ทุกคนคงทราบดีว่า ธุรกิจอสังหาในบ้านเราเต็มไปด้วยดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ที่มีความแข็งแกร่ง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับการขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งบริษัทอันดับ 1 ในใจผู้บริโภค แต่จากประสบการณ์การทำงานที่สั่งสมมานานหลาย 10 ปี นำไปสู่ความสำเร็จทั้งในด้านผลประกอบการที่ทุบสถิติสูงสุดต่อเนื่อง และยังเปิดตัวโครงการใหม่มากที่สุด ย่อมสะท้อนถึงการยอมรับจากตลาด ส่งผลให้ “เอพี ไทยแลนด์” ไม่เพียงครองตำแหน่ง Thailand’s Most Admired Brand ได้อย่างยาวนานเท่านั้น แต่ปีนี้ยังเป็นเจ้าของรางวัลพิเศษ 2023-2024 Thailand’s Most Admired Brand Company การันตีการเป็นบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้บริโภคชื่นชอบมากที่สุด
คุณวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการทำงานในปีที่ผ่านมาว่า ถือเป็นอีกปีที่เอพีทุบสถิติใหม่ All Time High ทั้งยอดพรีเซลส์ ผลประกอบการ กำไรสุทธิ และจำนวนโครงการเปิดใหม่
ตัวเลขทางสถิติใหม่นี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากเอพีไม่มีขีดความสามารถในการปรับกลยุทธ์ตลาดในทุกๆ ไตรมาสตามไดนามิคที่เกิดขึ้นในตลาดอสังหา ซึ่งหลักๆ มาจากเสถียรภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง จากการมีความเข้มงวดในวินัยทางการเงิน รักษาสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนไม่เกิน 0.79 เท่า และสภาพคล่องทางการเงินเพียงพอในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้เท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงในตลาด
สำหรับปีนี้ เอพียังมุ่งเดินหน้าไปต่อตามแผนการขยายธุรกิจ
Aggressive Growth โดยมีแผนเปิดตัว 48 โครงการใหม่ รวมมูลค่า 58,000 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายยอดขายรวมในปี 2567 อยู่ที่ 57,000 ล้านบาท พร้อมสร้างการรับรู้รายได้อยู่ที่ 53,700 ล้านบาท แม้จะมีปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงถึง 90% ของจีดีพีเป็นปัจจัยฉุดรั้ง ภาครัฐบาลยังไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และธนาคารเข้มงวดในการให้สินเชื่อ แต่ก็ยังพอมองเห็นโอกาสทางธุรกิจจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ตั้งแต่ต้นปีคาดว่า สิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 30-40 ล้านคน และครึ่งปีหลังจะเป็นช่วงเวลาที่กลุ่มคอนโดจะกลับมาคึกคักเต็มที่หลังจากปีที่แล้วเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวแล้ว ประกอบกับทิศทางแนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจะทำให้ดีเวลลอปเปอร์ทำตลาดได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ดี หากมองโดยภาพรวมหลายคนคงรู้ดีว่า ธุรกิจอสังหาปีนี้คงไม่ต่างไปจากปีที่แล้ว ดังนั้นหากเปรียบธุรกิจนี้เป็นถนน คงไม่ผิดนักถ้าจะบอกว่าถนนสายนี้ยังคงขรุขระ ผันผวนไม่แน่นอน รถยนต์ที่จะวิ่งผ่านได้ต้องขับด้วยโหมดออฟโรดและเครื่องยนต์ต้องมีความพร้อมเป็นพิเศษ
คุณวิทการ ให้ความเห็นว่า ปีนี้ดีเวลลอปเปอร์ต้องโมดิฟายด์เครื่องยนต์ให้เป็นรถเอสยูวี สามารถขับเคลื่อนไปในทุกสถานการณ์ สมรรถนะเครื่องยนต์เต็มกำลังพร้อมวิ่งบนถนนขรุขระได้เร็วกว่าคนอื่น ซึ่งเอพี เตรียมความพร้อมไว้ใน 5 แกนหลัก ด้วยกัน
- Cash Flow Management มีเสถียรภาพทางการเงินและสภาพคล่องที่เพียงพอ ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือขององค์กร โดยมีหนี้สินต่อทุน 0.79 เท่า ทำให้มีต้นทุนการเงินน้อย สภาพคล่องจากวงเงินเครดิตธนาคาร 12,700 ล้านบาท วงเงินลงทุนจากพันธมิตรอย่างมิตซูบิชิ เอสเตท 12,619 ล้านบาท และกระแสเงินสดการโอนกรรมสิทธิ์จากโครงการที่มีอยู่ 212 โครงการ
“เอพีให้ความสำคัญกับสถานะทางการเงิน เพราะความแข็งแกร่งด้านการเงินจะเอื้อให้เราสามารถปรับตัวได้ทุกสถานการณ์ และทฤษฎีนี้พิสูจน์มาแล้วจากช่วงโควิดที่สามารถปรับพอร์ตโฟลิโอตามดีมานด์ที่เปลี่ยนไปได้อย่างรวดเร็ว จนทำให้เราทุบสถิติรายได้สูงสุด ยิ่งในปีนี้เต็มไปด้วยความผันผวน สถานการณ์การเงินยิ่งเป็นหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจ”
- Supply Chain Management วางระบบการพัฒนาและการส่งมอบโครงการ ทำสัญญาระยะยาวกับผู้รับเหมา และจ่ายค่าจ้างตรงเวลาสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้า
- Portfolio Diversification กระจายพอร์ตสินค้าที่หลากหลายครอบคลุมทุกเซ็กเม้นต์ โดยคาดว่าจะเกิดความสมดุลระหว่างบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด ภายใน 3 ปีนับจากนี้
- People Process Structure บริหารจัดการคนและองค์กร สร้างทีมที่ดีเพื่อช่วยกันขับรถได้รวดเร็ว ปลอดภัย
- Strategic Partnership จับมือพันธมิตรร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจ