สิ่งที่แยกไม่ออกในการทำตลาดค้าปลีกในช่วงเวลาถัดจากนี้ไปก็คือนอกจากการบริการ การสร้างประสบการณ์ที่ดี แล้ว ยังมีเรื่องของเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเป็นแกนหลักในการทำธุรกิจ
ถือเป็นค้าปลีกที่มาพร้อมกับแนวคิด New Digital Retail Concept ซึ่งเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทต่อการทำตลาด ค้าปลีกที่ไม่เพียงแค่เป็นเรื่องของระบบหลังร้านไปจนถึงหน้าร้าน แต่ยังรวมถึงการบริหารริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าที่จะ เชื่อมโยงไปสู่การเข้าถึงดาต้าที่เป็นไลฟ์สไตล์การช้อปของลูกค้าแต่ละคนอีกด้วย ในมุมมองของ ดร.ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ นักวิชาการด้านค้าปลีกนั้น มองว่าเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทต่อการขับเคลื่อนตลาดค้าปลีก จะประกอบไปด้วยเทคโนโลยี สำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็น
1.Smart & Automation อัตโนมัติและอัจฉริยะมากยิ่งขึ้นนับตั้งแต่ตู้ขายของอัตโนมัติ เช่น เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ตู้ซื้ออาหาร ตู้ขายอาหารสัตว์ สารพัดตู้อัตโนมัติ เป็นธุรกิจที่ทำเงินได้ดีมาก ขายของได้ 24 ชั่วโมง
ไม่เพียงแค่การขาย บรรดาตู้เวนดิ้ง แมชชีนเหล่านั้น ยังนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค รวมถึงการเป็น ตัวช่วยเก็บดาต้าของลูกค้าที่จะทำให้เข้าใจถึงความต้องการของพวกเขา อย่างกรณีของตู้เต่าบินที่เข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าการ ให้บริการตู้อัตโนมัติไปแล้วในปัจจุบันนี้

2.Smart Shopping Cart รถเข็นสินค้าอัจฉริยะ ประกอบด้วยเครื่องมือในการสแกนบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ด ที่ แคชเชียร์ใช้ตรวจสอบราคา สแกนดูข้อมูลสินค้าจนถึง Face Gesture Recognition การรับรู้ตัวตนผ่านการสแกนใบหน้า Real-Time Customer Tracking and Analytics ระบบติดตามการเคลื่อนไหวลูกค้า เพื่อจะได้รู้ว่าทำเลในร้านค้าตรงไหน ฮอตฮิตตรงไหนผีหลอกกล้อง
3.Mobile Engagement เชื่อมต่อทุกสิ่งบนมือถือ หาข้อมูล จนถึงชำระค่าสินค้าผ่านบัตรเครดิต หรือกระเป๋าสตางค์ อิเล็กทรอนิกส์ E-Wallet Automation Beacon Checkout การชำระค่าสินค้าอัตโนมัติโดยไม่ต้องผ่านเคาน์เตอร์แคชเชียร์
4.Technology Metaverse เมื่อลูกค้าไม่มาหน้าร้านก็ไปหาลูกค้าที่บ้าน เทคโนโลยี Virtual Makeup เริ่มมีให้เห็นกัน อย่างแพร่หลายในร้านแบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำ, Smart Mirror กระจกอัจฉริยะให้ภาพการลองเสื้อผ้าแฟชั่นเครื่องแต่งกาย เสมือนจริงราวกับได้ลองเอง รองเท้าที่ลูกค้าสามารถทดลองแบบเสมือนจริงผ่านแอป AI จากที่บ้าน เพิ่มโอกาสตัดสินใจซื้อ ได้ง่ายขึ้น
5.Technology AI จะช่วยค้าปลีกประเมินความต้องการของตลาด ยอดขาย ฯลฯ ให้ “แม่นยำ” ยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การหาสินค้า ประเภท หมวดหมู่มาเติมในร้าน เป็นอีกหัวใจสำคัญของการค้าขาย หากใช้เทคโนโลยีช่วยวิเคราะห์ประมวลผล จะทำให้รู้ว่าสินค้าไหนจะขายดี หรือขายราคาเท่าไหร่ ช่วยบริหารสต๊อกโดยเฉพาะสินค้าสด เพื่อป้องกันการสูญเสียหรือ ไม่เพียงพอต่อการขาย สิ่งเหล่านี้เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

เช่นเดียวกับ Technology Cloud เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจกลุ่มค้าปลีก ลดค่าใช้จ่ายการบริหารจัดการ โครงสร้างพื้นฐานไอที กระตุ้นให้เกิดการสร้างนวัตกรรม ให้ประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดีที่สุดกับลูกค้า ผู้ประกอบการค้าปลีก สามารถเสนอสินค้าและบริการผ่านออนไลน์ได้อย่างน่าเชื่อถือและไม่ขาดตอน.....
6. ESL เป็นการเปลี่ยนจากป้ายกระดาษสู่ป้ายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Shelf Label) หลากหลายขนาด รวมกว่า 8,000 ชิ้น ซึ่งควบคุมการสั่งงานผ่านส่วนกลาง เชื่อมโยงข้อมูลกับสินค้า รายละเอียด โปรโมชั่น ตำแหน่งจัดวาง ช่วยลดปัญหา ราคาไม่ตรงป้ายและลดขยะจากป้ายกระดาษ ทั้งยังสามารถเปลี่ยนราคาสินค้าได้อย่างรวดเร็วในเวลาเพียง 40 วินาที
ทั้งหมดนั้นจะเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนการทำตลาดค้าปลีกในยุค Smart Retail….