หนึ่งในคีย์กลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้กลุ่มสยามพิวรรธน์ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีกชั้นนำ ผู้บริหารศูนย์การค้า สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม ไอซีเอส และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพฯ ก้าวขึ้นไปเป็นหมุดหมายสำคัญในฐานะ Global Destination ที่ช่วยสร้างให้บ้านเราก้าวขึ้นไปเป็นแหล่งช้อปปิ้งสำคัญของโลก
ตามคำบอกเล่าของ คุณมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายองค์กรสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ก็คือการกลยุทธ์ Co-create & Collaboration to Win การผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตรเพื่อการสร้างโอกาสธุรกิจหรือสร้าง Business Model ของการเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ Rise Above the Ocean
สยามพิวรรธน์ ใช้กลยุทธ์นี้มา 2 ปีติดต่อกัน โดยคุณมยุรี บอกว่า เป็นกลยุทธ์ที่มีส่วนเข้ามาช่วยผลักดันให้วันนี้ ศูนย์การค้าในเครือของสยามพิวรรธน์ก้าวออกไปเป็นที่รู้จักของนักช้อปทั่วโลก โดยเธอมองว่า กลยุทธ์นี้เป็นการผสานความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีองค์ความรู้ในแต่ละด้านเข้ามาช่วยกันทำตลาดโดยผสานจุดแข็งของแต่ละคนที่มีเข้ามาช่วยทำให้ทุกอย่างมีพลังมากขึ้น เป็นการรวมพลังที่สามารถสร้างความแตกต่างที่จะนำไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน

อย่างกรณีของสยามพารากอน ที่เปิดดำเนินการมาครบ 18 ปี จนในวันนี้ สามารถผลักดันตัวเองให้กลายเป็นศูนย์การค้าระดับโลก โดยมี Positioning ของความเป็นลักชัวรี่ที่ค่อนข้างแข็งแกร่งทั้งในเรื่องของสินค้าและบริการที่มีความหลากหลาย ซึ่งทั้งหมดเกิดจากความร่วมมือระหว่างลักชัวรี่แบรนด์กับสยามพิวรรธน์ที่ช่วยกันผลักดันจนทำให้ยอดขายของสินค้าลักชัวรี่ก้าวขึ้นมาติดท็อป 5 ของโลก
ล่าสุด มีการเพิ่มพื้นที่ของสินค้าในกลุ่มนี้ โดยเพิ่มที่ชั้น 1 อีกชั้น จากเดิมที่มี 1 ชั้น คือชั้น M มีแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามานำเสนออีกไม่ต่ำกว่า 20 แบรนด์
“ความร่วมมือกับพันธมิตรนำไปสู่ความสำเร็จในด้านต่างๆ อาทิ Speed to Market การเพิ่มสปีดทางการ ตลาด สามารถรับมือและตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างรวดเร็ว ทำให้องค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น Additional Revenue สร้างรายได้เพิ่มขึ้น นำไปสู่แนวทางการสร้างรายได้ใหม่ สมประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน Incremental Traffic and Expand Customer Base การผนึกกำลังกับพันธมิตรที่หลากหลาย มาพร้อมกับฐานลูกค้าใหม่ๆ ที่กว้างขึ้น และส่งผลต่อจำนวน Traffic ของทุกศูนย์การค้าที่เพิ่มขึ้น”

อีกตัวอย่างที่เป็นการสะท้อนให้เห็นภาพที่คุณมยุรี กล่าวมาก็คือการผสานความร่วมือกับ INNOCEAN (อินโนเชียน) บริษัทชั้นนำระดับโลกในเครือฮุนได มอเตอร์กรุ๊ป เปิดประตูสู่โอกาสการพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ ระหว่างประเทศ และการแลก เปลี่ยนการจัดการองค์ความรู้ ตลอดจนนวัตกรรมใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ และประสบการณ์การดำเนินธุรกิจด้านต่างๆ ตลอดจนการเชื่อมโยงเครือข่ายเน็ตเวิร์คทางธุรกิจที่มีอยู่ทั่วโลก
รวมทั้งการศึกษาข้อมูลพฤติกรรมของผู้บริโภคเพื่อค้นหาแนวทางการขยายธุรกิจใหม่ๆ ในอนาคต เพื่อสร้างปรากฏการณ์และมอบประสบการณ์แปลกใหม่ในธุรกิจรีเทลที่ไม่เคยมีมาก่อนทั้งในประเทศไทย, เกาหลีใต้ และนานาประเทศทั่วโลก
ความร่วมมือทางธุรกิจที่กล่าวมานี้จะถูกประเดิมด้วยการเปิดตัวไลฟ์สไตล์ป๊อบอัพช็อปสุดฮอต ครั้งแรกในประเทศไทยพร้อมกัน 2 โปรเจ็กต์ ได้แก่ “Boggle Boggle K-Ramyun Pop-up Shop” ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับพื้นที่แห่งประสบการณ์กับราเมนเกาหลีสุดฮอตจากเกาหลีใต้ ที่ไม่ได้นำเสนอเพียงวัฒนธรรมการรับประทานอาหารระดับตำนาน แต่ยังมอบประสบการณ์แปลกใหม่ให้สนุกไปกับเทรนด์และไลฟ์สไตล์สุดฮอตของชาวเกาหลีในแบบออริจินัล
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจนเนอเรชั่น Z เปิดบริการบนชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่ ระหว่างวันที่ 24 มิถุนายน – 31 กรกฎาคม 2566 นอกจากนี้ ยังมี “BTS Pop-Up Space of BTS” ซึ่งได้รับความสนใจจากแฟนคลับและผู้ชื่นชอบ K-Culture เป็นจำนวนมาก ระหว่างวันที่ 10 มิ.ย. – 31 ก.ค. 2566 ชั้น 1 สยามดิสคัฟเวอรี่ ทั้งนี้ความร่วมมือระหว่างกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ และ INNOCEAN ยังมีต่อเนื่องต่อไป และเตรียมนำเสนอความแปลกใหม่ ปรากฏการณ์ใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง
“ความร่วมมือกับ INNOCEAN นอกจากเราจะได้องค์ความรู้ใหม่ๆ จากพันธมิตรรายนี้ที่ทำตลาดอยู่ในหลายประเทศทั่วโลกแล้ว เรายังได้ในเรื่องของ Global Awareness แน่นอนว่า จะช่วยทำให้นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในบ้านเราติดอันดับต้นๆ รู้จักศูนย์การค้าในเครือมากขึ้น โดยที่เราไม่ต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ในการสื่อสารเพื่อทำความรู้จักกับพวกเขา”

นอกจากการผลักดันให้ศูนย์การค้าในเครือเป็นที่รู้จักของนักช้อปทั่วโลกแล้ว การมอบประสบการณ์ที่ประทับใจให้กับลูกค้าในประเทศก็เป็นอีกแนวทางที่สยามพิวรรธน์ให้ความสำคัญผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำโดยมีการผนึกกำลังกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีเครือข่าวทั่วโลก ได้แก่ สายการบินชั้นนำต่างๆ อาทิ Emirates Airline, Cathay Pacific, การบินไทย เป็นต้น เพื่อสร้างสรรค์แคมเปญอย่างต่อเนื่อง อาทิ การรังสรรค์ประสบการณ์การเดินทางระดับ World Class สำหรับสมาชิกระดับ ท็อปสเปนเดอร์, ร่วมนำเสนอแพ็กเกจบัตรโดยสารโดยมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าสมาชิก VIZ ในโอกาสต่างๆ ตลอดจนการใช้พื้นที่จัดกิจกรรมจำหน่ายตั๋วโดยสารในราคาพิเศษ เป็นต้น
ความร่วมมือดังกล่าวยังรวมถึงการจับมือ Travel Tech หรือบริษัท ทราเวล เทคโนโลยี เซอร์วิส จำกัด ผู้นำในธุรกิจการเดินทางระดับพรีเมียมซึ่งมีผู้บริหารและทีมงานระดับคุณภาพที่พร้อมมอบประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก โดยได้นำความรู้ ความชำนาญ และการบริการเหนือระดับสำหรับลูกค้าคนสำคัญของศูนย์การค้าต่างๆ ในเครือสยามพิวรรธน์
โดยที่ผ่านมา Travel Tech ได้ร่วมให้การร่วมสร้างประสบการณ์สุดพิเศษประทับใจ เป็นความทรงจำที่ดีเยี่ยมในหลากหลายทริป สำหรับในปีนี้ คือการเดินทางท่องเที่ยวสำหรับลูกค้าท็อปสเปนเดอร์ ที่ประเทศนิวซีเลนด์ ประเทศอิตาลี และประเทศกรีซ ซึ่งเป็นเคล็ดลับความสำเร็จประการหนึ่งของทีม Customer Relationship Management ของกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์
เป็นอีกการทำตลาดศูนย์การค้าที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว....