ยีนส์ คือ หนึ่งในไอเท็มที่มีอยู่ในตู้เสื้อผ้าของทุกคนทั่วโลก ด้วยคุณสมบัติที่สวมใส่ง่าย ดูดี ลงตัวได้หลากหลายสไตล์ หลากหลายโอกาสนั้น ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของทุกไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันไปแล้ว ด้วยเสน่ห์และความคลาสสิก ที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของผู้ที่สวมใส่ได้เป็นอย่างดี ทำให้ยีนส์ยังคงอยู่ในทุกยุคทุกสมัยของแฟชั่นเทรนด์
แบรนด์ยีนส์ยอดนิยมของคนไทยอย่าง แม็คยีนส์ (Mc Jeans) กำลังก้าวสู่ปีที่ 50 จากวันนั้นจนถึงวันนี้อะไรที่ทำให้แบรนด์ที่มีกระเป๋าทรงใบโพธิ์ที่เป็นเอกลักษณ์นี้ โลดแล่นอยู่ในตลาดยาวนานมาถึง 5 ทศวรรษ และครองแชมป์แบรนด์ยีนส์อันดับ 1 ของไทย ที่มียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่องเสมอมา
คุณเจมส์ ริชาร์ด อมตวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC เปิดเผยว่า “แม็คกรุ๊ป ดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ “MY MC MY WAY ชีวิต…เต็มแม็ค” ภายใต้แนวคิด “Body Positivity” ความเข้าใจในความแตกต่างของรูปร่าง และพร้อมสร้างสรรค์ลุคที่ดีที่สุดในแบบของตัวเอง ด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของแม็คยีนส์ เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ชีวิต...แบบไร้ขีดจำกัด
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อน “แม็คยีนส์” คือคุณภาพของสินค้า ความใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นการออกแบบที่คำนึงถึงผู้บริโภคเป็นหลัก กระบวนการผลิตที่ทัดเทียมกับแบรนด์ยีนส์ระดับโลก ในราคาเข้าถึงง่าย ซึ่งจุดแข็งดังกล่าวเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์และการต่อยอด ผสานกับความมุ่งมั่นในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ และการปรับตัวเพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคในทุกยุคทุกสมัย
วันนี้แม็คยีนส์ไม่ได้มีแค่ยีนส์เท่านั้น ยังมีผลิตภัณฑ์อันหลากหลายที่เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ เรียกได้ว่าครบครันตั้งแต่ Head to Toe ไม่ว่าจะเป็นกางเกงยีนส์ เสื้อเดนิมแจ็คเก็ต เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต เสื้อโปโล กางเกงขาสั้น รองเท้า รวมไปถึงแอคเซสเซอรี่ แม็คยีนส์ ให้ความสำคัญกับการวางกลยุทธ์เรื่องของจุดขาย หรือ Point of Sale ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นจิ๊กซอว์ที่ทำให้ระบบซัพพลายเชนของแม็คยีนส์แข็งแกร่ง และเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะจะเห็นได้ว่าเป็นแบรนด์ที่มีช่องทางขายค่อนข้างจะครอบคลุม ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าไปจนถึงปั๊มน้ำมัน ปัจจุบันแม็คยีนส์มีร้านค้าปลีกเกือบ 600 จุดทั่วประเทศ แบ่งเป็น ดีพาร์ตเมนต์ สโตร์ 131 แห่ง สแตนด์อะโลน หรือช็อปของแม็คยีนส์เอง 294 แห่ง รถเคลื่อนที่หรือที่เรียกว่า Mobile truck 6 แห่ง และเอาท์เล็ตในปั๊มน้ำมัน 142 แห่ง ที่เกิดจากความร่วมมือกับบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR รวมถึงขยายช่องทางการขายออนไลน์ในหลายแพลตฟอร์ม ทั้งสร้างช่องทางของตัวเองผ่านเว็บไซต์ mcshop.com, อยู่บนแพลตฟอร์ม e-Commerce อย่าง TikTok, Shopee, LAZADA และบนแพลตฟอร์ม Social Media ทั้ง Facebook, Instagram, LINE

อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจ คือแม็คยีนส์เป็นแบรนด์ที่มีความสามารถในการปรับตัวและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดและความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การ Collaboration กับขายหัวเราะ หนึ่งในหนังสือการ์ตูนที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รักของคนไทย กับคอลเลคชั่นพิเศษนี้ไม่เพียงแต่นำเสนอสินค้าที่มีความแปลกใหม่และน่าสนใจ แต่ยังเชื่อมโยงความทรงจำและความรู้สึกของผู้บริโภค ซึ่งเป็นการสร้างความประทับใจและความผูกพันที่ยั่งยืนกับแบรนด์
และนี่เองจึงทำให้ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน (1 ก.ค. 2566 - 31 มี.ค. 2567) แม็คยีนส์สามารถทำยอดขายรวมได้กว่า 3,178 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้น 346 ล้านบาท หรือคิดเป็น 12.2% โดยมีกำไร 577 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% แสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและการจัดการที่ดี

ทั้งหมดนี้ สิ่งที่แม็คยีนส์ทำ คือการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและเทรนด์แฟชั่น ความแข็งแรงของ Brand DNA ที่มีต่อผู้บริโภคนั้น ยังสะท้อนให้เห็นว่าแม็คยีนส์เป็นตัวอย่างที่ดีของแบรนด์ที่ไม่ใช่กระแสที่มาแล้วไปอย่าง Fast Fashion แต่เป็นแบรนด์ที่มีความยืดหยุ่นและมีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการใช้กลยุทธ์ Differentiate Strategy นำเสนอผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ตอบสนองการแต่งกายทุกไลฟ์สไตล์อย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้ทำให้แม็คยีนส์ยังคงเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมและความไว้วางใจจากผู้บริโภคทุกยุคทุกสมัยเสมอมา