หากพูดถึงแบรนด์สุกี้ที่หลายๆ คนรู้จัก หนึ่งในนั้นจะต้องมี MK แบรนด์สุกี้อายุกว่า 37 ปี ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
แต่มาวันนี้ ดูเหมือน MK ผู้นำในตลาดสุกี้กำลังเจอกับความท้าทายจากผู้เล่นหน้าใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสุกี้ตี๋น้อยจาก บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองก์ กรุ๊ป จำกัด ที่เปิดมาได้เพียง 4 ปี สามารถเก็บรายได้ สร้างกำไรต่อเนื่องทุกปี และในปี 2565 สามารถทำรายได้ได้ถึง 3,976 ล้านบาทและสร้างกำไรได้ 591 ล้านบาท โตเกือบ 300%
ร้านสุกี้จินดา ร้านหม่าล่าสายพานที่ถูกพูดถึงในโลกโซเชียล มีคนต่อคิวยาวกว่า 3 ชั่วโมง ปัจจุบันมีสาขาถึง 16 สาขา มีเมนูให้เลือกถึง 60 เมนู ในราคาสบายกระเป๋า เริ่มต้นไม้ละ 5 บาท อีกทั้งน้ำจิ้มกับน้ำซุปก็เติมได้ไม่อั้น กินแค่ไหนจ่ายแค่นั้น
สุดท้าย ลัคกี้ สุกี้ น้องใหม่ล่าสุดที่กระโดดเข้ามาเล่นในตลาด แม้ตลาดนี้จะมีการแข่งขันสูงมาก แต่ทางลัคกี้ สุกี้ก็พยายามกับการออกกลยุทธ์ Royalty Program อย่างการทำบัตรสมาชิกและโปรโมชันพิเศษต่าง ๆ ซึ่งนอกจากจะกระตุ้นให้มีการเข้ามาทานถี่ขึ้น ยังช่วยให้เก็บข้อมูลเพื่อทำการตลาดต่อไปในอนาคตอีกด้วย
ปี 2564 บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากธุรกิจเอ็มเค ประมาณ 8,300ล้านบาท เทียบกับปี 2565 มีรายได้ 11,638 ล้านบาท ซึ่งเริ่มกลับมาเป็นปกติ เพราะก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด 19 ทำให้ร้านอาหารถูกปิดชั่วคราวในพื้นที่ศูนย์การค้า รวมถึงมีข้อจำกัดในการให้บริการ เช่น จำกัดจำนวนที่นั่งในร้าน ทำให้ MK มีจำนวนลูกค้าและรายได้ลดลง
ต่างจากสุกี้ร้านอื่นๆ ที่สาขาส่วนใหญ่เป็นแบบ Stand Alone อยู่นอกพื้นที่ศูนย์การค้า หรืออยู่ในพื้นที่ศูนย์การค้าที่เปิดถึงตี 2 จึงได้รับผลกระทบน้อยกว่า ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เอง ที่ทำให้ MK ถูกท้าทาย และต้องเตรียมพร้อมรับมือ ต้องมาดูว่า MK จะสู้ยังไงต่อไป...

ที่มา: รายงานประจำปี บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), กรมพัฒนาธุรกิจการค้า