ผู้บริโภคทุกวันนี้ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความยั่งยืนของแบรนด์มากกว่าที่เคย ผลสำรวจ 2025-2026 Thailand’s Most Admired Company สะท้อนให้เห็นว่า “มิตรผล” ยังคงครองใจผู้บริโภคไทยในฐานะแบรนด์ น้ำตาลอันดับ 1 ด้วยคุณภาพมาตรฐานสากลและความมุ่งมั่นในทุกมิติของการดำเนินธุรกิจ
คุณผรินทร์ อมาตยกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการตลาด กล่าวถึงความสำเร็จนี้ว่า "ผลสำรวจ ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของมิตรผล เพราะรางวัลนี้คือ 'เสียงสะท้อนแห่งความเชื่อมั่น' จากผู้บริโภคที่มีต่อมิตรผล ตอกย้ำ ว่าเราไม่ได้ส่งมอบแค่ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ แต่ส่งมอบ 'ความไว้วางใจ’ ผ่านผลิตภัณฑ์และกระบวนการทำงานของเราในทุกมิติแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของพวกเรา"
ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากการที่มิตรผลยึดเอาความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก (Customer Centricity) และตั้งใจที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของผู้คน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้มิตรผลโดดเด่นและได้รับความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่การพัฒนาสายพันธุ์อ้อย การบริหารจัดการไร่อ้อยอย่างยั่งยืนตามแนวทาง Mitr Phol ModernFarm จนถึงกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์น้ำตาลคุณภาพสูงถึงมือผู้บริโภค
ขณะเดียวกัน มิตรผลยังเน้น นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและเทรนด์โลก ในฐานะ Solutions Partner เพื่อมอบสิ่งที่ดีและคุ้มค่าที่สุดให้กับลูกค้า ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำตาลเพื่อสุขภาพ เช่น Low Cal Sugar Blend และ LOW GI Natural Cane Sugar พร้อมส่งเสริมการบริโภคอย่างเหมาะสม นอกจากนี้เรายังร่วมขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง Carbon Footprint Product (CFP) และฉลาก Carbon Footprint Reduction (CFR) รวมถึงขับเคลื่อนเรื่อง Sustainable Packaging เพื่อลด Single-use Plastic เพิ่มปริมาณการใช้ Recyclable, Compostable Packaging และเน้นการใช้พลังงานสะอาดในการผลิตและขนส่ง (Green Logistics) เพื่อสนับสนุนความสามารถในการแข่งขัน อีกทั้งยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย
ตลอดระยะเวลาเกือบ 7 ทศวรรษ เราดำเนินธุรกิจที่ยึดมั่นตามแนวทาง “ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ” เน้นการดูแลเกษตรกร คู่ค้า ลูกค้า บุคลากร และชุมชนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทุกคนเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน คุณผรินทร์ ชี้ว่า "ปัจจัยหลักที่ทำให้มิตรผลได้รับความเชื่อมั่น คือการมุ่งสร้างและพัฒนากระบวนการทางธุรกิจตลอดทั้งห่วงโซอุปทาน ทั้งการดูแลเกษตรกรและชุมชน พัฒนาพนักงาน และการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี มีการบริหารจัดการที่สม่ำเสมอและโปร่งใส ตั้งแต่แหล่งที่มาของวัตถุดิบ กระบวนการผลิตที่สะอาด ปลอดภัย จนถึงมือผู้บริโภค

คุณผรินทร์ยังอธิบายต่อว่า "ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราส่งเสริมเกษตรกรตัดอ้อยสด ลดการเผาอ้อย และรับซื้อใบอ้อยนำไปเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าชีวมวล พลังงานทดแทนจากภาคเกษตรไทย สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร สอดคล้องตาม DNA ของมิตรผลที่ต้องการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม"
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ คือการพัฒนาบุคลากรและวัฒนธรรมองค์กร มิตรผลมุ่งเน้นการสร้างผู้นำและพัฒนา ศักยภาพพนักงาน ผ่าน Employee Value Proposition “Cultivating for All” และหลักการ “MITR beyond” ผสมผสาน Agile Way of Working เพื่อเสริมความยืดหยุ่นและการทำงานร่วมกัน ทำให้พนักงานสามารถตอบสนองต่อความต้องการตลาดได้ อย่างรวดเร็ว
จากบริษัทผู้ผลิตน้ำตาลชั้นนำในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ทั้งประเทศจีน ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย และลาว ในอนาคตมิตรผลตั้งเป้าเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน ด้านอุตสาหกรรมน้ำตาลและไบโอเบส สร้างความมั่นคงทางอาหารและพลังงานชีวมวล รวมถึงร่วมสร้างสังคมคาร์บอนต่ำเพื่อพาประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลาง Bio-Hub ของภูมิภาคอย่างแท้จริง
สุดท้ายนี้ คุณผรินทร์ กล่าวถึงแนวทางการรักษาความเป็นผู้นำว่า "เรายังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง เพื่อส่งมอบคุณค่าด้านโภชนาการและสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจ การรักษาสิ่งแวดล้อม และการดูแลสังคม ภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อรักษาความไว้วางใจและความชื่นชมจากผู้บริโภคตลอดไป"