น้ำผสมวิตามินถือเป็นเครื่องดื่มน้องใหม่ในตลาดเนื่องจากเกิดขึ้นมาเพียง 10 ปี แต่คุณค่าและประโยชน์ที่มีต่อร่างกายทำให้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจนมูลค่าตลาดในปีที่ผ่านมาเติบโตมากกว่า 5,000 ล้านบาท จากการคาดการณ์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ส่งผลให้เพลเยอร์รายใหญ่ๆ หันมาลงในสนามการแข่งขัน แต่ท่ามกลางแบรนด์มากมาย หากเอ่ยชื่อถึงน้ำผสมวิตามิน “ยันฮี” ยังเป็นแบรนด์แรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึง ซึ่งนอกจากครองใจลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องแล้ว ยังเป็นผู้นำตลาดในฐานะผู้บุกเบิกตลาดน้ำผสมวิตามินในประเทศไทย จนสามารถคว้ารางวัลพิเศษ Market Leader Brand Award จาก 2023 Thailand’s Most Admired Brand มาครองได้สำเร็จ
นพ.สิรภพ สัมฤทธิวณิชชา กรรมการบริหาร บริษัท ยันฮี วิตามิน วอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า การเป็นผู้นำตลาดและผู้นำในใจผู้บริโภคมีค่าและมีความหมายสำหรับยันฮี วิตามิน วอเตอร์เป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาจึงได้ให้ความสำคัญกับการรักษาตำแหน่งทั้ง 2 ไว้
“การรักษาตำแหน่งทั้ง 2 นี้ไว้ถือเป็นความท้าทายสำหรับแบรนด์อยู่เสมอ และเราต้องการจะรักษา 2 สิ่งนี้ต่อไปให้ได้ในอนาคต โดยสิ่งสำคัญที่เราเน้นย้ำและปฏิบัติเสมอมา คือการรักษาคุณภาพของสินค้า และไม่หยุดพัฒนาสินค้าของเราให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้เราจำเป็นที่จะต้องรักษาฐานลูกค้ากลุ่มเดิม และหากลุ่มตลาดใหม่ๆ ลูกค้ากลุ่มใหม่ เพื่อรักษาความเป็นผู้นำตลาดและน้ำผสมวิตามินในใจผู้บริโภค”

ยันฮี วิตามิน วอเตอร์มีการปรับกลยุทธ์ทางด้านสินค้า การตลาด รวมถึงช่องทางการขายอยู่ตลอดเวลา และไม่หยุดพัฒนาหากลยุทธ์ใหม่ๆ มาปรับใช้เสมอ อย่างปีที่ผ่านมายันฮี วิตามิน วอเตอร์ให้ความสำคัญในเรื่องเทคโนโลยีการผลิตและคุณภาพวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตน้ำผสมวิตามิน โดยทางแบรนด์ได้มีการนำเข้าวิตามินจากต่างประเทศเพื่อให้ได้สารสกัดคุณภาพพรีเมียมที่เป็นธรรมชาติและปลอดภัยต่อผู้บริโภคมากที่สุด เพราะมองว่าการรักษาคุณภาพสินค้า คือหัวใจหลักของการรักษาฐานลูกค้าเดิม และสามารถเพิ่มลูกค้าใหม่ได้อย่างดีที่สุด
ในเวลาเดียวกัน กลยุทธ์ทางการตลาดและการขายเป็นสิ่งสนับสนุนให้ผู้บริโภครู้จักแบรนด์มากขึ้น ซึ่งในส่วนนี้ทางยันฮี วิตามิน วอเตอร์มีการทำอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เปิดตัวโฆษณาน้ำผสมวิตามินตัวใหม่ ตอกย้ำว่าคุณค่าที่ดีของน้ำผสมวิตามินไม่ควรมีแค่ในโรงพยาบาล ผู้บริโภคภายนอกก็ควรได้รับน้ำผสมวิตามินคุณภาพดีๆ เช่นกัน อีกทั้งมีแผนการออกสินค้าใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ เพื่อขยายฐานลูกค้า และตอบโจทย์เทรนด์ที่เปลี่ยนแปลงไป

“ความท้าทายสำหรับแบรนด์ คือการที่เราต้องไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ แต่ต้องคอยพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ โดยเราต้องศึกษาอัพเดทเทรนด์ใหม่ๆ ในปัจจุบัน และศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคเพื่อนำมาปรับและพัฒนาสินค้าและออกสินค้าใหม่ๆ ให้ตรงใจผู้บริโภคมากที่สุด”
ยกตัวอย่างในปีที่ผ่านมาที่ ยันฮี วิตามิน วอเตอร์สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการน้ำผสมวิตามินด้วยการเปิดตัวน้ำกัญชายันฮี โดยคัดเลือกใบกัญชาออร์แกนิกส์สายพันธุ์หางกระรอก ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นสายพันธุ์ที่ดีที่สุดในโลกที่ปลูกอย่างถูกต้องตามกฎหมายและปลอดภัยจากฟาร์มเกษตรอินทรีย์ ซึ่งได้รับการรับรองเป็นแปลงปลูกกัญชาอินทรีย์เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และยันฮี วิตามิน C กระชายขาว กลิ่นน้ำผึ้งมะนาว เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพทางเลือกใหม่ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ไม่มีน้ำตาล ไม่มีแคลอรี สามารถดื่มแทนน้ำเปล่าได้ตลอดวัน

สุดท้ายนี้ นพ.สิรภพ กล่าวว่าแม้การเป็นผู้นำตลาดที่ครองใจลูกค้าสูงสุดจะมีความหมายสำหรับองค์กรก็ตาม แต่เป้าหมายหลักที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง คือการที่ผู้บริโภคมีสุขภาพที่ดีขึ้นจากการดื่มน้ำผสมวิตามินของยันฮี วิตามิน วอเตอร์
“เพราะเราเริ่มต้นแบรนด์จากความตั้งใจที่อยากส่งต่อคุณค่าดีๆ นี้ไปถึงผู้บริโภคให้ทั่วทุกกลุ่ม ไม่ใช่เฉพาะลูกค้าที่มาที่โรงพยาบาลยันฮีเท่านั้น และเราก็ตั้งใจที่อยากให้ผู้บริโภคหันมาดูแลสุขภาพตัวเองง่ายๆ เพียงแค่ดื่มน้ำผสมวิตามินของเรา เราได้รับฟีดแบ็คมากมายจากผู้บริโภคว่าดื่มน้ำของเราเป็นประจำ ดื่มแล้วสุขภาพดีขึ้น นั่นคือกำลังใจให้แบรนด์ของเราไม่หยุดนิ่ง และเป็นแรงผลักดันให้เราคิดค้นและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ รวมถึงการออกสินค้าใหม่ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคทุกเพศทุกวัยมากขึ้น นอกจากการพัฒนาสินค้าของเราแล้ว เรายังคงมีการปรับแผนการตลาดรวมถึงแคมเปญโปรโมชั่นใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นอีกมากมายด้วย” ®