หลายทศวรรษที่ผ่านมา “ศรีจันทร์” ถูกจดจำในฐานะแบรนด์เครื่องสำอางไทยระดับตำนาน แต่วันนี้ ศรีจันทร์กำลังสร้างบทบาทใหม่ไปสู่การเป็นผู้เล่นในระดับภูมิภาค เมื่อเป้าหมายใหม่ไม่ได้หยุดอยู่ที่การเป็นแบรนด์ไทยที่แข็งแรงในประเทศ แต่คือการก้าวสู่การเป็น Regional Beauty Player พร้อมภารกิจสำคัญคือการผลักดัน “T-Beauty” ให้กลายเป็น Soft Power ใหม่ของอุตสาหกรรมความงามไทย
ล่าสุด ศรีจันทร์ ย้ำภาพการเป็น T-Beauty Leader รุกตลาดสกินแคร์ไวท์เทนนิ่งเต็มรูปแบบ ด้วยการเปิดตัว SRICHAND IN-SKIN Phyto Camellia PDRN Series ที่ไม่ใช่แค่การเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ในพอร์ตโฟลิโอของแบรนด์ แต่กำลัง Reposition ตัวเองจากแบรนด์เครื่องสำอางสู่แบรนด์ที่เน้น Skin Health และ Innovation เพื่อยกระดับมาตรฐานสกินแคร์ไทยให้สามารถแข่งขันในระดับสากลได้
รวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด กล่าวว่า อุตสาหกรรมความงามไทยยังเติบโตต่อเนื่องจากเทรนด์ด้าน Skin Health ที่ผู้บริโภคต้องการผิวโกลว์สุขภาพดีควบคู่ศาสตร์ Anti-Aging โดยเอเชียได้ก้าวขึ้นเป็น Trend Setter สำคัญของกระแสนี้ในระดับโลก
“ศรีจันทร์มีความเข้าใจเรื่องของผิวและไลฟ์สไตล์คนไทยอย่างลึกซึ้ง ทั้งสภาพอากาศ มลภาวะ และบริบทวิถีชีวิตที่มีความเป็นเมืองมากขึ้นแสดงให้เห็นการตอบรับที่ดีสู่ความสำเร็จในกลุ่ม Basic Skincare โดยเฉพาะไลน์ Skin Moisture Burst ที่ได้เป็นแบรนด์และผลิตภัณฑ์อันดับ1 และเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของพอร์ตสกินแคร์ของศรีจันทร์ เราจึงสร้างจุดยืน T-SKIN เป็นแกนสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และปีนี้มุ่งขยายพอร์ต SRICHAND IN-SKIN สู่ตลาดไวท์เทนนิ่งเต็มรูปแบบ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งกับแบรนด์ ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่มีสัดส่วนกว่า 45% ของตลาดรวม”

สร้าง Narrative T-Beauty
การเปิดตัว SRICHAND IN-SKIN Phyto Camellia PDRN Series จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มสินค้าใหม่ในพอร์ตโฟลิโอ แต่สะท้อนการ Reposition แบรนด์จากเครื่องสำอางที่ผู้บริโภครู้จักมายาวนานในภาพของ Heritage Brand สู่การเป็น Innovation Skincare Brand ที่เน้น Skin Health และเทคโนโลยีสกินแคร์มากขึ้น
การเปิดตัว Phyto Camellia PDRN Series สะท้อนทิศทางการยกระดับแบรนด์สู่ความเชี่ยวชาญด้าน Skin Health ด้วยการนำนวัตกรรม Vegan PDRN สารสกัด DNA จากดอกคามิลเลีย ผ่านเทคโนโลยี PuriNucleTM สกัดด้วยกระบวนการธรรมชาติ 100% ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ผิวโกลว์ใส ไม่สะดวกหมอง” เพื่อตอบรับเทรนด์ Healthy Glow และ Slow-Aging และนำแนวคิด T-SKIN แกนสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและใช้ได้กับทุกสภาพผิว เป็นการผสานความเข้าใจผิวไทย T-SKIN กับนวัตกรรมระดับสากล ที่ย้ำถึงบทบาทของศรีจันทร์ในฐานะ T-Beauty Leader ในการขับเคลื่อนสกินแคร์ไทยสู่มาตรฐานที่สูงขึ้น
ปัจจุบัน มีการประเมินว่า มูลค่าตลาดรวมของเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงามในประเทศไทยมีสูงถึง 400,000 ล้านบาท สถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมาอาจอยู่ในจังหวะชะลอตัวลงบ้าง และในส่วนของตลาดสกินแคร์มีการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 3-4%ต่อปี ภายใต้บริบทเช่นนี้ ศรีจันทร์จึงพยายามสร้าง Narrative ใหม่ให้กับแบรนด์ผ่านแนวคิด T-Beauty โดยใช้ T-SKIN เป็นแกนหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เน้นการออกแบบสกินแคร์ที่ตอบโจทย์สภาพผิวและไลฟ์สไตล์ของคนไทย ทั้งสภาพอากาศ มลภาวะ และการใช้ชีวิตในเมืองที่มีความเร่งรีบมากขึ้น
“T-Beauty คือผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสกินแคร์ที่ผลิตในประเทศไทยและถูกออกแบบมาเพื่อสภาพอากาศของประเทศไทย ซึ่งค่อนข้างท้าทายทั้งความร้อน ความชื้น และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ผลิตภัณฑ์จึงต้องมีประสิทธิภาพสูงพอที่จะรับมือกับสภาพแวดล้อมเหล่านี้ได้ ไม่ว่าจะอยู่ในห้องแอร์หรือกลางแจ้ง นี่คือแนวคิดของ T-Beauty ที่เราเชื่อว่าจะเป็นจุดแข็งของสกินแคร์ไทย”
การเปิดตัว Phyto Camellia PDRN Series จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการขยับแบรนด์ไปสู่เป้าหมายใหม่ ด้วยจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ Vegan PDRN เป็นสารสกัด DNA จากดอกคามิลเลียซึ่งแตกต่างจาก PDRN โดยทั่วไปที่มักสกัดจากปลาแซลมอน โดยผ่านเทคโนโลยีการสกัดแบบธรรมชาติภายใต้แนวคิด PuriNucle™ ซึ่งการเลือกใช้ PDRN จากพืชไม่เพียงตอบโจทย์เทรนด์ความงามที่เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ แต่ยังสอดคล้องกับกระแสผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความอ่อนโยนและความปลอดภัยของส่วนผสมในผลิตภัณฑ์

ตลาด Regional โอกาสของ T-Beauty
นอกจากการพัฒนา Product Innovation ที่เกาะไปกับกระแส Healthy Glow และ Slow Aging ที่กำลังเป็นเทรนด์สำคัญของตลาดความงามในเอเชีย อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการเลือกใช้ “แบมแบม – กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” เป็นพรีเซนเตอร์ของแบรนด์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ที่ได้ทั้งพลังในการสร้างการรับรู้แบรนด์ และในอีกมุมหนึ่งการเลือกแบมแบมไม่ใช่เพียงกลยุทธ์พรีเซนเตอร์ แต่เป็นการใช้ Soft Power ของศิลปินเอเชียเพื่อเชื่อมแบรนด์ไทยเข้ากับผู้บริโภคในระดับภูมิภาค ฐานแฟนคลับที่มีอยู่ในหลายประเทศแถบเอเชีย
“การร่วมงานกับแบมแบมต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ไม่ได้เป็นเพียงการใช้พรีเซนเตอร์เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ แต่เราเห็นว่าเขาเป็นศิลปินเอเชียที่มีอิทธิพลในระดับภูมิภาค การนำ Insight และตัวตนของแบมแบมมาผสานกับแนวคิด T-SKIN ช่วยสะท้อนภาพ ‘ผิวไทยสู่เวทีสากล’ และสร้างความผูกพันกับผู้บริโภครุ่นใหม่ได้อย่างชัดเจน”
วิศ กล่าวเสริมว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจของศรีจันทร์ยังคงให้ความสำคัญกับตลาดภายในประเทศเป็นหลัก ขณะเดียวกันก็มีแผนขยายตลาดออกสู่ต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการหาพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมในแต่ละประเทศ ซึ่งปัจจุบันศรีจันทร์วางจำหน่ายสินค้าในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ลาว กัมพูชา และจีน และยังมีแผนขยายไปยังตลาดอื่นในอนาคต และแม้ว่าสัดส่วนรายได้จากการส่งออกโดยตรงยังอยู่ที่ 9% แต่ตลาดต่างประเทศถือเป็นพื้นที่การเติบโตสำคัญของแบรนด์ในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ T-Beauty เริ่มได้รับความสนใจจากผู้บริโภคต่างชาติ
อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยสร้างโอกาสให้กับแบรนด์ไทยในตลาดโลก คือการรับรู้ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มองว่าสินค้าเครื่องสำอางไทยมีประสิทธิภาพในการรับมือกับสภาพอากาศร้อนชื้นได้ดี ทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าหากนำกลับไปใช้ในประเทศของตนก็จะยิ่งได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น นี่คือแต้มต่อในการสร้าง Narrative T-Beauty ในตลาดโลกของแบรนด์ไทย
อย่างไรก็ตาม หากมองในภาพใหญ่ การเคลื่อนไหวของศรีจันทร์ครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ของตัวเอง แต่เป็นอีกหนึ่งความพยายามในการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมความงามของประเทศไทย ซึ่งยังเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยเวลาเช่นเดียวกันกับที่แบรนด์เกาหลีใช้เวลานานกว่า 2 ทศวรรษ ในการผลักดัน K-Beauty ให้กลายเป็น Soft Power สำคัญของประเทศ
“เรามีความฝันที่จะเห็นแบรนด์ไทยเติบโตในระดับโลก และอยากให้ T-Beauty กลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ช่วยผลักดันภาพลักษณ์ของประเทศ เหมือนกับที่หลายประเทศมีหมวดสินค้าที่เป็นตัวแทนของตัวเอง เราอยากเห็นผู้บริโภคทั่วโลกยอมรับสินค้าไทยมากขึ้น และอยากให้คนไทยภูมิใจและสนับสนุนแบรนด์ไทยด้วยกัน” รวิศ กล่าว
หากแนวคิด T-Beauty สามารถเติบโตจนได้รับการยอมรับในตลาดโลก ภารกิจของศรีจันทร์ในวันนี้จึงมีมากกว่าการสร้างการเติบโตให้กับแบรนด์ ยิ่งไปกว่านั้น คือการวางรากฐานของ Soft Power ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมความงามไทยในอนาคต
