ภาพรวมตลาดอสังหาปี 2565 เริ่มกลับมาฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด มีการเติบโตในทุกกลุ่มสินค้า โดยเฉพาะจำนวนโครงการใหม่ของบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมที่เปิดตัวมากกว่าช่วงก่อนโควิด ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ตลาดคึกคักคงหนีไม่พ้นมาตรการเปิดประเทศ เกิดความมั่นใจในการจับจ่าย ทำให้ดีเวลลอปเปอร์กลับมาทำตลาดอย่างหนัก
แต่สำหรับการเติบโตในปีที่แล้วของ “เอพี ไทยแลนด์” เรียกได้ว่า Breakthrough ในทุกข้อจำกัด ทำลายสถิติความเป็นที่สุด และสร้าง New High Record ในหลายด้านๆ อาทิ เปิดตัวโครงการมากที่สุด 51 โครงการ มูลค่ารวม 63,600 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2564 เปิดตัว 19 โครงการ มูลค่ารวม 22,540 ล้านบาท, ยอดขายพรีเซลส์ 50,415 ล้านบาท เกินเป้าจากที่ตั้งไว้ 50,000 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตมากกว่า 44% เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่มียอดพรีเซลส์ 35,049 ล้านบาท รวมถึงยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และคาดว่าจะเกินจากเป้าหมายที่ตั้งไว้
สถิติดังกล่าวไม่ได้หยุดเอพีไว้แค่ตำแหน่ง “ผู้นำในตลาดอสังหา” เท่านั้น แต่ยังเป็น “แบรนด์อสังหาอันดับ 1” จากการสำรวจ 2023 Thailand’s Most Admired Brand แถมพ่วงตำแหน่ง “แบรนด์ทาวน์โฮมอันดับ 1” ได้เป็นครั้งแรกจากการสำรวจอีกด้วย

ก้าวข้ามทุกข้อจำกัด
คุณวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาเอพี ได้กำหนดให้เป็นที่สุดแห่งปีกับการพุ่งทะยานไปต่อ Breakthrough ทุกข้อจำกัด เพื่อสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดให้เกิดขึ้น ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในปีผ่านมาเติบโตแบบก้าวกระโดด สะท้อนได้อย่างชัดเจนถึงความแข็งแกร่ง และความพร้อมที่เกิดขึ้นจากการบริหารจัดการองค์กรภายในที่บริษัทให้ความสำคัญตลอดหลายปีผ่านวิสัยทัศน์ EMPOWER LIVING และ Brand Promise “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” ที่เอพีลอนช์ในปีที่แล้วเพื่อใช้ในการสื่อสารตอกย้ำสู่การเป็นผู้สร้างและจัดหาสินค้าหรือบริการที่เกื้อหนุนให้ลูกค้า และผู้ที่เกี่ยวข้องกับเอพี สามารถเลือกที่จะใช้ชีวิตที่ดีในแบบที่ต้องการด้วยตัวเอง ผ่านทุกมิติของการดำเนินชีวิตทั้งในวันนี้และอนาคต กระทั่งสร้างภาพจดจำว่าแบรนด์เอพีเป็นแบรนด์ที่ช่วยเอ็มเพาเวอร์ให้ทุกคนมีความสุขกับสิ่งที่เลือกเองได้
เพราะในฐานะดีเวลลอปเปอร์ เอพีมีทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม รวมทั้งหมด 16 แบรนด์ ครอบคลุมครบทุกเซ็กเม้นต์มากที่สุด พร้อมนวัตกรรมดีไซน์ตามหลัก DESIGN THINKING ที่ให้ความสำคัญกับการค้นหา Unmet Need ของลูกค้า และทำความเข้าใจด้วยวิธี Empathy Design Approach นำไปสู่การพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ Aspiration หรือความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ของลูกค้าที่มีความหลากหลายได้อย่างสูงสุด เพื่อให้ลูกค้าเลือกและใช้ชีวิตใน Aspiration แบบที่ต้องการทำให้แบรนด์เอพีครองอันดับ 1 ในใจผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
เติบโตไปอีกขั้นแบบ Inclusive Growth
คุณวิทการ กล่าวถึง ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปีนี้ถือว่าเริ่มมีสัญญาณที่ดี หลายธุรกิจเริ่มขยับตัวขึ้น ถึงแม้จะยังต้องเผชิญกับปัจจัยลบด้านอื่นๆ อยู่ แต่เชื่อว่าจากปัจจัยบวกในเรื่องของการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศจะกระตุ้นเซนติเม้นต์ที่ดีให้เกิดขึ้น ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เอง ถ้าดูจากกราฟการเปิดตัวโครงการใหม่ในปีที่ผ่านมาจะเห็นรูปแบบของกราฟที่เริ่มปรับตัวเป็นขาขึ้น สะท้อนได้ถึงภาพตลาดที่เริ่มฟื้นตัวคืนกลับ จึงมั่นใจได้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ปีนี้น่าจะสดใสและขับเคลื่อนไปต่อ
จากปีแห่งการเดินหน้าฝ่าทุกข้อจำกัด ด้วยแผนธุรกิจที่สร้างความตื่นเต้นและตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมในปีที่ผ่านมา เอพีต่อยอดการทำงานในปีนี้ด้วยกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจภายใต้แผน 2023 AP INCLUSIVE GROWTH ที่สุดของปีกับการเติบโตร่วมกันด้วยแผนการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการขยายภาคธุรกิจ โดยใช้ความชำนาญที่มีมาสร้างโอกาส และข้อได้เปรียบให้เกิดขึ้นในหลากหลายมิติ ทำงานแบบเจาะลึก เข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อครองความเป็นผู้นำในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย ผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจพัฒนาคอนโดมิเนียม กลุ่มธุรกิจพัฒนาบ้านเดี่ยว และกลุ่มธุรกิจพัฒนาทาวน์โฮม
โดยปีนี้ยังคงตั้งเป้าการทำงานที่ท้าทายตัวเองมากยิ่งขึ้น ด้วยแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ที่มีมูลค่ามากที่สุดในตลาด จำนวน 58 โครงการ มูลค่ากว่า 77,000 ล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยว 22 โครงการ มูลค่า 34,800 ล้านบาท ทาวน์โฮม จำนวน 27 โครงการ มูลค่า 26,400 ล้านบาท คอนโดมิเนียม 4 โครงการ มูลค่า 11,800 ล้านบาท และโครงการในต่างจังหวัด 5 โครงการ มูลค่า4,000 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้ทั้งปีเอพีจะมีโครงการพร้อมขายทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดมากกว่าถึง 192 โครงการ มูลค่ากว่า 165,600 ล้านบาท โดยตั้งเป้ายอดขาย 58,000 ล้านบาท เป้ารายได้รวม 100% JV ที่ 57,500 ล้านบาท
“เอพียังคงเป็นแบรนด์อสังหาที่มีสินค้าครบทุกเซ็กเม้นต์ที่มีให้ลูกค้าเลือก หลังจากที่พอร์ตสินค้าในเซ็กเม้นต์ระดับราคากลางๆ ของเรามีความแข็งแรงแล้ว เราได้ขยายไปในตลาดระดับราคา 3-5 ล้านบาท อย่างบ้านเดี่ยว Moden และในปีนี้เราจะมุ่งเน้น เซ็กเม้นต์ลักชูรี่ และซูเปอร์ลักชูรี่ ราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปให้มากขึ้น เช่น แบรนด์ Palazzo ราคา 70-100 ล้านบาท และบ้านกลางกรุง ราคา 30-50 ล้านบาท”

เจ้าตลาดทาวน์โฮมกับโรดแม็บ Unlock Vertical Life
อย่างไรก็ตาม เอพี ไม่ได้เป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ที่มีผู้บริโภคชื่นชอบมากที่สุดเท่านั้น แต่ยังเป็นทาวน์โฮมที่ 1 ในใจเช่นกัน ซึ่งคุณเมธา รักธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าทาวน์โฮม บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความสำเร็จในปี 2565 ที่ผ่านมาว่า กลุ่มธุรกิจทาวน์โฮมของเอพีมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะด้านยอดขายที่เติบโตกว่า 30% ในปีที่ผ่านมา และโตกว่า 90% หากเทียบกับปี 2562 มาจากความโดดเด่นของโปรดักต์ที่มีให้เลือกหลากหลายเจาะครบทุกเซ็กเม้นต์ ทุกทำเลทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ประกอบกับการทำงานภายใต้โรดแม็บ “Unlock Vertical Life พื้นที่ชีวิตแนวตั้งที่เลือกเองได้” พลิกทุกข้อจำกัดงานดีไซน์สถาปัตยกรรมและสเปซฟังก์ชั่นในบ้านใหม่ทั้งหมด รองรับการใช้ชีวิตวิถีใหม่
ทั้งนี้ Unlock Vertical Life มาจากการศึกษาและทำความเข้าใจ Consumer Insight และ Pain Point การอยู่อาศัยทาวน์โฮมและบ้านแฝดที่มีอยู่ในตลาด พบข้อจำกัดมากมาย เช่น พื้นที่ใช้สอยน้อยเมื่อเทียบกับบ้านเดี่ยว, ปัญหาความเป็นส่วนตัวเนื่องจากบ้านแต่ละหลังอยู่ติดกัน, การออกแบบฟังก์ชั่นในบ้านยังไม่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ หรือรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกบ้านได้อย่างแท้จริง เราจึงได้ออกแบบทาวน์โฮมและบ้านแฝดรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งทำเล, ฟังก์ชั่นของบ้าน, พื้นที่ใช้สอย, สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่ส่วนกลาง และมีให้เลือกหลายระดับราคา เพื่อให้ผู้บริโภคทุกเซ็กเม้นต์เข้าถึงได้
นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมาทีมงานทาวน์โฮมเอพียังเปลี่ยนรูปแบบการทำตลาดใหม่เพื่อต่อยอดตำแหน่งผู้นำตลาดทาวน์โฮมในเมือง ด้วยการสร้างแบรนด์ “บ้านกลางเมือง” ทาวน์โฮมระดับพรีเมียมเป็นครั้งแรก โดยใช้วาระการครบรอบ 20 ปี จัดแคมเปญ CELEBRATING 20 YEARS Baan Klang Muang Journey ในฐานะแบรนด์ที่ทรงพลังสูงสุดในกลุ่มสินค้าทาวน์โฮมและเป็นแบรนด์ระดับตำนานผ่านกลยุทธ์มิวสิกมาร์เก็ตติ้ง และแบรนด์แอมบาสเดอร์โดย ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา ที่มีส่วนร่วมในเพลย์ลิสต์พิเศษ “Baan Klang Muang MEMORY ทุกพื้นที่กับทุกความรู้สึก” ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ในระดับตำนานที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนานวัตกรรมดีไซน์ตลอด 20 ปี

คุณเมธา กล่าวว่า ปีนี้เอพียังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดทาวน์โฮม โดยตั้งเป้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โรดแม็บ Unlock Vertical Life พื้นที่ชีวิตแนวตั้งที่เลือกเองได้ เพื่อยังคงครองภาพการเป็นผู้นำตลาดทาวน์โฮมในเมือง ในปีนี้กลุ่มธุรกิจทาวน์โฮมเตรียมเปิดตัวทาวน์โฮมใหม่จำนวน 27 โครงการ มูลค่า 26,400 ล้านบาท ครอบคลุมครบทั้ง 6 Sub-Brand ตั้งแต่ระดับราคา 1.69-25 ล้านบาท ประกอบด้วย บ้านกลางเมือง คลาสเซ่, บ้านกลางเมือง, บ้านกลางเมือง ดิ อิดิชั่น, แกรนด์ พลีโน่, พลีโน่ และพลีโน่ ทาวน์
โดยไฮไลท์สำคัญ คือการขยายพอร์ตสินค้าในกลุ่มบ้านแฝดมากยิ่งขึ้นด้วยแบรนด์บ้านกลางเมือง ดิ อิดิชั่น ซึ่งเป็นแบรนด์บ้านแฝด 3 ชั้น ที่มีหน้ากว้างที่มากสุดถึง 12.8 เมตร และแกรนด์ พลีโน่ เป็นบ้านแฝด 2 ชั้น หน้ากว้าง 13.5 เมตร รวมถึงการเปิดตัว Luxury Townhome ซึ่งทำเลใหม่ในปีนี้ของเรา คือบ้านกลางเมือง คลาสเซ่ รัชโยธิน คาดว่าจะพร้อมเปิดตัวในช่วงประมาณไตรมาส 3
“ปัจจุบัน เอพี ครองตลาดทาวน์โฮม 60% ของตลาด ในขณะที่บ้านแฝดที่เราเริ่มทำตลาดไป ได้รับการตอบรับจากตลาดดีมาก จากการสำรวจตลาดพบว่าเราเป็น Top 3 ของเซ็กเม้นต์นี้ และยังไม่มีผู้นำตลาดที่ชัดเจน เราจึงตั้งใจรุกบ้านแฝดมากขึ้นและตั้งเป้าที่จะเป็นอันดับ 1 ในอนาคต”
สร้าง S Curve + พัฒนาคน
เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน เอพี ยังต่อยอดความชำนาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการค้นหาช่องว่างตลาดใหม่โดยจะนำทรัพยากรที่บริษัทมีไปบ่มฟักนักคิด นักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ เพื่อต่อยอดสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ๆ ที่สามารถนำกลับมาสนับสนุนธุรกิจในระยะยาวแบบองค์รวม ทั้งในมิติธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบใหม่ๆ หรือเพื่อเสริมธุรกิจอื่นๆ ในเครืออย่าง สมาร์ท เซอร์วิส แอนด์ แมเนจเมนท์ (SMART) หรือบางกอก ซิตี้สมาร์ท (BC) พร็อพเพอร์ตี้โบรกเกอร์แบบครบวงจร เป็นต้น
คุณวิทการ กล่าวถึง New Business ของเอพีว่า เป็นวิธีการพัฒนาธุรกิจอสังหาใหม่ๆ ที่ใช้นวัตกรรมที่มีในองค์กร โดยปีที่แล้วได้เปิดตัว FitFriend เทรนเนอร์ดิลิเวอรี่ ตอบโจทย์เทรนด์ในเรื่องของสุขภาพ และมีคนใช้บริการมากกว่า 6,000 คลาส ด้วยเทรนเนอร์ที่อยู่ในระบบมากกว่า 100 คน ซึ่งทุกคนผ่านการรับรองจากสถาบันชั้นนำ และผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจึงมั่นใจได้ในมาตรฐานของเทรนเนอร์ที่ไม่ต่างจากการใช้บริการในฟิตเนสชื่อดัง ซึ่งนอกจาก FitFriend จะให้บริการแก่บุคคลทั่วไปผ่านระบบ Line Official-FitFriend แล้ววันนี้ FitFirend ยังสเกลอัพไปเป็นอีกหนึ่งเซอร์วิส ภายใต้การบริหารจัดการของสมาร์ท เซอร์วิส แอนด์ แมเนจเมนท์ เพื่อให้บริการแก่ลูกบ้านที่สมาร์ทบริหารจัดการกว่า 370 โครงการอีกด้วย
“FitFriend เกิดจาก Pain Point ในช่วงโควิดที่คนต้องการออกกำลังกายแต่สถานที่ออกกำลังกายไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ จึงคิดค้นแพลตฟอร์ม FitFriend เพื่อให้บริการเทรนเนอร์ดิลิเวอรี่ที่บ้านของลูกค้า และเริ่มเห็นกำไรในปีนี้ซึ่งเราตั้งเป้าหมายว่าธุรกิจใหม่ที่เกิดมีนวัตกรรมจะมีรายได้ 300-500 ล้านบาท”
เหนือสิ่งอื่นใดวิสัยทัศน์ EMPOWER LIVING ของเอพียังแผ่ขยายไปสู่ภาคสังคม เพื่อร่วมขับเคลื่อนให้เติบโตไปร่วมกัน ด้วยการสานต่อความตั้งใจที่จะเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพ ‘คน’ ด้วยการมอบทักษะแห่งอนาคตแก่ทุกคนไม่ว่าจะเป็นพนักงานในเครือ นิสิต นักศึกษา หรือบัณฑิตผู้พิการ ผ่านโครงการเพื่อสังคมต่างๆ ที่ทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น AP OPEN HOUSE โปรแกรมฝึกงานในฝันของนิสิต นักศึกษาทั่วประเทศ ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 จนได้รับการยอมรับว่าเป็นโปรแกรมการฝึกงานที่ดีที่สุดในประเทศไทย หรือแคมเปญ I AM POWER ที่จัดขึ้น เพื่อเอ็มเพาเวอร์บัณฑิตผู้พิการให้มีโอกาสเข้าถึงทักษะการทำงานใหม่ๆ สนับสนุนให้ทุกคนมีชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ ®