ข้อมูลจากดัชนีนวัตกรรมโลก(Global Innovation Index :GII) ซึ่งเป็นการวัดระดับความสามารถทางด้านนวัตกรรม โดยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก(World Intellectual Property Organization: WIPO) ปี 2565 ได้จัดอันดับดัชนีนวัตกรรมโลกของประเทศไทย ขึ้นมาที่อันดับ 43 จากการสำรวจใน 132 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นอันดับ 3 ในอาเซียน รองจากประเทศสิงคโปร์ และประเทศมาเลเซีย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติหรือ NIA ในฐานะบทบาทการเป็นหน่วยงานเชื่อมโยงเครือข่าย (Focal Facilitator) ในการประสานการทำงานร่วมกันระหว่างภาคส่วนต่างๆ ให้เกิดกิจกรรมการใช้ประโยชน์ด้านนวัตกรรมเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบนวัตกรรมของไทย มีการตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยขยับอันดับด้านนวัตกรรมไปอยู่อันดับที่ Top 30 ในปี 2573
ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่าเป้าหมายดังกล่าวจะบรรลุได้ จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจไปสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมซึ่งมีระบบนิเวศแห่งนวัตกรรมเป็นกลไกหลัก ที่ผ่านมายังกระจุกอยู่แค่ในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร NIA จึงมีบทบาทในการขับเคลื่อนให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) วิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) วิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) และวิสาหกิจชุมชนในภูมิภาคต่างๆ ทั้งเมืองหลัก และเมืองรอง ได้เข้าถึงโอกาสในการสร้างกระบวนการนวัตกรรมให้เกิดขึ้นกับธุรกิจตัวเอง เพื่อก้าวเข้าสู่การพัฒนาให้เป็นเมืองนวัตกรรม ที่มีส่วนผลักดันให้เกิดเป็นชาตินวัตกรรมต่อไป โครงการประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทย หรือ “นิลมังกร” จึงเป็นคำตอบในฐานะเครื่องมือส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดระบบนิเวศนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมในระดับภูมิภาค รวมถึงการใช้เครื่องมือทางนวัตกรรมมาเพิ่มความสามารถด้านการแข่งขันและยกระดับเศรษฐกิจของพื้นที่พร้อมกับสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการระดับภูมิภาคและประชาชนทั่วไป
“นิลมังกรยังสร้างปรากฎการณ์ใหม่ของการผลักดันศักยภาพให้ผู้ประกอบการให้เติบโตโดยไม่ใช้การสนับสนุนด้านการเงิน เพราะเรามองว่าสิ่งที่สำคัญมากกว่าเงินทุนสนับสนุนคือ “โอกาส” ซึ่งนิลมังกรจะเป็นเวทีที่ให้ผู้ประกอบการได้เจอกับบรรยากาศการบ่มเพาะไอเดีย คำแนะนำดีๆ จากผู้เชี่ยวชาญ (Mentor) มากประสบการณ์ พร้อมพัฒนาศักยภาพให้ผู้ประกอบการ โดยการนำกระบวนการทางนวัตกรรมไปใช้เพื่อสร้างการเติบโตเป็นเท่าตัวให้กับธุรกิจ ซึ่งได้รับการพิสูจน์จากนิลมังกรรุ่นที่ 1 มาแล้วว่าประสบความสำเร็จ และเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการในภูมิภาคต่างๆ สามารถเติบโตได้ด้วยนวัตกรรม โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ที่กรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ๆ ที่จะช่วยตอบคำถามการสร้าง “ชาตินวัตกรรม” ตามที่ NIA ตั้งใจที่จะขับเคลื่อน”
นิลมังกรแคมเปญรุ่นที่ 2 ปั้นแบรนด์นวัตกรรมไทย - สร้างเพาเวอร์เศรษฐกิจ

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง
รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
กล่าวว่า โครงการสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทย หรือ “นิลมังกร” เป็นเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการให้เติบโตด้วยนวัตกรรมในรูปแบบการสนับสนุนเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากการสนับสนุนทางด้านการเงิน (Non-financial Support) และถือว่าเป็นการสร้างทรายเม็ดใหม่ ด้วยการเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษาที่เป็นหน่วยงานอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคทั่วประเทศเข้ามาผนึกกำลัง และเจียระไนให้ผู้ประกอบการสร้างธุรกิจนวัตกรรม เพื่อยกระดับนวัตกรรมให้เกิดขึ้นตามพื้นที่ภูมิภาคซึ่งผลลัพธ์จากการจัดโครงการนิลมังกรรุ่นที่ 1 ประสบความสำเร็จเกินเป้าหมายที่วางไว้ โดยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นให้กับทั้ง 20 แบรนด์นวัตกรรมไทยเฉลี่ยแล้วกว่า 3.07 เท่าหรือกว่า 350 ล้านบาทภายใน 1 ปีทำให้เกิดการจ้างงานกับชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่ ที่ช่วยกระจายรายได้สู่ภูมิภาค และลดความเหลื่อมล้ำ โดยการสร้างความโดดเด่นทางอัตลักษณ์ของสินค้าที่ช่วยยกระดับนวัตกรรมและทำให้เกิดฮีโร่ในพื้นที่ ที่สำคัญพิสูจน์ให้เห็นว่านวัตกรรม การสร้างแบรนด์ และโมเดลธุรกิจที่ดีช่วยให้สร้างโอกาสการแข่งขันของ ผู้ประกอบการเมื่อเทียบกับคู่แข่งและสามารถเติบโตได้จริง
“ความสำเร็จจากนิลมังกรรุ่นที่ 1 ส่งผลให้นิลมังกรรุ่นที่ 2 ได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการทั่วประเทศที่ให้ความสนใจและเข้ามาสมัครเข้าร่วมโครงการอย่างล้นหลาม ซึ่งความแตกต่างในซีซั่นนี้ เราตั้งใจที่จะกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค และครอบคลุมนวัตกรรมในทุกๆ มิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และนวัตกรรมที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูง หรือนวัตกรรมที่อยู่ใกล้ตัว ความพิเศษในปีนี้มีการชูอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่เป็นจุดเด่นของแต่ละจังหวัดมาถ่ายทอดผ่านการเล่าเรื่องในรูปแบบ Edutainment ที่ช่วยให้ตราสินค้าเป็นที่จดจำและเป็นที่รู้จัก ทั้งยังตั้งเป้าการเติบโตของผู้ประกอบการที่ผ่านเข้ารอบ 20 ทีมไว้ไม่ต่ำกว่า 6 เท่า”
ดร.กริชผกา กล่าวถึงเป้าหมายโครงการนิลมังกรรุ่นที่ 2 ว่า NIA ต้องการส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมและใช้เครื่องมือทางนวัตกรรมมาเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการร่วมลงทุนให้มากขึ้น ซึ่งจะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการระดับภูมิภาคและประชาชนทั่วไป มีตัวอย่างในการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรม รวมถึงการใช้เครื่องมือทางด้านนวัตกรรมมาเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและยกระดับเศรษฐกิจของพื้นที่

ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์
อธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
จากนโยบายของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสตาร์ทอัพและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ทั้งในแง่นวัตกรรม การสร้างแบรนด์ การตลาด โดยตั้งเป้าเป็นผู้สนับสนุนส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจจากความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างน้อย 500 - 1,000 กิจการ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความพร้อมส่งออกสู่ตลาด และมอบกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จึงเดินหน้าต่อยอดสร้างก้าวสำคัญในการบูรณาการความรู้ของมหาวิทยาลัยให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของคนไทยทุกช่วงวัย ผ่านโครงการ KUniverse หรือจักรวาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยใช้งานวิจัย การบริการวิชาการ การสร้างมาตรฐานการผลิตสินค้าของประชาชน ที่เห็นโอกาสในการต่อยอดชัดเจนอย่างกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร BCG ตลอดจนสินค้าอื่นๆ ให้ได้รับการพัฒนา และเชื่อมโยงสู่การเรียนรู้ของนิสิตและคนรุ่นใหม่ สู่การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง โดยหน่วยงานและคณะต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พัฒนาคุณภาพสินค้ ผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในชุมชนให้ดีขึ้นและต่อยอดในเชิงพาณิชย์ผ่านช่องทางการตลาดของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เช่น งานเกษตรแฟร์ เกษตรแฟร์พรีเมียม และเกษตรแฟร์ออนไลน์ที่สามารถขายสินค้าได้ตลอดทั้งปี
การมุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์และสินค้าเป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยฯให้ความสำคัญมาโดยตลอด ฉะนั้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น จึงร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ส่งมอบองค์ความรู้ในการนำนวัตกรรมมาใช้ในการดำเนินธุรกิจและประสบการณ์จริงจากชาว SMEs ภายใต้การนำเสนอที่สนุกสนานในรูปแบบ Edutainment หนึ่งนวัตกรรมการส่งต่อองค์ความรู้ผ่านนิลมังกร The Reality ให้คนได้รับสาระความรู้ภายใต้รูปแบบความบันเทิง เพราะการเรียนรู้อย่างสนุกสนานจะช่วยให้เรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำไปปฏิบัติตามได้ เพื่อเป็นกลุ่มธุรกิจพร้อมออกสู่ตลาด และสามารถยกระดับแบรนด์ให้เติบโตสู่สากลต่อไปในอนาคต
4 คนเลี้ยงม้า ผู้พานวัตกรไทยสู่การเป็นนิลมังกร

ผศ.ดร.ศิริรัตน์ โกศการิกา
ผู้อำนวยการศูนย์แบรนด์เคยู (BrandKU) คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
“ศูนย์ BrandKU (แบรนด์เคยู)” เข้าไปมีบทบาทบ่มเพาะผู้ประกอบการในด้านการวางกลยุทธ์ธุรกิจ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้วยกลยุทธ์ธุรกิจต่างๆ ตั้งแต่การหาจุดขายเพื่อดึงดูดความสนใจจากลูกค้า หาตลาดลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย สร้างแบรนด์ให้เกิดความเชื่อมั่นให้ลูกค้ากล้าทดลอง หรือสร้างความไว้วางใจให้ลูกค้าเกิดความผูกพันและภักดีต่อแบรนด์ และยังมีส่วนเข้าไปช่วยจัดหาทีมโค้ชชิ่งในด้านการบริหารจัดการทรัพยากร ทีมงาน สต๊อก และบัญชีการเงิน รวมถึงวางแผนการเติบโตเพื่อให้ธุรกิจสเกลอัพ
แน่นอนว่าด้วยอัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครของแต่ละธุรกิจจำเป็นต้องใช้ยุทธวิธีการสร้างความแข็งแกร่งที่แตกต่างกัน บางทีมอาจต้องสร้างทีมงานความเชื่อมั่นให้กับสินค้า หรือสร้างช่องทางการตลาดก่อน ในขณะที่บางทีมอาจต้องเริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิต ซึ่งแบรนด์เคยูจะเข้าไปดูรายละเอียดเพื่อวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนและนำกลยุทธ์ไปเติมเต็มได้อย่างตรงจุด
อย่างไรก็ดี เรายังเห็นความแตกต่างของผู้ประกอบการที่สมัครเข้าโครงการนิลมังกรรุ่นที่ 2 มีสัดส่วนธุรกิจเอสเอ็มอีขนาดย่อย และวิสาหกิจชุมชนเพิ่มมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มดังกล่าวเริ่มปรับตัวและนำนวัตกรรมมาเป็นหัวใจในการทำธุรกิจ จากเดิมที่ส่วนใหญ่ทำธุรกิจซื้อมาขายไป ดังนั้นนิลมังกรจึงเข้ามาเป็นอีกกลไกกระจายโอกาสกระบวนการสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นในภูมิภาคมากขึ้น
สำหรับผู้ประกอบการที่มองหาการเติบโตแบบก้าวกระโดด นิลมังกรคือคำตอบ “เพราะเวทีนี้ไม่ได้แข่งกันพิชชิ่ง แต่แข่งกันทำจริง” ดังนั้นความสำเร็จของผู้ประกอบการจึงไม่ได้อยู่ที่โค้ช แต่อยู่ที่ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวผู้ประกอบการ เวทีนี้เป็นเพียงการติดอาวุธทางความรู้และโอกาสให้ผู้ประกอบการกล้าลองทำในสิ่งใหม่ๆ เหมือนนิลมังกรรุ่นที่ 1 ที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว

ผศ.ดร.เกษมศักดิ์ อุทัยชนะ
รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดตัว Basecamp 24 ซึ่งเป็นโปรแกรมสร้างผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและพร้อมผลักดันผู้ประกอบการให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีอุทยานฯ คอยเป็นพี่เลี้ยงนำทางในทุกเส้นทางการเติบโตแบบ 24 ชั่วโมง เพื่อไปสู่เป้าหมายสูงสุดอย่างรวดเร็ว ด้วยกระบวนการบ่มเพาะพัฒนาศักยภาพ ซึ่งนับเป็นการจุดประกายไอเดียต่างๆ ให้เหล่านักธุรกิจกระทั่งได้ลงมือทำจริง โดยจัดแบ่ง Basecamp ออกเป็นระดับต่างๆ และนำมาเชื่อมโยงกับโครงการนิลมังกรได้เป็นอย่างดี โดยเรามีโรดแม็บการทำงานชัดเจน เริ่มจากจัดระดับผู้ประกอบว่าอยู่เลเวลไหนจากนั้นปลั๊กอินเข้าไปใน Basecamp 24 เพื่อผลักดันให้เขาเติบโตไปอีกขั้น
จากความสำเร็จของนิลมังกร รุ่นที่ 1 ส่งผลให้ปีนี้มีผู้ประกอบการสนใจเข้าร่วมนิลมังกรรุ่นที่ 2 เป็นจำนวนมาก อีกด้านหนึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการมีความตื่นตัวเกี่ยวกับนวัตกรรมและการสร้างแบรนด์มากยิ่งขึ้น และนำมาเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนธุรกิจตัวเอง

ผศ.ดร.ปภากร พิทยชวาล
ผู้อำนวยการเทคโนธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ผู้ประกอบการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือสามารถเข้าถึงนวัตกรรมได้อย่างทั่วถึง ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปต่อยอด ปรับปรุงกระบวนการ ทำให้ตัวผลิตภัณฑ์มีคุณค่ากับลูกค้า เพื่อสนองความต้องการของลูกค้าเราจึงมีหน้าที่คุยกับผู้ประกอบการว่าลูกค้าของผู้ประกอบการอยู่ที่ไหน มีความต้องการอะไรเพื่อช่วยผู้ประกอบวิเคราะห์ลูกค้าและตลาดว่าผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการเหมาะกับตลาดใดและต้องใช้นวัตกรรมอะไรเพื่อไปขับเคลื่อนให้ผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการสามารถไปตอบสนองตลาดนั้นได้
นอกจากนั้นยังมีหน้าที่ทำแมตชิ่งและเปิดหานักวิจัย หรือเทคโนโลยีที่เหมาะสม รวมถึงผลักดันเรื่องของการทำการตลาดแบบที่มีเรื่องเล่าที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย หาวิธีการ ช่องทางที่จะสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าแปลงความต้องการของผู้ประกอบการไปแมตชิ่งกับเทคโนโลยีที่เหมาะสม ซึ่งไม่ใช่แค่เทคโนโลยีที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเพียงที่เดียว แต่รวมไปถึงหน้าที่ของการทำงานแบบเป็นอุทยานวิทยาศาสาตร์ภูมิภาคเชื่อมโยงทุกเทคโนโลยีในมหาวิทยาลัยไทยเพื่อให้เหมาะสมกับผู้ประกอบการนั้นๆ พร้อมทั้งหาแหล่งทุนให้กับผู้ประกอบการเพื่อให้นำไปพัฒนานวัตกรรมต่อไป
จากการทำงานและสนับสนุนผู้ประกอบการภาคอีสานอย่างต่อเนื่อง เรามองเห็นความตื่นตัวของผู้ประกอบการที่มีต่อการคิดค้นนวัตกรรมมากขึ้นตามลำดับ ดูได้จากกระแสการตอบรับโครงการนิลมังกรจากรุ่นที่ 1 มายังรุ่นที่ 2 ที่ตั้งใจพัฒนาสินค้าให้มีนวัตกรรมโดดเด่น รวมถึงสร้าง Storytelling ให้แบรนด์ตัวเองมีความน่าสนใจมากขึ้น ที่สำคัญแบรนดิ้งของโครงการนิลมังกรมีความแข็งแกร่งจนทำให้ผู้ประกอบการในภูมิภาคตื่นตัวที่ต้องการเข้าโครงการมากขึ้น ถือว่าประสบความสำเร็จในแง่ของการช่วยเหลือผู้ประกอบการได้จริง และทำให้สังคมไทยมีอะแวร์เนสในเรื่องนวัตกรรมมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ผศ.คำรณ พิทักษ์
ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
จากวิสัยทัศน์ของอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (อว.ม.อ.) ที่เป็นองค์กรมุ่งเน้นสร้างความเข้มแข็งและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานความรู้ของชาติด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สังเกตได้จากพันธกิจหลักที่เปิดให้ภาคเอกชนสามารถนำนวัตกรรมที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัยไปใช้ประโยชน์ตามความต้องการ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบของการให้ใช้ไลเซนซิ่ง (Licensing) แต่หากภาคเอกชนต้องการงานวิจัยเฉพาะอย่างที่อาจจะมาจากธุรกิจของตน ทางอว.ม.อ.ก็สามารถร่วมทำวิจัย เพื่อพัฒนาต่อยอดสิ่งที่มีอยู่และ/หรือสร้างสิ่งใหม่ให้เกิดประโยชน์ต่อไปได้ อีกทั้งยังเชื่อมโยงอุทยานวิทยาศาสตร์กับการพัฒนาเศรษฐกิจของพื้นที่ สนับสนุนให้เกิดผู้ประกอบการฐานธุรกิจเทคโนโลยีอย่างยั่งยืนอีกด้วย
ในแง่ของการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ อย่างที่ทราบกันดีหน่วยงานเป็นหน่วยงานที่ตั้งอยู่ในภาคใต้มีผลผลิตทางการเกษตรเป็นพระเอก และมีพืชเศรษฐกิจในพื้นที่ คือ ยางพารา ซึ่งผลิตผลดังกล่าวยังเป็นพืชที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศอีกด้วย ฉะนั้นทางอว.ม.อ.จึงให้ความสำคัญกับผลผลิตทางการเกษตรชนิดนี้ ทำให้หน่วยงานมีผลงานวิจัยที่เกี่ยวกับยางพารามากเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ จนสามารถเฟ้นหานวัตกรรมนำมาต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพืชเศรษฐกิจข้างต้น จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์มากมาย อาทิ ยางปูพื้น หมอนยางพารา และรองเท้ายาง เป็นต้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุสำคัญที่เข้าไปช่วยสร้างแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจที่ดีขึ้นให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่
ไม่เพียงเท่านั้น ทางหน่วยงานเล็งเห็นถึงการให้ความสำคัญชองการบ่มเพาะผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี ภายใต้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ สินค้า และบริการ ผ่านกลไกการบ่มเพาะธุรกิจและเร่งรัดการเติบโตของธุรกิจ เพื่อยกระดับผลผลิตให้สอดคล้องตามความต้องการของตลาด จึงมุ่งเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการ ทั้ง SMEs และ Startup ในพื้นที่ภาคใต้ ผลักดันให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ NIA เดินหน้าโครงการนิลมังกร
เนื่องจากผู้ประกอบการในภูมิภาคเรียกได้ว่ายังขาดโอกาสและการเข้าถึงความรู้ทางการดำเนินธุรกิจ จนกระทั่งโครงการดังกล่าวเข้ามาทำให้ผู้ประกอบการมีความตื่นตัว จากผู้ประกอบการเพียง 1 รายที่เข้าร่วมโครงการ ก็สามารถสร้าง Impact ให้กับผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ในพื้นที่ตื่นตัวตาม ดังนั้นการเข้ามาของโครงการนิลมังกรในครั้งนี้นับว่าเป็นการหยิบยื่นโอกาสให้กับคนในชุมชน และสร้างความตระหนักแก่ผู้คนในการสร้างธุรกิจด้วยนวัตกรรม โดยอาศัยกลไกและความรู้ที่ชุมชนยังขาดอยู่ แต่ผู้เชี่ยวชาญในโครงการสามารถชี้แนะและมอบให้ได้ โครงการนิลมังกรจึงเป็นเสมือนกุญแจแห่งโอกาสที่ช่วยไขให้คนในชุมชนสามารถเข้าถึงวิธีการต่าง ๆ จนนำมาต่อยอดธุรกิจให้เติบโตและก้าวขึ้นไปอีกขั้นในที่สุด
ชนะเลิศภาคกลาง
บริษัท วัลแคน โคอะลิชั่น จำกัด
จังหวัดกรุงเทพมหานคร
Vulcan Coalition : แพลตฟอร์ม Heart-to-Heart Intelligent Chat
แพลตฟอร์มที่เป็นผู้ช่วยสื่อสารกับลูกค้าด้วยความเข้าใจ โดยผู้พิการเป็นผู้ให้บริการและตอบคำถามแก่ลูกค้า (Chat Agent) การพัฒนาแพลตฟอร์มภายใต้แนวคิด Accessible Conversational User Interfaces ที่คำนึงถึงการเลือกใช้และออกแบบเทคโนโลยีที่เหมาะสม โดยไม่ติดข้อจำกัดทางด้านร่างกาย อีกทั้งแพลตฟอร์มทำหน้าที่จัดเก็บข้อมูลจากแชตสนทนาเพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาระบบตอบคำถามอัตโนมัติ (AI Chat Bot) ให้สามารถคัดกรองและตอบคำถามผู้ใช้งานร่วมกับ Chat Agent ได้ ซึ่งแพลตฟอร์มนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการลูกค้า อีกทั้งเป็นการเพิ่มโอกาสด้านการจ้างงานผู้พิการในตำแหน่ง Live Chat Agent ได้อีกด้วย

รองชนะเลิศอันดับ 1
บริษัท แรบบิทจันท์ จำกัด
จังหวัดจันทบุรี
RABBIT CHAN : น้ำมะปี๊ดพร้อมดื่ม
ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มจาก “มะปี๊ด” ซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นดั้งเดิมของจังหวัดจันทบุรี ที่มีรสชาติเปรี้ยวเป็นเอกลักษณ์ นำมาผ่านกระบวนการคั้นสดด้วยเทคนิคเฉพาะ เพื่อลดความขมที่เกิดจากน้ำมันหอมระเหยบริเวณเปลือกของมะปี๊ด และฆ่าเชื้อด้วยวิธีสเตอริไลซ์ (Sterilization) โดยการควบคุมอุณหภูมิและเวลาที่เหมาะสม ทำให้สามารถผลิตน้ำมะปี๊ดบรรจุขวดได้โดยที่ไม่มีรสชาติขม ไม่มีชั้นของน้ำมันหอมระเหย และยังสามารถรักษารสชาติของน้ำส้มมะปี๊ดที่อยู่ในขวดได้เหมือนตอนคั้นสดใหม่ๆผลิตภัณฑ์สามารถเก็บรักษาได้นานถึง 1 ปี โดยไม่ต้องแช่เย็น จึงสามารถส่งขายไปยังที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศได้
รองชนะเลิศอันดับ 2
บริษัท เพทที่นี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
จังหวัดกรุงเทพมหานคร
PETTINEE : แพลตฟอร์มให้คำปรึกษาสัตวแพทย์ออนไลน์
แพลตฟอร์มบริการที่นำเทคโนโลยีโทรเวชกรรม (Telemedicine) มาประยุกต์ใช้ในการบริการปรึกษาสัตวแพทย์ออนไลน์ (Tele-Consultation) ในวงการสัตว์เลี้ยงเพื่อให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถขอคำปรึกษากับสัตวแพทย์เฉพาะทางได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยประเมินระดับความฉุกเฉินของเคสสัตว์เลี้ยง อีกทั้งสัตวแพทย์สามารถดูเคสประวัติการรักษา ประวัติการฉีดวัคซีนและจองคิวการรักษาแบบออนไลน์ได้โดยการพัฒนาแพลตฟอร์ม “เพทที่นี่” ได้นำแนวคิดของการออกแบบความคิด(Design Thinking) มาศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้งาน ให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงรู้วิธีดูแลสัตว์เลี้ยงเบื้องต้นและดูแลสุขภาพกายสุขภาพจิตใจ ตั้งแต่วันแรกที่รับน้องมาเลี้ยงจนถึงวาระสุดท้าย

รางวัลชมเชย
บริษัท มีดี ไชน์ จำกัด
จังหวัดกรุงเทพมหานคร
MEDENT : ยาสีฟันชาโคลสำหรับคนจัดฟัน
ยาสีฟันสูตรเฉพาะสำหรับคนจัดฟันที่ช่วยลดอาการบาดเจ็บที่เกิดจากแผลในช่องปาก โดยมีส่วนผสมที่สำคัญจากธรรมชาติ คือสารแพนดูเรทินเอ (Panduratin A) ที่สกัดจากสมุนไพรกระชายขาว มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเกิดคราบจุลินทรีย์ในช่องปาก หรือไบโอฟิล์ม (Biofilm) จากเชื้อจุลินทรีย์ในช่องปากได้มากถึง 4 กลุ่ม และช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ในช่องปากที่จะเป็นตัวกระตุ้นการอักเสบของเหงือกและโรคปริทันต์ มีส่วนผสมของสาร แอคทิเวทเต็ดชาร์โคล (Activated Charcoal) ที่ช่วยทำให้ฟันขาวขึ้น ลดคราบพลัค คราบหินปูน ในช่องปาก และยังมีส่วนผสมของฟลูออไรด์ที่ช่วยเคลือบฟันให้แข็งแรงขึ้น ทนต่อกรดที่ทำให้เกิดฟันผุได้มากขึ้น

รางวัลชมเชย
บริษัท ทานดี อินโนฟูด จำกัด
จังหวัดกรุงเทพมหานคร
EGGYDAY : เส้นโปรตีนไข่ขาว
ผลิตภัณฑ์เส้นโปรตีนไข่ขาวด้วยเทคโนโลยีการเปลี่ยนรูปร่างและเนื้อสัมผัสของโปรตีน (Protein Transformation) โดยเปลี่ยนรูปร่างของไข่ขาวต้มให้กลายเป็นไข่ขาวเส้น ด้วยการนำสารสกัดจากพืชมาห่อหุ้มตัวโปรตีนไข่ขาว ให้คงรูปแบบในลักษณะเส้นที่มีเนื้อสัมผัสนุ่ม รสชาติอร่อย ไร้แป้ง ไร้ไขมัน ให้พลังงานต่ำ และยังคงคุณค่าของโปรตีนในไข่ขาวไว้เหมือนเดิม เส้นโปรตีนไข่ขาวเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคไต โรคมะเร็ง และผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นต้องบริโภคไข่ขาวเป็นประจำทุกวัน เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อและผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก โดยผลิตภัณฑ์สามารถเก็บได้นานถึง 18 เดือน โดยไม่ต้องแช่เย็น

ชนะเลิศภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
บริษัท เอ็น.วี.เค.ฟาร์ม โปรดักส์ จำกัด : จังหวัดนครราชสีมา
N.V.K.Beef : เนื้อพรีเมียมไทย
เนื้อโคไทยคุณภาพสูง (Premium Beef) ที่มีลักษณะของชั้นไขมันที่แทรกระหว่างเนื้อ (Marbling Score) ในระดับเทียบเท่ากับเนื้อสายพันธุ์ต่างประเทศ โดยปรับปรุงโคขุนสายพันธุ์ “โคดำลำตะคอง” ซึ่งเป็นลูกผสม 3 สายพันธุ์ ได้แก่ ไทยบราห์มัน วากิว และแองกัส ซึ่งโตไว อัตราการแลกเนื้อสูงและทนต่อสภาพแวดล้อมในพื้นที่ อีกทั้งพัฒนาสูตรอาหารสำเร็จเฉพาะสำหรับโคขุนโดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น เพื่อให้โคสร้างโปรตีนเร่งการเจริญเติบโต ร่วมกับการพัฒนาระบบการเลี้ยงในพื้นที่เปิดเพื่อลดอาการเครียดของโค ทำให้ได้เนื้อโคที่มีคุณภาพสูง มีความเหนียวนุ่ม และกลิ่นของเนื้อที่เป็นเอกลักษณ์
รองชนะเลิศอันดับ 1
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ต้นส้ม สตูดิโอ
จังหวัดขอนแก่น
Pich Coiled Bamboo Guitar : กีต้าร์ไม้ไผ่ขด
กีตาร์และอูคูเลเล่จากไม้ไผ่ขดที่ผลิตกึ่งอุตสาหกรรม โดยใช้ไม้ไผ่เฮียะซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดซับเสียงที่เหมาะสม มาขดขึ้นรูปด้วยกรรมวิธีแบบเดียวกับการทำเครื่องเขิน ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น การนำไม้ไผ่ขดต่อกันจนมีขนาดความหนาพอสมควรและสามารถขึ้นรูปโครงได้สวยงามอย่างที่ต้องการ แล้วนำไปผลิตเป็นเครื่องดนตรีประเภทกีตาร์หรืออูคูเลเล่ เนื่องจากไม้ไผ่ขดมีคุณสมบัติทางกายภาพในการดูดซับเสียงและลดอัตราความถี่ของเสียงทำให้เกิดเสียงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งจะผลิตและออกแบบได้ตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งได้มาตรฐานในระดับเดียวกันกับกีตาร์หรืออูคูเลเล่ที่ขายในท้องตลาดทั่วไป อีกทั้งยังช่วยสร้างมูลค่าให้กับชุมชนจากภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสมผสานกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม

รองชนะเลิศอันดับ 2
บริษัท ชิบะรูม จำกัด
จังหวัดนครราชสีมา
SHIBA ROOM : Self Service Budget Hotels
แพลตฟอร์มระบบบริหารจัดการห้องพักแบบครบวงจร (One Stop Service) โดยไม่ต้องใช้พนักงานต้อนรับ โดยระบบมีการบริหารงานแบบจัดการจากส่วนกลาง “Centralized Operation”ผ่านพนักงานเสมือนจริง (Virtual Reception) บนตู้คีออส โดยมีฟังก์ชั่นการทำงาน ได้แก่ ระบบการจองห้องพัก ระบบการเช็กอิน/เช็กเอาท์ ระบบการชำระเงิน/กา เพื่อควบคุมระบบสาธารณูปโภคแบบอัตโนมัติในแต่ละห้องพักและภายในอาครคืนเงิน ระบบการยืนยันตัวตนผ่านใบหน้ากับรูปบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต เพื่อยืนยันตัวตนก่อนเข้าพัก อีกทั้งมีการใช้ระบบ IoTารทั้งหมด ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและเพิ่มประสิทธิภาพของการขายให้กับโรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็ก

รางวัลชมเชย
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ผาสาทแก้ว
จังหวัดมหาสารคาม
ผาสาทแก้ว : ผ้าย้อมสีธรรมชาติ จากครั่ง
ผ้าทอโบราณพื้นเมืองที่เกิดจากภูมิปัญญาชุมชนที่เป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่นของจังหวัดมหาสารคาม โดยใช้สีย้อมผ้าจากครั่งโบราณธรรมชาติ 100% ที่ผ่านกระบวนการปรับค่าพีเอช (pH) ในรูปแบบของสีครั่งพร้อมใช้งาน ลดระยะเวลาในการย้อมผ้าและคงคุณภาพของสีที่ได้จากการย้อมครั่ง ผสมผสานการออกแบบลวดลายที่ร่วมสมัยและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมไปถึงการพัฒนาเทคนิคการทอผ้าที่ทำให้ลดระยะเวลาในการผลิต ลดต้นทุน และเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนในพื้นที่ได้อีกด้วย
รางวัลชมเชย
บริษัท เดอนัว จำกัด
จังหวัดชัยภูมิ
เดอนัว : ปลาร้าผงปรุงรส (แกงลาว)
ปลาร้าผงปรุงรส ที่พัฒนาและต่อยอดจากน้ำปลาร้าแบบขวด ด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการทำแห้งแบบฝอย (Spray Dry) ที่เป็นกระบวนการฉีดพ่นน้ำปลาร้าให้กระจายเป็นละอองและสัมผัสกับลมร้อนในถังอบ ทำให้น้ำปลาร้าแห้งจนกลายเป็นผง ที่มีการควบคุมปริมาณความชื้นของผลิตภัณฑ์และถูกบรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์ฟอยล์ปิดสนิท ทำให้สามารถเก็บรักษาได้นานถึง 1 ปี เหมาะสำหรับวิถีชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบัน
ชนะเลิศภาคเหนือ
บริษัท ฮิลล์คอฟฟ์ จำกัด
Coffogenic Drink : เครื่องดื่มสกัดเข้มข้นจากผลกาแฟเชอร์รี่
Coffogenic Drink เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสกัดเข้มข้นจากผลกาแฟเชอร์รี่ มีกรดคลอโรจีนิก (Chlorogenic Acid) สูง ด้วยการนำผลกาแฟเชอร์รี่ซึ่งเป็นของเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตกาแฟมาผ่านกระบวนการสกัดที่ทำให้ได้ปริมาณกรดคลอโรจีนิกสูง และประหยัดระยะเวลาในการสกัดเมื่อเทียบกับการสกัดแบบดั้งเดิม โดยกรดคลอโรจีนิกมีคุณสมบัติเมื่อจับกับคอเลสเตอรอลทำให้คอเลสเตอรอลมีขนาดใหญ่ขึ้น กระบวนการดูดซึมของคอเลสเตอรอลในลำไส้จึงลดลงและถูกขับออกมาจากร่างกายซึ่งมีผลทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายลดลง เป็นเครื่องดื่มในกลุ่มของ Novel Food สำหรับกลุ่มลูกค้าผู้ที่รักสุขภาพ

รองชนะเลิศอันดับ 1
บริษัท อีซี่คิดส์ โรโบติก จำกัด
จังหวัดเชียงใหม่
EASYKIDS ROBOTICS : ชุดหุ่นยนต์เพื่อการเรียนรู้สำหรับเด็ก
ชุดหุ่นยนต์สื่อการเรียนรู้ และฝึกทักษะสำหรับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่รองรับได้ถึง 3 ภาษาพื้นฐานสำหรับการเริ่มต้นเขียนโปรแกรม ได้แก่ Block-Based Programming, Python และ C/C++ ภายในชุดเดียว ประกอบด้วยชุดหุ่นยนต์ (Robot Kits) ทำงานแบบเคลื่อนที่ (Mobile Robot) สามารถประมวลผลด้วยปัญญาประดิษฐ์ มีเซ็นเซอร์วัดระยะทาง และตรวจจับวัตถุต่างๆ และแพลตฟอร์มที่เป็นบทเรียนที่ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับช่วงวัยและพื้นฐานของผู้เรียนตั้งแต่อายุ 6 ปีขึ้นไป ซึ่งผู้เรียนมีพัฒนาทักษะด้านตรรกะและเข้าใจโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นมากกว่าชุดสื่อการสอนปกติได้ถึง 3 เท่า

รองชนะเลิศอันดับ 2
บริษัท แซนด์ซอร์บ จำกัด
จังหวัดลำปาง
SANDSORB : วัสดุดูดซับน้ำมันและสารเคมี
วัสดุดูดซับน้ำมันและสารเคมีจากแร่ธรรมชาติประเภทซิลิกา (Silica Based) ที่มีอยู่เฉพาะในพื้นที่จังหวัดลำปางมีโครงสร้างผลึกแบบฟองน้ำ มีรูพรุนและพื้นผิวสัมผัสเป็นจำนวนมาก มีจุดหลอมเหลวสูง ไม่ติดไฟ ไม่ทำปฏิกิริยาทางเคมีและมีน้ำหนักเบา โดยบริษัทได้พัฒนาเทคโนโลยีกระบวนการย่อยแร่ซิลิกาโดยให้เกิดการทำลายโครงสร้างผลึกแบบฟองน้ำน้อยที่สุดเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถดูดซับน้ำมัน สารเคมี กรด ด่าง ของเหลวไวไฟหรือของเหลวออกซิไดซ์ที่หกเลอะบนพื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่เหลือคราบบนพื้นผิวและไม่ไหลลงสู่แหล่งน้ำ ช่วยลดอันตรายและอุบัติเหตุที่เกิดจากการลื่นไถล เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และไม่เป็นอันตรายกับมนุษย์และสัตว์

รางวัลชมเชย
ห้างหุ้นส่วนจำกัด เคทีซี ที่นอนน้ำ
จังหวัดตาก
KTC WATERBED : ที่นอนน้ำยางพารา สำหรับผู้ป่วย ผู้สูงอายุ
ผลิตภัณฑ์ที่นอนสำหรับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่พัฒนาและต่อยอดจากการนำยางพารามาทดแทนถุงน้ำ (Urine Bag) โดยพัฒนายางพาราให้มีคุณสมบัติทนต่อแรงดึง ทนต่อการฉีกขาดและมีความยืดหยุ่นที่เหมาะสม รวมถึงออกแบบเพื่อให้สามารถกระจายน้ำหนัก รองรับแรงกระแทกและแรงกดทับได้ดีภายในที่นอนยางพาราจะบรรจุน้ำ ทำให้ผู้นอนรู้สึกคล้ายมีวัสดุมาพยุงร่างกายไว้ทุกส่วนเหมือนนอนลอยอยู่บนน้ำ ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตของผู้นอนดีขึ้น รวมถึงการหุ้มด้วยผ้าฝ้ายทอย้อมด้วยน้ำย้อมจากผงครามสมุนไพรไทย ที่มีคุณสมบัติพิเศษช่วยยับยั้งเชื้อโรคเชื้อแบคทีเรีย เชื้อราและช่วยสมานแผล ช่วยลดการอับชื้น ช่วยลดและป้องกันการติดเชื้อแผลกดทับ จึงเหมาะสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
รางวัลชมเชย
บริษัท ไทยเฮิร์บ แอท เชียงราย จำกัด
จังหวัดเชียงราย
PANAS : ผลิตภัณฑ์สิ่งทอจากเส้นใยสับปะรด
ผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่เป็น Sustainable Fashion จากผ้าเส้นใยสับปะรดโดยการนำใบสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรในพื้นที่ของจังหวัดเชียงราย มาผลิตเป็นเส้นใยที่มีความนุ่ม แต่แข็งแรงทนทาน เส้นใยจะถูกนำมาผ่านกระบวนการย้อมสีโดยเทคนิคเฉพาะเพื่อให้สีติดทน แล้วจึงทอออกมาเป็นผ้าโดยออกแบบลวดลายตามอัตลักษณ์ของชาวเชียงของ ที่เรียกว่า “ลายน้ำไหล” ก่อนจะนำมาผลิตเป็นเสื้อผ้า หมวก กระเป๋า และสามารถใช้เทคโนโลยีนาโนในการเพิ่มคุณสมบัติการสะท้อนน้ำและเพิ่มกลิ่นให้กับผ้าได้ตามคำสั่งซื้อของลูกค้า ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหนึ่งในเทรนด์ของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน

ชนะเลิศภาคใต้
บริษัท ไอละมุน จำกัด
จังหวัดพัทลุง
ORGANEH : มินิแครกเกอร์ข้าวสังข์หยด
ขนมสำหรับเด็กที่ผลิตจากข้าวสังข์หยด ซึ่งถูกขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าของข้าวสังข์หยดได้มากถึง 60 เท่า โดยกระบวนการผลิตได้มีการคิดค้นและพัฒนาการปรับความชื้นและอุณหภูมิของวัตถุดิบให้มีสภาวะที่เหมาะสม ก่อนผ่านการขึ้นรูปด้วยเทคนิคการอัดขึ้นพองด้วยเอ็กซ์ทรูชั่น (Extrusion) ทำให้เนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์สามารถละลายในปากได้เร็ว ไม่ติดคอและเหงือกของเด็ก อีกทั้งเด็กสามารถหยิบจับทานเองได้ไม่เหนียวมือ ทำให้เป็นการฝึกการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก เหมาะกับเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 6 ปี

รองชนะเลิศอันดับ 1
บริษัท โก๋พลัสกรุ๊ป 1950 จำกัด
จังหวัดสุราษฎร์ธานี
โก๋พลัส : ปาท่องโก๋ทอดกรอบสุญญากาศ
ผลิตภัณฑ์ปาท่องโก๋ทอดกรอบโดยพัฒนาสูตรปาท่องโก๋ที่ใช้แป้งสดและยีสต์สด ทำให้สามารถลดระยะเวลาในการหมักลงจากเดิม 7 - 8 ชั่วโมง ให้เหลือเพียง 1 ชั่วโมง ร่วมกับการใช้กระบวนการทอดด้วยเทคนิคการทอดแบบสุญญากาศที่ทำให้ปาท่องโก๋มีความสุกและกรอบในอุณหภูมิที่ต่ำกว่าอุณหภูมิของการทอดแบบปกติรวมถึงไม่อมน้ำมัน ผลิตภัณฑ์บรรจุใส่ในบรรจุภัณฑ์ฟอยล์ปิดทึบทำให้ผลิตภัณฑ์สามารถเก็บได้นานถึง 1 ปี ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่เน้นเรื่องความสะดวก และรักสุขภาพ

รองชนะเลิศอันดับ 2
บริษัท พีร์ชญาลี้ จำกัด
จังหวัดสงขลา
Oz-P : น้ำมันหัวหอมแดงออร์แกนิค
ผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการหวัดคัดจมูกสำหรับเด็กจากสารสกัดหอมแดงและหัวหอมออร์แกนิกส์ โดยการสกัดสารสำคัญ ได้แก่ เควอซิทิน (Quercetin) ซึ่งมีฤทธิ์ในการต้านและรักษาอาการภูมิแพ้และลดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน โดยใช้กรรมวิธีการสกัดโดยใช้คลื่นไมโครเวฟ (Microwave Extraction) ผลิตภัณฑ์ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองโดยผ่านการทดสอบการระคายเคืองจากสถาบัน Dermscan Asia และผ่านการรับรองมาตรฐานออร์แกนิกส์จาก Ecocert จึงสามารถใช้ได้ในเด็กแรกเกิด เด็กที่ป่วยในโรคในกลุ่ม G6PD รวมไปถึงกลุ่มผู้ใหญ่
รางวัลชมเชย
วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยว
ตามรอยบ้านเกิด หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด
จังหวัดสงขลา
แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวชุมชนตามรอยบ้านเกิดหลวงปู่ทวด
แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงระหว่างชุมชนและนักท่องเที่ยวในการศึกษาวิถีชุมชนตามรอยบ้านเกิดหลวงปู่ทวด โดยการนำเรื่องเล่าของชุมชนมาออกแบบให้เป็นเส้นทางการท่องเที่ยว รวมถึงใช้เทคโนโลยีจำลองภาพเสมือนจริง (AR : Augmented Reality) ในการนำเสนอที่ครอบคลุมทั้งเส้นทางประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตชาวบ้านในชุมชน โดยใช้แนวคิด “เที่ยวชุมชน กินช้อป ครบวิถี สร้างบุญเสริมบารมี ตามรอยบ้านเกิดหลวงปู่ทวด” เป็นการนำอัตลักษณ์ที่โดดเด่นในพื้นที่มาเป็นตัวละครบอกเล่าเรื่องราว ทำให้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับจังหวัดสงขลาได้อีกด้วย

รางวัลชมเชย
วิสาหกิจชุมชนลูกปัดโนรา วาโย
จังหวัดพัทลุง
WAYO : เครื่องประดับจากลูกปัดมโนราห์
ผลิตภัณฑ์เครื่องประดับจากลูกปัดมโนราห์ ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากเครื่องลูกปัดในการแสดงโนราห์ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่นของจังหวัดพัทลุง ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติจากยูเนสโก มาผลิตเป็นสินค้าเครื่องประดับแฟชั่นต่างๆ ให้มีความทันสมัยมากขึ้น เช่น สร้อยคอ ต่างหู แหวน เป็นต้น โดยยังคงใช้การออกแบบลวดลาย และเทคนิคการร้อยลูกปัดที่สืบทอดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าให้กว้างขึ้น รวมถึงยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ได้อีกด้วย