BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
12,412
VIEWS

ภารกิจที่ท้าทายของ “แจ่วฮ้อน ยกซด” พาซุปก้อนหม้อร้อนสไตล์อีสานเป็น Soft Power

มิ.ย. 10, 2566 P.Narata
 


ชาบู เป็นเมนูหม้อร้อน หรือหม้อไฟ (Hot Pot) ประเภทหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ตลาดมีการขยายตัวต่อเนื่อง และมีมูลค่าตลาดไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท ในแต่ละปี ตลาดเต็มไปด้วยผู้เล่นมากมายทั้งรายใหญ่รายย่อย และท่ามกลางกระแสความนิยมชาบูน้ำดำอย่าง ชาบูหมาล่า ในฟากฝั่งของอาหารไทยก็ยังมี “แจ่วฮ้อน” ซึ่งเป็นน้ำซุปหม้อร้อนสไตล์อีสานที่กำลังทำหน้าที่เป็นตัวแทนของชาบูไทย เพื่อออกไปสร้างความรู้จักทั้งกับกลุ่มเป้าหมายในประเทศและต่างประเทศ ด้วยจุดเด่นของรสชาติเผ็ดร้อนจากสมุนไพรไทย ที่ต้องบอกว่า จัดจ้านไม่แพ้ชาบูชาติใดในโลก

เดิมที “แจ่วฮ้อน” เป็นเมนูประจำครัวเรือนของคนไทยแถบภาคอีสาน โดยเฉพาะที่จังหวัดมหาสารคามมีสูตรลับหม้อร้อนเกิดขึ้นมากมายด้วยรสชาติอันโดดเด่นจากส่วนผสมของสมุนไพรนานาชนิด ซึ่งกว่าจะได้น้ำซุปรสชาติเผ็ดร้อนกลมกล่อมก็ต้องนำส่วนผสมต่างๆ เช่น ตะไคร้ ข่า พริก หอมแดง กระเทียม และอื่นๆ มาหั่นๆ โขลกๆ รวมกันให้ละเอียด ก่อนจะนำไปเคี่ยวเป็นน้ำซุปซึ่งต้องใช้เวลาอีกหลายชั่วโมง

แต่ด้วยกระบวนการทำที่ค่อนข้างยุ่งยาก จึงทำให้เมนูแจ่วฮ้อนหาทานได้ยากเพราะร้านอาหารสไตล์หม้อร้อนไม่นิยมทำขาย ซึ่งแตกต่างจากเมนูจิ้มจุ่มที่น้ำซุปจะปรุงได้ง่ายกว่า และด้วยความโดดเด่นในด้านรสชาติและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์จนอยากจะลืมเลือน ทำให้อดีตเชฟร้านอาหารที่มีพื้นเพเป็นลูกหลานชาวอีสานอย่าง “ธนจักร เมืองจันทร์” และ คุณจิราภรณ์ สงคราม สองผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์แจ่วฮ้อน “ยกซด” เกิดแนวคิดที่อยากจะเผยแพร่เมนูแจ่วฮ้อนให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในหมู่คนไทย และขยายตลาดไปสู่ประเทศที่นิยมเมนูหม้อร้อนอย่างจีน เวียดนาม ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เป็นต้น

 


คุณธนจักร เมืองจันทร์ เล่าจุดเริ่มต้นของแบรนด์ให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ได้มองเห็นกระแสความนิยมในการบริโภคชาบูที่เป็นเทรนด์จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มีทั้งชาบูน้ำใส ชาบูน้ำดำ หรือชาบูหมาล่า ขณะเดียวกันก็มองว่า เมนูแจ่วฮ้อนหม้อร้อนสไตล์อีสานของไทยก็น่าจะสามารถแข่งขันกับเหล่าชาบูข้ามชาติได้ จึงได้เปิดร้านอาหารประเภทหม้อร้อนในชื่อ “แจ่วฮ้อน ยกซด” เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมการบริโภคของคนไทยที่กำลังเกิดขึ้น พร้อมกับพัฒนาสูตรน้ำซุปแจ่วฮ้อนในแบบฉบับของตัวเองขึ้นมาใหม่ ซึ่งกระแสตอบรับค่อนข้างดีจึงมีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาเป็นขาประจำแจ่วฮ้อนของทางร้านจำนวนมาก และก็ได้ลูกค้าเหล่านั้นช่วยทดสอบรสชาติของน้ำซุปที่พัฒนาขึ้นโดยใช้เวลาปรับปรุงรสชาติอยู่กว่า 1 ปี จนได้สูตรที่ลงตัว จึงต่อยอดไปสู่ผลิต ภัณฑ์ในรูปแบบ “แจ่วฮ้อนกึ่งสำเร็จรูป” เป็นน้ำซุปที่ลูกค้าสามารถนำกลับไปทำแจ่วฮ้อนทานเองที่บ้านได้

“การเปิดร้านอาหารในช่วงปีแรกๆ เราพัฒนาตัวน้ำซุปออกมาเป็นหม้อเล็กๆ เพื่อให้ลูกค้าได้ชิมรสชาติ ระหว่างนั้นเราก็มองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นมากมาย เพราะการทำแจ่วฮ้อนให้มีรสชาติได้ตามต้องการจะมีขั้นตอนที่ค่อนข้างยุ่งยาก ต้องใช้เวลานาน และรสชาติก็ไม่คงที่ ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้แจ่วฮ้อนไม่เป็นที่แพร่หลาย จึงเริ่มคิดว่าจะทำอย่างไรให้คนไทยได้รู้จักแจ่วฮ้อนและแบรนด์ของเรามากขึ้น แต่การจะทำให้คนทั่วประเทศรู้จักเราในรูปแบบของร้านอาหาร หรือเป็นแฟรนไชส์ ต้องใช้เงินทุนและคนค่อนข้างมาก จึงมีคำถามขึ้นในใจว่าเราจะทำให้แจ่วฮ้อนและแบรนด์ยกซดเข้าไปอยู่ในบ้านของคนไทยได้อย่างไร จนเป็นที่มาของการทำแจ่วฮ้อนกึ่งสำเร็จรูปขึ้นมา และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่แม็คโครติดต่อเข้ามา เราจึงเริ่มทำตลาดด้วยผลิตภัณฑ์ ‘พริกแกงแจ่วฮ้อน’ โดยวางจำหน่ายในแม็คโครเป็นที่แรก”

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลอุตสาหกรรมเครื่องปรุงรสในประเทศไทย คุณธนจักร พบว่า ซุปก้อนมีมูลค่าการตลาดมากถึง 22.6% ของตลาดเครื่องปรุงรส และเพื่อเป็นการขยายตลาดให้กว้างมากขึ้น จึงเกิดแนวคิดต่อยอดผลิตภัณฑ์ไปสู่ “แจ่วฮ้อน ซุปก้อน” โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ Sterilization ด้วยเวลาและอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ความหอมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากส่วนผสมที่เป็นสมุนไพรนานาชนิด เพียงแค่ผสมน้ำเปล่า 500 มล. ต่อแจ่วฮ้อนซุปก้อน 2 ก้อน ตามด้วยผักและเนื้อสัตว์ที่ชื่นชอบก็จะได้เมนูหม้อร้อนสไตล์อีสาน และไม่ว่าจะปรุงอยู่ที่ไหนก็เหมือนได้นั่งทานที่ร้านด้วยรสชาติที่ไม่ต่างกัน ซึ่งคุณสมบัติของแจ่วฮ้อนซุปก้อนยังสามารถใช้หมักย่างเนื้อสัตว์ได้อีกด้วย จึงตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการความสะดวกสบาย และยังมีข้อดีคือน้ำหนักเบา ขนส่งสะดวก ทำให้สามารถขยายตลาดได้กว้างมากขึ้น

“เทรนด์ซุปก้อนกำลังมาแรง เพราะน้ำหนักเบาขนส่งง่าย และมีระดับราคาที่ทำตลาดได้ง่าย จะทำให้ตลาดต่าง ประเทศให้การยอมรับง่ายขึ้น โดยก่อนหน้านี้ได้มีการนำเสนอไปที่ East Land Corporation ซึ่งเป็นดิสทริบริวเตอร์เจ้าใหญ่ของยุโรปและอเมริกา เป็นดิสทริบริวเตอร์เจ้าเดียวกันกับที่ทำให้กับสแน็คแบรนด์ใหญ่ๆ ของไทย ตรงนี้เราผ่านการพิจารณาแล้ว แต่ติดปัญหาเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจและสงครามที่ช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดการชะลอการสั่งซื้อ และเรายังมีการเจรจากับดิสทริบิวเตอร์เจ้าใหญ่ของเกาหลีใต้ ปัจจุบันอยู่ในช่วงของการพัฒนาสูตรให้ได้มาตรฐานตามกฎหมายของเกาหลีใต้ แต่แนวโน้มคือได้เข้าไปทำตลาดในประเทศเกาหลีใต้แน่นอน ซึ่งน่าจะทำให้ผลิตภัณฑ์ของเราเป็นที่รู้จักในตลาดเกาหลีใต้มากขึ้นด้วย รวมถึงการทำตลาดผ่านตัวแทนกลุ่มย่อยซึ่งเป็นคนไทยที่อยู่ในประเทศต่างๆ ทำตลาดแบบพรีออร์เดอร์เป็นล็อตเล็กๆ เช่น ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา เยอรมัน เป็นต้น”




คุณธนจักร ยังมองว่า เมนูแจ่วฮ้อนไม่ได้เป็นเพียงแค่กระแส แต่คือวัฒนธรรมการกินของคนภาคอีสานที่อยู่ในวิถีการดำเนินชีวิตในทุกๆ วัน แต่ก่อนหน้านี้ไม่มีใครผลักดันขึ้นมาทำตลาด ซึ่งแจ่วฮ้อนแตกต่างจากชาบูตรงที่มีส่วนผสมของสมุนไพรไทยที่ต่างชาติให้การยอมรับ และรสชาติก็เป็นสิ่งที่คนไทยคุ้นเคยอยู่แล้ว ดังนั้น แจ่วฮ้อน “ยกซด” จึงรักษา อัตลักษณ์ความเป็นเมนูอีสานแบบดั้งเดิมที่โดดเด่นทั้งในเรื่องกลิ่นหอม และรสชาติที่จัดจ้านแบบต้นฉบับเดิมๆ  

“ก่อนที่เราจะเริ่มทำตลาด เราดูข้อมูลจากกูเกิลเทรนด์แล้วพบว่า ชาบู ได้รับความนิยมมากในประเทศไทย และในประเทศต่างๆ อย่างจีน เวียดนาม กัมพูชา เมียนมา รวมถึงญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ก็ล้วนเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมการกินฮอตพอทอยู่แล้ว จึงมองว่า แจ่วฮ้อนของเราก็น่าจะสู้เขาได้ ซึ่งคนไทยยังรู้จักชาบูน้ำดำ แล้วทำไมคนต่างชาติจะรู้จักแจ่วฮ้อนของเราบ้างไม่ได้ ถ้าเราทำการตลาดที่ดีพอ เขาก็น่าจะยอมรับในความเป็นแจ่วฮ้อนของเราได้เหมือนกัน

สิ่งที่ถือเป็นความท้าทายสำหรับเราในตอนนี้ คือจะทำอย่างไรให้แจ่วฮ้อนเข้าไปอยู่ในครัวของทุกๆ บ้าน เราคาดหวังว่าจะเป็นเหมือนน้ำปลาที่ทุกบ้านต้องมี หรือเป็นเหมือนเครื่องปรุงรสอื่นๆ ที่คนไทยคุ้นเคย และโดยวัฒนธรรมดั้งเดิมของการกินแจ่วฮ้อนจะเป็นในลักษณะการล้อมวงกินด้วยกัน ทำให้เกิดความรักของคนในครอบครัวที่อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก หรือในกลุ่มของเพื่อน”

สำหรับผลิตภัณฑ์แจ่วฮ้อน ยกซด มี 4 รูปแบบ คือ 1)พริกแกงแจ่วฮ้อน ราคา 69 บาท สำหรับกลุ่มธุรกิจร้าน อาหาร ชาบู จิ้มจุ่ม หมูกระทะ 2) น้ำซุปเข้มข้น ราคา 35 บาท สำหรับเมนูแจ่วฮ้อนขนาดครอบครัว 4 คน 3) น้ำซุปแจ่ว    ฮ้อนพร้อมน้ำจิ้ม ราคา 55 บาท และ 4) แจ่วฮ้อน ซุปก้อน ราคา 24 บาท โดยมีรูปแบบการทำตลาดทั้งแบบ B2C และ B2B มีสินค้าวางจำหน่ายทั้งในช่องทางเทรดิชั่นนัลเทรด และโมเดิร์นเทรด เช่น โลตัส บิ๊กซี แม็คโคร ซีเจ มอร์ ไทยฟู้ดส์ เฟรช มาร์เก็ต และเร็วๆ นี้จะมีวางจำหน่ายในเซเว่น-อีเลฟเว่น รวมถึงการผลิตแบบ OEM ให้กับกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร และมีเป้าหมายขยายตลาดต่างประเทศให้มากยิ่งขึ้น

โดยปัจจุบันยอดขายส่วนใหญ่มาจากกลุ่มพริกแกงและซุปก้อนเป็นหลัก จากกำลังการผลิตกว่า 400 กิโลกรัมต่อวัน และมีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 1,000 กิโลกรัมต่อวัน พร้อมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มน้ำจิ้มบรรจุขวด 0% แคลอรี เช่น น้ำจิ้มหมูกระทะ และน้ำจิ้มแจ่วอีสาน เป็นต้น

เพื่อให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น คุณธนจักร จึงพยายามสร้าง Brand Awareness ให้กับ “แจ่วฮ้อน ยกซด” ผ่านการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ เช่น การไปร่วมรายการ Shark Tank สามารถปิดดีลได้ตามเป้าหมายได้เงินลงทุน 5 ล้านบาท โดยแลกกับหุ้น 30% ให้กับชาร์คเต้ ชาร์คหมู และชาร์คจิง และยังสร้างการเติบโตทางด้านยอดขายเพราะตลาดให้การตอบรับที่ดีหลังจากไปร่วมรายการ ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า เพราะเป็นจังหวะที่ได้นำสินค้าเข้าไปวางจำหน่ายในโลตัส จนสินค้าขาดตลาดอยู่ช่วงหนึ่ง ส่วนการร่วมลงทุนตอนนี้อยู่ในระหว่างปรับปรุงกระบวนการจัดการหลังบ้านเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขของการร่วมทุน



นอกจากนี้ ยังมีการออกร้านในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2023 เพราะ คุณธนจักร มองว่า เป็นงานระดับโลกที่ดิสทริบิวเตอร์ หรือ Buyer จากทั่วโลกให้ความสนใจเดินทางมาร่วมงาน จึงคาดหวังว่า แจ่วฮ้อนที่เป็นชาบูอีสานของคนไทยจะเป็นตัวแทนนักสู้จากฝั่งไทยที่จะทำให้คนเกาหลีหรือประเทศที่เป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มีโอกาสได้เห็นและได้รับรู้ว่า เมืองไทยก็มีผลิตภัณฑ์ในแบบชาบูเหมือนกัน และในน้ำซุปก็มีส่วนผสมสมุนไพรไทยนานาชนิดอยู่ด้วย

“ผมมองว่า เป็นการสร้าง Soft Power ของประเทศไทยในอีกแง่มุมหนึ่ง เป็นเรื่องของอาหารที่เป็น Thailand Hot Pot เพราะวิชั่นของเรา คืออยากทำให้ Thailand Hot Pot เป็นที่รู้จักของคนต่างประเทศ เพราะอาหารไทยเป็นสิ่งที่ควรนำ ไปเผยแพร่ให้คนต่างชาติได้รู้จัก เพราะตอนนี้เราเห็นแต่ Soft Power ของต่างชาติที่เข้ามา เราจึงอยากจะนำสิ่งนี้ออกไปบ้าง เรามีข้อได้เปรียบที่สามารถแข่งขันได้ คือความหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งจะได้กลิ่นทันทีที่เปิดซอง และยังมีสตอรี่ที่เป็นวัฒนธรรมการกินแบบพร้อมหน้าพร้อมตากัน ทำให้เกิดความสุขความสนุกจากการล้อมวงกินด้วยกัน อีกทั้งวัตถุดิบที่ใช้ก็มาจากชุมชนคนท้องถิ่น ดังนั้นเวลาที่ลูกค้าซื้อสินค้าของยกซดไปใช้จึงไม่ได้ช่วยแค่ทำให้ Soft Power วัฒนธรรมของคนไทยไปเป็นที่รู้จัก แต่ยังช่วยผู้คนในชุมชนมีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย” คุณธนจักร กล่าว


มูลนิธิธนชาตฯ ผนึกกำลัง MBK และพันธมิตร แจกฟรี “มะพร้าวน้ำหอม” กว่าหมื่นลูกใจกลางกรุง นำร่องช่วยชาวสวนฝ่าวิกฤตราคาตกต่ำ ปลุก Soft Power ไทยคึกคัก

“ศรีจันทร์” ก้าวสู่ Regional Beauty Player พร้อมขับเคลื่อน “T-Beauty” เป็น Soft Power บนเวทีโลก

ปลุกกระแสคนไทย สร้างเทรนด์ใหม่ ดื่มน้ำมะพร้าวแท้100% เพื่อสุขภาพที่ดีและแข็งแรง เปิดแผนการตลาดปี 2569 ผลักดันน้ำมะพร้าวไทย ให้เป็น Soft power

Retail Experience ผสาน Soft Power ไทย-ญี่ปุ่น พรีเมียมเอ็กซ์คลูซีฟตอบแทนนักช้อป

“Thailand Pavilion” เมื่อ Soft Power ไทยก้าวสู่ Medical & Wellness Hub ในงาน Expo 2025 Osaka, Kansai, Japan

“เฌอเอม” เปิดตัว CHERAIM The Experience of Scents and Herbs Shop พร้อมส่ง “ยาดม PIKPOK” ชู Soft Power สมุนไพรไทย

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact