หากมองตามเทรนด์ของธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้า FMCG หรือสินค้าอุปโภค-บริโภคในบ้านเราแล้วจะพบว่า นอกจาก บรรดาผู้จัดจำหน่ายหรือดิสทริบิวเตอร์ยังมีโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจที่เปิดกว้างค่อนข้างมาก เพราะสินค้า FMCG ของ หลายบริษัทจะเลือกใช้ดิสทริบิวเตอร์เป็นคนทำหน้าที่ในการกระจายสินค้าเพื่อขยายฐานตลาดไปยังช่องทางขายที่เป็นร้านค้า ย่อยที่กระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 4 แสนร้านค้าแล้ว ยังมีเรื่องของการให้บริการแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ คือเรื่องของการผลิต ไปจนถึงปลายน้ำที่สินค้าถึงมือผู้บริโภคซึ่งเป็นการให้บริการแบบโททอล โซลูชั่น กำลังเป็นแนวทางที่บริษัทดิสทริบิวเตอร์ หลายรายต่างมุ่งไป
โดยเฉพาะกับการมุ่งพัฒนาสู่ Omni-channel Ecosystem ให้บริการครบวงจร ครอบคลุมทุกช่องทางการขาย ซึ่งเป็น อีกแนวทางการแข่งขันในตลาดที่กำลังถูกจับตามองไม่น้อย เพราะบริษัทจัดจำหน่ายแต่ละราย ต่างมุ่งพัฒนาขีดความสามารถ โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อทำให้สามารถครอบคลุมการผลักดันสินค้าที่มีการผสานทั้งออนไลน์และออฟไลน์เข้าเป็น เนื้อเดียวกัน
การขยับรูปแบบการรุกของ “เดอเบล” บริษัทจัดจำหน่ายในเครือทีซีพี เจ้าของแบรนด์เครื่องดื่มชูกกำลังชื่อดังอย่าง กระทิงแดง คือภาพสะท้อนในเรื่องนี้ โดย สุรชัย จงเลิศวราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอเบล จำกัด บอกกับเราว่า เดอเบลมีการผสานธุรกิจสู่ Omni-channel เพื่อให้เข้าถึงทุกช่องทาง ทุกความต้องการ รวมถึงเพิ่มการให้บริการแบบครบวงจร มากขึ้น ตั้งแต่ต้นทางจนสินค้าถึงมือผู้บริโภค โดยสร้างช่องทางการบริการรูปแบบใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของ ตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
การผสานช่องทางการขายดั่งกล่าว จะมีทั้งเดอเบล B2B ออนไลน์ สร้างความสะดวก สื่อสาร และสั่งซื้อสินค้าได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านทางไลน์หรือบริการผ่านทางเทเล-เซล จากศูนย์บริการลูกค้าส่วนกลางและทีมในสาขาเพื่อให้บริการเพิ่มเติมจาก ทีมขายประจำ รวมถึงมีทีม Pre-order เสริมความรวดเร็วจากทุกการสั่งซื้อด้วยหน่วยมอเตอร์ไซค์ที่จะเข้าถึงพื้นที่ได้ถี่ และ กว้างขึ้น
ขณะเดียวกัน ยังมีบริการ Virtual Distribution เพิ่มโอกาสทางการขาย สำหรับสินค้าบางประเภทที่มีมูลค่าสูง หรือ ขนาดใหญ่ ไม่ได้ขายเป็นประจำในร้านค้าแต่เป็นที่ต้องการ สามารถสั่งผ่านเดอเบล B2B ออนไลน์ หรือทีม Pre-order จะทำ การส่งสินค้าไปถึงมือคู่ค้า - ร้านค้าปลีกตามต้องการ

นอกจากนี้ เดอเบล ยังมีบริการช่องทางตู้เวนดิ้ง (เครื่องดื่มหยอดเหรียญอัตโนมัติ) บริการโลจิสติกส์ (Fulfillment) คลังสินค้าให้บริการจัดเก็บ คัดแยก แพ็ก และส่งสินค้า บริการ Co-packing รวมถึงบริการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายภาค สนามในชุมชน ในตลาด ในร้านค้าปลีกทุกรูปแบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและบริการแบบครบวงจรกับคู่ค้า
“ปัจจุบัน เดอเบล มีร้านค้าครอบคลุมประมาณ 170,000 ร้านค้าทั่วประเทศ ทั้งทางช่องทางออนไลน์และ ออฟไลน์ และที่ผ่านเครือข่ายร้านค้าที่เป็นพาร์ทเนอร์ คิดเป็นสัดส่วน 35% ของจำนวนร้านค้าปลีกในไทย โดย สามารถเข้าถึงร้านค้าเพิ่มขึ้น 21% ภายใน 2 ปีที่ผ่านมา”
สุรชัย ยังเสริมอีกว่า เดอเบล มี 2 ศูนย์กระจายสินค้าหลักและ 23 สำนักงานสาขา ครอบคลุมทั่วประเทศมากที่สุด ทำให้สามารถส่งได้เร็วภายใน 24 – 26 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าใช้เวลาสั้นที่สุด โดยการเข้าถึง 170,000 ร้านค้า ครอบคลุมร้านค้าปลีก ร้านค้าส่ง ร้านสะดวกซื้อ และโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศทั้งทางช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ แบ่งเป็นร้านค้าส่งมากกว่า 4,000 ร้านค้า เครือข่ายของโมเดิร์นเทรด 20,000 ร้านค้า และร้านค้าปลีก หน่วยรถมากกว่า 140,000 ร้านค้า โดยมีรถขนส่งมากกว่า 800 คัน ทีมรถขายราว 500 ทีม ซึ่งเป็นทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญเข้าถึงทุกที่ทั่วไทย
“เราให้บริการสินค้าจากคู่ค้านอกกลุ่มธุรกิจ TCP เดอเบล ไม่เพียงจะจัดจำหน่ายสินค้าให้กับกลุ่มธุรกิจ TCP เท่านั้น แต่ยังให้บริการกับคู่ค้ารายอื่นไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือองค์กรขนาดใหญ่ ทั้งในรูปแบบการจัด จำหน่ายและบริการโลจิสติกส์ 3-4-5 PL อาทิ โอวัลติน กาแฟเพรียว เซปเป้ แอนลีน ซุปไก่และรังนก สก๊อต น้ำตาล มิตรผล ปลาสวรรค์ทาโร่ ขนมเบงเบง โกปิโก้ ขนมช็อกโกแลตโชกี้ โชกี้ ขนมเยลลี่กุมิกุมิ ขาไก่มิกซ์ น้ำปลาร้าตำมั่ว ยาสีฟันคอลบาเด้นท์ ปัจจุบันคู่ค้านอกกลุ่มธุรกิจTCP มีสัดส่วนอยู่ที่ 25%”
สิ่งที่ยังคงเป็นไฮไลท์ในแผนการทำตลาดของเดอเบลก็คือการต่อเนื่องในเรื่องของการลงทุนด้านเทคโนโลยีทั้งในด้าน การขาย ด้านข้อมูลการตลาด ด้านลอจิสติกส์ และคลังสินค้าเพื่อให้การบริการกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร โดยในช่วงที่ผ่านมา เดอเบล มีการนำโมบายแอปพลิเคชัน TCP Connect เทคโนโลยีที่จะนำข้อมูลเข้ามาช่วยวิเคราะห์การ ขายสินค้าและวางแผนการขาย และการตลาดได้อย่างแม่นยำขึ้น
รวมถึงการนำ โปรแกรม “GT Partnership” ที่เป็นโปรแกรมเพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพการแข่งขันในภาวะ เศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ วางแผนธุรกิจร่วมกับร้านค้าที่ร่วมโครงการ มาช่วยในการสื่อสารและ ติดตามผลักดันแคมเปญต่างๆ ในร้านค้า เสริมศักยภาพผ่านการให้ความรู้ด้านต่างๆ แก่เจ้าของร้านค้าทั้งออนไลน์และ ออฟไลน์ พร้อมให้คำปรึกษาในด้านต่างๆ จากทีมงานเดอเบลที่มีความเชี่ยวชาญและข้อมูลเพียบพร้อม
ขณะเดียวกันก็มีการการสำรวจ Customer Engagement ในรูปแบบของการการสำรวจความพึงพอใจ ความภักดี ความผูกพันของลูกค้าเป็นประจำเพื่อนำผลที่ได้ไปวิเคราะห์ ระบุจุดที่มีปัญหาในการบริการ และนำมาปรับปรุงแก้ไขการให้ บริการอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เดอเบลมีความเข้าใจร้านค้าและตลาดได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

3 คีย์ซัคเซส แฟกเตอร์
ของบริษัทจัดจำหน่าย
1.การมีทีมขาย หน่วยรถ และเครือข่ายสาขา หรือศูนย์กระจายสินค้าที่ครอบคลุม เพราะธุรกิจนี้ยังเกี่ยวข้องกับเรื่อง ของสปีด และความสามารถในการเข้าถึงร้านค้าย่อยที่กระจายอยู่ทุกซอกทุกมุมของประเทศ
2.นอกจากเรื่องของการกระจายสินค้าแล้ว ดิสทริบิวเตอร์ที่จะประสบความสำเร็จได้ดีต้องมีบริการที่เกี่ยวเนื่อง ครบ วงจร และต่อเนื่องกับการกระจายสินค้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการมีทีมงานในการทำการตลาด ณ จุดขาย ที่ถือเป็นหัวใจ สำคัญที่ช่วยในการกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของลูกค้า
3.ดิสทริบิวเตอร์ที่จะประสบความสำเร็จนั้น จำเป็นต้องมีฐานร้านค้าหรือช่องทางขายสินค้าที่มากพอ ที่สำคัญต้อง สามารถตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายของสินค้า ซึ่งปัจจัยในเรื่องนี้ ทำให้บรรดาดิสทริบิวเตอร์รายใหญ่ๆ ของ บ้านเรา ไม่ว่าจะเป็น DKHS ซีโน แปซิฟิค สหพัฒน์ หรือแม้แต่เดอเบลเอง ก็ให้ความสำคัญกับการสร้างเซลส์ฟอร์ซ เพื่อเข้า ถึงร้านค้าในจำนวนที่มากพอ และเป็นร้านค้าที่มีประสิทธิภาพในการผลักดันสินค้าไปถึงมือผู้บริโภค
ที่สำคัญ จะต้องผสานช่องทางแบบ Omni – channel ให้มีความกลมกลืนและลงตัว ตามเทรนด์ของตลาด ค้าปลีกบ้านเราที่วันนี้กำลังมุ่งไปสู่ทิศทางที่ว่านี้....