผลจึงมุ่งสร้างการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนให้กับทุกกลุ่มคน และในส่วนของผู้บริโภค สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึง คือ ผลิตภัณฑ์ ต้องดีมีคุณภาพ พัฒนาต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ ด้วยวัตถุดิบจากไร่อ้อยคุณภาพบนมาตรฐานการทำเกษตรสมัยใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Mitr Phol ModernFarm สู่กระบวนการผลิตน้ำตาลที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใช้พลังงานสีเขียวในทุกกระบวนการผลิต ช่องทางการจัดจำหน่าย ที่พร้อมทุกการเข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่ม หรือ Industry & Retail-E-Commerce ราคา ที่แข่งขันได้ ช่วยให้ลูกค้า คู่ค้า ผู้ประกอบการ มีผลกำไร สุดท้าย คือ แผนการดำเนินงาน ที่ต้องยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้ตลอดเวลา
“เราจะไม่หยุดนิ่งและหลงอยู่กับความสำเร็จในแบบเดิม ต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด ไม่ใช่แค่สินค้าและการบริการเท่านั้น ที่นี่เราให้ความสำคัญกับบุคลากรของมิตรผลมากเป็นพิเศษ ภายในเรามีการจัดการอบรมให้ความรู้พนักงานให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันเป็นทีมเดียวกัน เพราะเรามีความเชื่อว่าเมื่อมีบรรยากาศการทำงานที่ดี มีสิ่งแวดล้อมที่ดี พนักงานมีความสุข ก็จะสามารถส่งต่อความสุขเหล่านั้นไปสร้างสรรค์เป็นผลงานที่ดีออกมาได้จนเป็นที่ยอมรับของบุคคล คนภายนอก และส่งต่อสินค้าที่มีคุณภาพเพื่อสร้างสังคมที่ยั่งยืนได้ตลอดไป” คุณผรินทร์ กล่าวปิดท้าย