ยุคสังคมไร้เงินสด การทำธุรกรรมการเงินรวมถึงการชำระค่าสินค้าและบริการ คนส่วนใหญ่หันมาใช้วิธีชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยเหตุผลด้านความสะดวกสบาย ไม่ต้องแบกรับค่าธรรมเนียม ทำให้ปัจจุบันผู้ให้บริการหลายแห่งหันมาให้บริการธุรกรรมการเงินผ่านแอปพลิเคชันมากขึ้นหรือเรียกกันว่า E-wallet ซึ่งวันนี้สู้กันด้วยการมี ecosystem ที่แข็งแรง เพื่อดึงดูดให้ผู้ใช้บริการ
วันนี้ BrandAge Online จะพามาดู E-wallet ของแต่ละเจ้าว่าวันนี้ไปถึงไหนกันแล้ว

เริ่มกันที่ True Money Wallet ของบมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ที่เปิดตัวเมื่อปี 2556 โดยเริ่มจากการให้บริการเติมเงิน โอนเงิน และชำระบิล ถัดมาได้เปิดนำเสนอฟังก์ชั่นใหม่ Scan & Pay เป็นรายแรกของไทยที่ลูกค้าสามารถชำระค่าบริการต่างๆ ด้วยตัวเอง ปัจจุบัน True Money Wallet สามารถใช้จ่ายแทนเงินสดได้ทุกที่ ทุกเวลา ทั้งใช้ซื้อสินค้าที่ 7-ELEVEN จ่ายบิล เติมเงินมือถือ ตู้จำหน่ายสินค้า รวมถึงใช้จ่ายผ่านบัตร WeCard ซื้อแอป เกมส์ สติ๊กเกอร์ และช้อปออนไลน์ได้เหมือนบัตรเดบิตอีกด้วย
ถัดมา Rabbit LINE Pay การร่วมกันของ Line Pay และ Rabbit ใช้จ่ายได้คล่องตัวทั้งค่ารถไฟฟ้าที่มาพร้อมสิทธิพิเศษที่การจ่ายเงินสดไม่สามารถทำได้ นอกจากนี้ยังร่วมกับร้านสะดวกซื้อ เช่น Family Mart, Lawson ศูนย์อาหารที่ร่วมรายการ ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า บัตรชมภาพยนตร์ เติมเงินบัตร Easy Pass เป็นต้น มีข้อดีคือใช้งานง่าย ไม่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพิ่ม เพราะใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Line
Dolfin Wallet ภายใต้การบริหารของกลุ่มบริษัท เซ็นทรัล เจดี ฟินเทค ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้การร่วมทุนระหว่างกลุ่มเซ็นทรัล และ JD.com/JD Digits ผู้นำธุรกิจฟินเทคและอี-คอมเมิร์ซรายใหญ่ที่สุดของประเทศจีน โดยการร่วมมือนี้ ได้มีการนำเทคโนโลยีทางด้านการเงิน มาพัฒนาและส่งมอบบริการด้านการเงินและฟินเทคอย่างเต็มรูปแบบและครบวงจร ด้วยฐานผู้ใช้ที่กว้างของทั้งสองบริษัท แพลตฟอร์มอัจฉริยะ ดอลฟิน จึงเข้าใจถึงเทรนด์และพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยในปัจจุบัน และสามารถตอบโจทย์ด้านการเงินออนไลน์แก่ผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง Dolfin Wallet สามารถสะสมคะแนนพิเศษ The1 สำหรับทุกการใช้จ่าย 100 บาทที่จ่ายผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ดอลฟินได้อีกด้วย
และสุดท้ายจะไม่พูดถึงไม่ได้นั่นคือ เป๋าตัง ของธนาคารกรุงไทย ที่เปิดตัวเมื่อปี 2561 โดยใช้จังหวัดนครปฐมเป็นเมืองไร้เงินสดแห่งแรก แต่ขณะนั้นยังเป็นแอปฯ ที่ต้องผูกกับบัญชีกรุงไทย เพื่อชำระเงินผ่าน QR Code เท่านั้น
หลังจากนั้นทางภาครัฐฯได้มีมาตรการสนับสนุนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านเป๋าตังไม่ว่าจะเป็น โครงการชิมช้อปใช้ เราเที่ยวด้วยกัน เราชนะ ม.33 เรารักกัน ยิ่งใช้ยิ่งได้ เป็นต้น
แต่ที่ทำให้ยอดผู้ใช้ขึ้นมาแบบก้าวกระโดด คือ โครงการคนละครึ่ง ที่รัฐบาลมอบส่วนลด 50% สูงสุด 150 บาทต่อวัน รวมถึงมีบริการใหม่ ใหม่ๆ เช่น บริการกระเป๋าสุขภาพ (Health Wallet) ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้ผู้ใช้ตรวจสอบสิทธิหลักประกันสุขภาพของตนเอง
ล่าสุด ยังร่วมกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคา ได้แก่ สลากดิจิทัลและ โครงการสลาก 80 มุ่งหวังที่จะให้ประชาชนเข้าถึงสลากได้ในราคาที่กำหนด คือ 80 บาทต่อฉบับ
จากบริการที่ตอบโจทย์ ทำให้เป๋าตัง คว้ารางวัล "The Disruptor" มีผู้ใช้งานกว่า 40 ล้านคนเป็น Digital Platform ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในประเทศไทย
จะเห็นได้ว่า E-wallet แต่ละเจ้าต่างมีข้อดีและความพิเศษแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ใช้บริการว่าสะดวกเลือกรับบริการจากผู้ให้บริการรายไหน นอกจากนั้นสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือการดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวก รวดเร็ว ทำให้คนไทยหันมาทำธุรกรรมการการเงิน ชำระค่าสินค้า จองตั๋วเครื่องบิน จ่ายค่าที่พัก ฯลฯ ผ่าน E-wallet และเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ประเทศไทยจะเข้าสู่ยุคสังคมไร้เงินสดอย่างแท้จริง