การเปิดตัวแนะนำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ลงสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องของค่ายรถยนต์ต่างๆ คงจะเป็นดัชนีชี้วัดอย่างดี ถึงอุณหภูมิการแข่งขันตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเมืองไทยในเวลานี้ว่ารุนแรงขนาดไหน แต่อีกด้านหนึ่งก็สะท้อนให้เห็นถึง ประโยชน์ที่ผู้บริโภคได้รับจากทางเลือกที่เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน
ในบรรดาค่ายรถยนต์ที่จำหน่ายรถไฟฟ้านั้น “เอ็มจี” ถือเป็นแบรนด์ที่น่าจับตามอง เพราะเดินหน้าตอกย้ำภาพความเป็นผู้นำและผู้บุกเบิกรถยนต์ไฟฟ้าเมืองไทยต่อเนื่อง ล่าสุด เอ็มจี เป็นแบรนด์ที่จำหน่าย “รถไฟฟ้าหลากหลายรุ่นมากที่สุด” ในตลาด สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกกลุ่มในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ล่าสุดกระโดดเข้ามาเล่นในกลุ่มรถไฟฟ้าลักชัวรี่ MPV ครั้งแรกในด้วยรุ่น NEW MG MAXUS 9

การเปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นดังกล่าวของเอ็มจีถือเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ เพราะเป็นการขยับตลาดรถไฟฟ้าให้เข้าไปสู่กลุ่มรถลักชัวรี่ในรูปแบบ 7 ที่นั่ง หรือ e-MPV ที่หรูหราพรีเมียมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เปิดโอกาสให้คนไทยได้เป็นเจ้าของและมีประสบการณ์กับรถไฟฟ้ารูปแบบใหม่ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยเริ่มส่งมอบรถให้กับลูกค้าคนไทยแล้วเมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2566 ซึ่งลูกค้าจะได้สัมผัสกับความเป็น “ที่สุด” ทั้งงานดีไซน์ที่โดดเด่น หรูหรา มีเอกลักษณ์ กระจังหน้าแบบ Grille Less Design ประตูข้างทั้ง 2 ฝั่งเป็นแบบสไลด์ด้วยไฟฟ้า พร้อมฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า

การตกแต่งภายในพรีเมียม หรูหรา หลังคาแบบ Dual Panoramic Sunroof ขนาดใหญ่ ทำให้ห้องโดยสารดูโปร่ง โล่ง ไม่อึดอัด อีกทั้ง ยังมี Ambient Light ที่สามารถเลือกเปลี่ยนได้มากถึง 64 เฉดสี ฟังก์ชันความสะดวกสบายครบครันในทุกตำแหน่งที่นั่ง ไม่ว่าจะเป็น เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง กระจกมองหลังผ่านกล้อง Streaming Media Rearview Mirror กับมุมมองที่หาไม่ได้จากรถทั่วไป เบาะแถวที่ 2 แบบ VIP Captain Seat ให้ฟีลเหมือนที่นั่ง First Class บนเครื่องบิน มีระบบบันทึกระบบนวด และสามารถปรับระดับอุณหภูมิได้ตามความต้องการ มีโต๊ะที่สามารถพับเก็บได้ จอกลางแบบสัมผัสขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว ใช้งานง่าย รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และสมาร์ทโฟนระบบ Android จุดเชื่อมต่อ USB มากถึง 9 ตำแหน่ง
ด้านของสมรรถนะและประสิทธิภาพ NEW MG MAXUS 9 ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุดที่ 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตันเมตร แบตเตอรี่แบบลิเธี่ยมไอออน จัดวางแบบ Cell-To-Pack ขนาดความจุ 90 kWh ให้ระยะ วิ่งสูงสุดที่ 540 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC พร้อมรองรับการชาร์จเร็วสูงสุดที่ 120 kWh โดย ชาร์จไฟจาก 30 - 80% ใช้เวลาเพียง 30 นาที และการชาร์จแบบธรรมดา รองรับการชาร์จสูงสุดที่ 11 kWh โดยชาร์จ ไฟจาก 5 - 100% ในเวลาประมาณ 8 ชั่วโมงครึ่ง ระบบความปลอดภัยครบครัน ตั้งแต่ระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัยแบบ Full Space Frame ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย และมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก Euro NCAP และ ANCAP เรียกได้ว่าสมฐานะของ e-MPV หนึ่งเดียวในไทย


ที่สำคัญเอ็มจียังสร้างความได้เปรียบให้กับลูกค้าที่ใช้รถไฟฟ้าเอ็มจี จากการติดตั้ง Quick Charge หรือ MG SUPER CHARGE เป็นของตัวเอง พร้อมให้บริการแล้วตามพื้นที่ต่างๆ 130 แห่งทั่วไทย จนขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์ที่มีจำนวนสถานีชาร์จเร็วมากที่สุด และมีแผนขยายเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ให้ลูกค้าสามารถไว้วางใจได้ว่าในทุกการขับขี่ ไม่เกิน 150 กิโลเมตร จะสามารถเข้าถึงจุดชาร์จของเอ็มจีได้
อีกเรื่องหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่าค่ายรถสัญชาติจีนแบรนด์นี้เอาจริงเอาจังในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ก็คือการตัดสินใจทุ่มงบลงทุนมากกว่า 500 ล้านบาท พัฒนา NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK กว่า 75 ไร่ ที่นิคม อุตสาหกรรมดับบลิวเอชเออีสเทิร์นซีบอร์ด 2 (WHA ESIE 2) จังหวัดชลบุรี สร้างโรงงานชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ร่วมกับ พาร์ทเนอร์และโรงงานผลิตแบตเตอรี่ เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดรถไฟฟ้าในอนาคต
นี่หมายถึงระบบนิเวศที่เอ็มจีได้วางโครงสร้างพื้นฐานที่ครบครันรองรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว และมี ความพร้อมในการยกระดับผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย รวมถึงสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง