กลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC องค์กรธุรกิจค้าปลีกประเภทสินค้าแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ “แม็คยีนส์” นอกจากเรื่องของตัวสินค้าที่วันนี้แม็คยีนส์ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่กับแค่การเป็นสินค้าในกลุ่มยีนส์เท่านั้น แต่ก้าวข้ามไปสู่การเป็นสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์โดยมีสัดส่วนยอดขายจากยีนส์อยู่ที่ 45% แล้ว
อีกหัวใจสำคัญ น่าจะอยู่ที่เรื่องของการให้น้ำหนักกับการสร้างความแข็งแกร่งในเรื่องของช่องทางขายที่วันนี้ แม็ค เป็นแบรนด์ที่มีช่องทางขายที่ค่อนข้างจะครอบคลุม ทั้งช่องทางที่เป็นการขายผ่านดีพาร์ทเม้นต์สโตร์ Free Standing ที่เป็นช้อปของแม็คยีนส์เอง และร้านในรูปแบบเอ้าท์เล็ท ที่ร่วมมือกับโออาร์ในการเข้าไปเปิดร้านในปั๊มของ ปตท. รวมถึงช่องทางขายผ่านออนไลน์
โดยแม็คยีนส์ มีจุดขายรวมกันประมาณกว่า 600 จุด แบ่งเป็น ดีพาร์ทเม้นต์ สโตร์ 280 แห่งเป็นสแตนอะโลน หรือช้อปของแม็คเอง 250 และแม็ค เอ้าท์เล็ท (Mc Outlet ) ในปั๊ม ปตท.ที่เพิ่งเปิดครบ 100 สาขา ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

เจมส์ ริชาร์ด อมตวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC องค์กรธุรกิจค้าปลีกประเภทสินค้าแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ “แม็คยีนส์” บอกกับเราว่าการขยายสาขาในรูปแบบของเอ้าท์เล็ต เข้าไปในปั๊ม ปตท. เป็นการมองเห็นโอกาสในการขายสินค้าจากทราฟิกของคนเดินทางที่วันนี้ ไลฟ์สไตล์ เปลี่ยนไปค่อนข้างมาก การแวะปั๊มไม่ใช่แค่เติมน้ำมัน แต่ยังมีเรื่องอื่นๆ อีก และช้อปปิ้งก็เป็น 1 ในนั้น เนื่องจาก วันนี้ ปั๊มน้ำมันได้ก้าวข้ามจากแค่การเป็นสถานีบริการน้ำมัน มาสู่การเป็น Community Hub ไปแล้ว
นอกจากนักเดินทางที่มีสัดส่วน 70% แล้ว อีก 30% จะเป็นลูกค้าที่อยู่ในชุมชนใกล้เคียง ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการขายในกรณีที่บางสาขาตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีห้าง ไฮเปอร์มาร์เก็ต หรือมอลล์ ไปเปิด
“Mc Outlet ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยทำให้การขยายฐานลูกค้าเข้าสู่ชุมชนได้ดี ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทเพิ่มขึ้น เห็นได้จากช่วง 6 เดือนของปี 2566 มีรายได้ 1,876 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.9% เมื่อเทียบงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1,433 ล้านบาท โดยรายได้จากช่องทางค้าปลีกของตนเองเพิ่มขึ้นชัดเจน จากไตรมาส 2 มีรายได้ 738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% หรือ 129 ล้านบาท ส่วนงวด 6 เดือน มีรายได้ 1,231 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% หรือ 364 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากกลยุทธ์ในการขยายสาขา Mc Outlet อย่างต่อเนื่อง”
แม็คยีนส์ มีจุดขายรวมกันประมาณกว่า 600 จุด แบ่งเป็น ดีพาร์ทเม้นต์ สโตร์ 280 แห่งเป็นสแตนอะโลน หรือช้อปของแม็คเอง 250 และเอ้าท์เล็ทในปั๊ม ปตท. 100 แห่ง ทำให้มีจุดกระจายสินค้าได้มากขึ้น นอกเหนือจากการขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีการเอ้าท์ซอร์สให้ เอ็น สแควร์ ซึ่งเป็นแพล็ตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เป็นคนทำให้

ทำไม แม็คยีนส์ จึงเลือกโฟกัส การเปิดร้านในรูปแบบเอ้าท์เล็ทในปั้มน้ำมัน
เหตุผล นอกจากเรื่องของการเปลี่ยนโฉมหน้าของปั๊มน้ำมันไปสู่การเป็น Community Hub ที่ลูกค้าไม่เพียงแค่เติมน้ำมันเท่านั้น แต่ยังมีการใช้บริการรูปแบบอื่นๆ โดยเฉพาะกับการช้อปสินค้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว การเลือกเปิดร้านในรูปแบบนี้ที่มีพื้นที่ขายตั้งแต่ 70 – 120 ตร.ม.ยังมีต้นทุนค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับร้านในรูปแบบของช้อปและการเข้าไปขายในห้างสรรพสินค้า หรือการเปิดช้อปในพื้นที่เช่าของไฮเปอร์มาร์เก็ต
ผู้บริหารของแม็คยีนส์ บอกว่า ต้นทุนที่ต้องเสียในกรณีที่เข้าไปขายในห้างจะมีประมาณ 30% ขณะที่ต้นทุนของเอ้าท์เล็ทจะมีแค่ 9% ซึ่งแตกต่างกันค่อนข้างมาก โดยเอ้าท์เล็ทบางสาขา สามารถทำยอดขายสูงเกิน 1 ล้านบาทต่อเดือน อย่างสาขาในปั๊มปตท.ที่พังงา ซึ่งตั้งอยู่ในโลเคชั่นที่จะออกไปสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นหมู่เกาะ สามารถทำยอดขายสูงถึง 1.2 ล้านบาทเลยทีเดียว
ไม่เพียงเท่านั้น เอ้าท์เล็ท ยังเป็นตัวช่วยระบายสินค้าในสต็อกได้ค่อนข้างดี ทำให้ช่วยลดต้นทุนในเรื่องของสต็อคที่กลายเป็นต้นทุนสำคัญของการทำค้าปลีกได้เป็นอย่างดี โดยสินค้าส่วนใหญ่ที่นำมาวางขาย จะเป็นสินค้าที่วางขายในช้อปของแม็คยีนส์และในห้างมาก่อน ประมาณ 3 – 6 เดือน แต่มีบางเอสเคยูที่เป็นการวางพร้อมกันกับในช้อป เช่นเดียวกับบางรุ่นที่ทำออกมาเพื่อวางในเอ้าท์เล็ทเพียงอย่างเดียว
โดยเอ้าท์เล็ทของแม็คยีนส์จะมีสินค้าที่วางขายประมาณ 4 – 5 พัน เอสเคยู ครอบคลุมตั้งแต่ยีนส์ เสื้อแจ็คเก็ต เสื้อทีเชิร์ต เสื้อยืด กางเกงขาสั้น รองเท้าและแอสเซสเซอรี่ เป็นต้น มีราคาขายตั้งแต่ 100 กว่าบาท ไปจนถึง 1,000 ต้นๆ โดยเป็นราคาที่ลดลงจากป้ายตั้งแต่ 30 – 70%

แม็ค เอ้าท์เล็ท เป็นการทรานฟอร์มจากร้านเดิมที่ชื่อ mc mc ในยุคที่คุณเจมส์ เข้ามารับตำแหน่งซีอีโอ ของบริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เมื่อราว 2 ปีที่ผ่านมา โดยเปิดสาขาในปั๊ม ปตท.ที่แรกที่วังน้อย ซึ่งหากจะบอกว่า แม็ค เอ้าท์เล็ท เป็นกลยุทธ์ที่แตกต่างจากแฟชั่นแบรนด์อื่นๆ คงไม่เกินเลยไปนัก
ทั้งนี้ก็เพราะ แฟชั่นแบรนด์รายอื่น อย่างกรณีของ Flynow ที่เลือกเอ้าท์เล็ทขนาดใหญ่ แต่แม็คยีนส์จะใช้วิธีกระจายการเปิดเป็นร้านที่ไซส์ไม่ใหญ่ แต่มีจำนวนสาขามากๆ เพื่อที่จะใช้เป็นเน็ตเวิร์คในเรื่องของการขายที่ผลักดันเข้าหาลูกค้า แทนที่จะรอให้ลูกค้าเดินเข้ามาหาในห้างหรือในช้อป
ขณะเดียวกัน ยังทำหน้าที่เป็นทัชพ้อยท์ที่ช่วยในเรื่องของการทำ Branding ที่ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงแบรนด์ได้ง่าย จากจำนวนสาขาที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยจะมีตัวช่วยในการเข้าถึงดาต้าของพวกเขาคือซีอาร์เอ็มอย่าง แม็คคลับ ที่มีทั้งเรื่องของการสะสมแต้มและสิทธิพิเศษอื่นๆ
ส่วนการเลือกโลเคชั่นในการเปิดร้านนั้น คุณเจมส์ บอกว่า จะเลือกเปิดในปั๊มที่เป็นขาออกไปสถานที่ท่องเที่ยวหรือออกเมือง เพราะพฤติกรรมของคนไทยจะเลือกซื้อสินค้าในช่วงเวลาที่จะเดินทางไปเที่ยวหรือออกนอกเมือง ส่วนขาเข้า ทุกคนอยากกลับให้ถึงบ้าน จึงไม่มีอารมณ์ในการช้อปเหมือนช่วงขาไป
“ในอดีต ไม่ว่าจะร้านเล็กร้านใหญ่ อยู่ที่ไหน เหมือนกันหมด แต่ตอนนี้ ไม่ได้แล้ว เราจะทำ Clustering เป็น Store Type ว่าไซส์จะออกมาแบบไหน เพื่อให้สอดคล้องกับคอลเลคชั่น ที่จะใส่เข้าร้าน เพราะเอสเคยูเรามีเยอะ เราต้อง Customize ตาม ไซส์ โลเคชั่น แล้วก็ Demographic ของลูกค้า ที่เข้ามาที่ร้าน”