จากการลุกขึ้นมารีแบรนด์ในรอบ 22 ปีของ The Pizza Company ที่ต้องการจะปรับภาพลักษณ์เพื่อขยายฐานลูกค้า เข้าหากลุ่มใหม่อย่างกลุ่ม Gen Z ที่จะเติบโตก้าวขึ้นมาเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าแล้ว ทำให้ภาพรวมที่ผ่านมามีแนวโน้มเติบโตดีขึ้น มีลูกค้ามาใช้บริการมากขึ้นเป็น 65% จาก 58% ของไตรมาส 1
ครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นภาคต่อของการรีแบรนด์ คือทุกครั้งที่ลูกค้าเข้ามารับบริการที่ The Pizza Company จะต้องเกิด The Best Pizza Moment นั่นหมายถึงจะต้องสร้างความประทับใจทุกครั้งที่มาใช้บริการ เพื่อตอบโจทย์และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ย้ำภาพความแข็งแกร่งของแบรนด์ ในฐานะผู้นำตลาดพิซซ่าในไทย

ปัทม์ พงษ์วิทยาพิพัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ภายใต้การดำเนินการของ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ รวมถึงตอบโจทย์ความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย The Pizza Company ยังเดินหน้ากลยุทธ์ทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบ “The Best Pizza Moment” หรือโมเมนต์แห่งความสุขในทุกครั้งที่ได้รับประทานพิซซ่าให้แก่ผู้บริโภคให้ครอบคลุมกว่าเดิม”
เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งลูกค้าทุกคนมีความต้องการและความคาดหวังในด้านสินค้าและบริการที่ดีจากแบรนด์เป็นทุนเดิม ทำให้ The Pizza Company พลิกโฉมสู่การเป็นผู้นำเกมหรือ “The Game Changer” ในครั้งนี้

สำหรับกลยุทธ์เพื่อส่งมอบประสบการณ์ The Best Pizza Moment ให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในทุกช่องทาง ทั้งการนั่งทานที่ร้าน ซื้อกลับบ้าน หรือบริการส่งถึงบ้าน ประกอบไปด้วย
- New Membership Program กับการเปิดตัวสมาชิกบัตร The Pizza Club ในราคา 399 บาท จากการใช้งาน 6 เดือน ขยายเวลาเป็น 1 ปี เมื่อสมัครบัตรครั้งแรก รับฟรีทันทีปีกไก่ 4 ชิ้น รวมถึงรับสิทธิ์ซื้อพิซซ่า 1 แถม 1 ได้ตลอดอายุการใช้งานของบัตร ไม่พอพบโปรโมชันพิเศษทุกวันพุธ ตลอดจนรับสิทธิ์ส่วนลด 10% ทุกวัน ที่สำคัญสามารถใช้ได้หลากหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็นทานที่ร้านหรือซื้อกลับ ปัจจุบันมีสมาชิกอยู่ที่ 2.3 ล้านสมาชิก ตั้งเป้าปีนี้ต้องการโตขึ้นอีก 15%
- New Design ปรับดีไซน์ภาพรวมให้มีความทันสมัย ทั้งในส่วนการตกแต่งร้านให้สอดคล้องกับคอนเซปต์การรีแบรนด์ใหม่ ครอบคลุม 100 สาขาภายในสิ้นปีนี้ และครบทุกสาขาภายใน 24 เดือนหลังจากนี้
นอกจากนี้ยังมีการเปิดโฉมกล่องเดลิเวอรีแบบใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมแสง LED โดดเด่นสะดุดตาทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน เป็นการสร้างจุดสนใจและความประทับใจแก่ลูกค้าที่พบเห็น สะท้อนบุคลิกใหม่ของแบรนด์ให้เป็นที่จดจำในวงกว้าง โดยพร้อมนำร่องให้บริการ 9 คันแรก เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา
- New Core Menu สร้างความโดดเด่นให้กับเมนูหลัก โดยแบรนด์ได้ปรับสูตรเมนูพิซซ่าหลักให้มีท็อปปิ้งชิ้นใหญ่ขึ้น ปริมาณมากขึ้นอิ่มอร่อยจุใจกว่าเดิม พร้อมนำเสนอเมนูที่มีความพรีเมียมมากขึ้น ตลอดจนการรังสรรค์เมนูพิซซ่าพิเศษรูปแบบใหม่ ๆ ที่จะมาสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้บริโภคยุคใหม่ต่อเนื่องตลอดทั้งปี อย่างล่าสุด แคมเปญ The Shabu Company ครั้งแรกของพิซซ่าหน้าหมูชาบูและเนื้อชาบู ที่สร้างกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์อย่างมาก และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในหมู่ผู้บริโภค
- New Service Model นอกจากการเปลี่ยนยูนิฟอร์มแล้ว จะครอบคลุมการให้บริการอันยอดเยี่ยมของพนักงานในทุกช่องทาง เพื่อส่งมอบความประทับใจในทุกขั้นตอน รวมทั้งการจัดกิจกรรมพิเศษมากมายตลอดปีที่ให้ลูกค้าทุกวัยได้มีส่วนร่วม เช่น The Pizza Junior Chef กิจกรรมเวิร์คชอปที่เปิดพื้นที่ให้เด็กๆ ได้ร่วมสวมบทบาทเป็นเชฟพิซซ่า นำร่อง 10 สาขา ก่อนจะขยายความสนุกเพิ่มเติมไปยังสาขาอื่นๆ ทั่วประเทศ

วิยะดา บูรณะภากรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ภายใต้การดำเนินการของ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) “ทั้งหมดนี้คือกลยุทธ์ที่ เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ได้ดำเนินการเพื่อส่งมอบประสบการณ์และสร้าง The Best Pizza Moment เพื่อให้แบรนด์เป็นมากกว่าร้านอาหาร แต่เข้าใจและเข้าถึงทุกโมเมนต์ของผู้บริโภคทุกเพศทุกวัยตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป”
ทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงผลตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค ทำให้ในส่วนช่องทางไดน์อินมีการเติบโตที่ 40% ส่วนช่องทางเดลิเวอรีที่เป็นจุดแข็งของแบรนด์ก็แสดงให้เห็นถึงผลงานอันยอดเยี่ยม เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 27% ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการของแบรนด์ในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคมที่ผ่านมา มีการเติบโตขึ้นประมาณ 20%
ปัจจุบัน The Pizza Company มีสาขารวมกันทั้งหมด 412 สาขา ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มอีก 40 สาขา แบ่งเป็นสาขาที่รองรับลูกค้าแบบ Self Pick Up และ Take Away จำนวน 20 สาขา ที่เหลืออีก 20 สาขา จะเป็นรูปแบบของการนั่งทานในร้าน