กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของและผู้บริหารโครงจุดหมายปลายทางระดับโลก อาทิ สยามพารากอน และไอคอนสยาม ร่วมกับบริษัท เอ็กซ์โพเนนเชียล จำกัด (Xponential Co. Ltd.) ซึ่งเป็นบริษัทด้านดิจิทัลและนวัตกรรมในเครือ ประกาศการขยายกลยุทธ์ดิจิทัลครั้งสำคัญด้วยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI มาใช้อย่างเป็นรูปธรรมผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ “กูเกิล คลาวด์” Google Cloud และโครงการ “ปัญญาไท” (PanyaThAI) ที่เปิดตัวเมื่อเร็วๆ นี้ หลังจากประสบความสำเร็จในการยกระดับ ONESIAM SuperApp สู่แพลตฟอร์มด้านซอฟต์แวร์ SaaS ที่พัฒนาขึ้นเอง พร้อมขยายความร่วมมือสู่การพัฒนา “Agentic AI” ในระยะต่อไป
สยามพิวรรธน์เป็น 1 ในสมาชิกผู้ก่อตั้งโครงการ PanyaThAI ของ Google Cloud และเป็นผู้พัฒนา โกบอลเดสติเนชั่นรายเดียวในไทยที่ร่วมโครงการยกระดับศักยภาพการใช้ AI สำหรับองค์กร เพื่อร่วมพัฒนา ประยุกต์ และขยายการใช้งาน Agentic AI ระดับองค์กร ด้วยการใช้โซลูชั่นของ Google สร้าง ROI-Use Case ใหม่ ๆ แบบ Full-Stack โดยนำร่องช่วงแรก 15 องค์กร เพื่อสร้างคุณค่าที่จับต้องได้ และผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริงให้กับภาคเศรษฐกิจหลักของประเทศ
จากการวางรากฐาน สู่การเร่งขับเคลื่อน
เอ็กซ์โพเนนเชียลได้พัฒนาและนำระบบนิเวศดิจิทัลแบบรวมศูนย์บน Google Cloud มาใช้งานสำเร็จ ช่วยลดการพึ่งพาระบบ SaaS แบบเดิมหลังจากที่ได้วางโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้งานอย่างเต็มรูปแบบความร่วมมือกับ Google Cloud จึงเป็นกลไกสำคัญในการเร่งขับเคลื่อนแผนงานด้าน AI ของกลุ่มสยามพิวรรธน์ จากการนำมาใช้ในระดับพื้นฐานสู่การประยุกต์ใช้งานขั้นสูง
“เราประสบความสำเร็จในการพัฒนาและนำแพลตฟอร์ม SaaS ที่แข็งแกร่งซึ่งสร้างขึ้นภายในองค์กรมาใช้งานจริงทำให้เราสามารถกำหนดกลยุทธ์ดิจิทัลและพัฒนานวัตกรรมได้อย่างคล่องตัว พร้อมทั้งช่วยลดต้นทุนโดยรวมได้อย่างมีนัยสำคัญ” นายอักเซล วินเทอร์ Chief Executive Officer บริษัท เอ็กซ์โพเนนเชียล จำกัด และ Chief Digital Officer บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าว
“ด้วยความร่วมมืออันแข็งแกร่งกับ Google Cloud เรากำลังเดินหน้ายกระดับการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้อย่างจริงจัง การเข้าร่วมโครงการ PanyaThAI และการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ระดับโลกของ Google รวมถึงโมเดล Gemini 3 ของ Google Cloud ทำให้สามารถขยายการใช้งาน AI ได้อย่างเป็นรูปธรรมทั่วทั้งระบบอีโคซิสเต็ม เรากำลังก้าวข้ามไปไกลกว่าการทดลองใช้งานสู่การขยายผลโซลูชันระดับองค์กรอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างคุณค่าทางธุรกิจที่จับต้องได้อย่างแท้จริงให้แก่ลูกค้า ผู้เช่าและพนักงาน”
ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจริง : การนำ AI มาใช้งานในเชิงปฏิบัติ
ความร่วมมือกับ Google Cloud ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่นำไปใช้งานจริงแล้วใน ONESIAM SuperApp
แพลตฟอร์มอัจฉริยะที่เชื่อมโยงประสบการณ์ออนไลน์และออฟไลน์ โดยนำเทคโนโลยี AI ที่ชาญฉลาดและขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเข้ามาแทนที่ระบบเดิม อาทิ
● การค้นหาสินค้าแบบอัจฉริยะด้วย Vertex AI Search & Recommendation: เอ็กซ์โพเนนเชียลได้นำศักยภาพในการค้นหาข้อมูลเชิงความหมายของ Google Cloud มาใช้เพื่อยกระดับการค้นหาและแนะนำสินค้าสามารถให้คำแนะนำที่ตรงกับความสนใจของลูกค้าส่วนบุคคลได้อย่างแม่นยำ ช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้าแบบเฉพาะเจาะจงขั้นสูง
● การบริหารแคมเปญการตลาดด้วย AI : การนำโมดูลการบริหารแคมเปญการตลาดที่พัฒนาขึ้นมาใช้งาน โดยใช้จุดแข็งจาก BigQuery เป็นฐานข้อมูลกลางในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบเรียลไทม์ โดยใช้ระบบหลัก “Smart Rules” ซึ่งทำงานร่วมกับ Vertex AI เพื่อการกำหนดกลุ่มเป้าหมายและการแบ่งเซกเมนต์ได้อย่างแม่น
ยำ ซึ่งจะทำให้ลูกค้าได้รับข้อมูลข่าวสารที่ตรงกับความสนใจผ่าน SMS อีเมล และการแจ้งเตือนบนแอปพลิเคชัน ตามสิ่งที่ทำล่าสุดแทนลิสรายการแบบตายตัว นอกจากนี้
ระบบยังมีความสามารถด้านการแนะนำข้อความและการแปลภาษาทำให้ผู้ใช้เข้าถึงการใช้งานได้โดยตรง
● ประสบการณ์แบบไร้รอยต่อ (Frictionless Experiences): ฟีเจอร์ “Snap & Collect” ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Vision AI และวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของ user journey เช่น การอ่านข้อมูลใบเสร็จการช้อปปิ้ง เพื่อมอบสิทธิประโยชน์และการสแตมป์บัตรจอดรถ (E-Stamp) โดยอัตโนมัติ
“สยามพิวรรธน์และเอ็กซ์โพเนนเชียลเป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี AI ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับการดำเนินงานให้ทันสมัย
แต่ยังส่งมอบคุณค่าและประสบการณ์ลูกค้าเฉพาะบุคคลขั้นสูง (hyper-personalization) ให้ตรงใจลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนโรดแมปด้าน AI เพราะทั้งสององค์กรได้พัฒนาอย่างรวดเร็วจากระบบปฏิบัติการที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล สู่ระบบที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่ทำงานอย่างอัตโนมัติ” นายอรรณพ ศิริติกุล กรรมการผู้จัดการ Google Cloud ประเทศไทย กล่าว
ก้าวถัดไปของการพัฒนา: Agentic AI
เมื่อแพลตฟอร์มหลักใช้งานเต็มรูปแบบและการผสาน AI ดำเนินไปด้วยดี เอ็กซ์โพเนนเชียลจึงมุ่งสู่ก้าวต่อไปในอนาคต โดยในช่วง 6 เดือนข้างหน้าความร่วมมือครั้งนี้จะเร่งขยายศักยภาพของ “Agentic AI” เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้ AI ผ่านการลากและวาง (drag-and-drop) ได้อย่างง่ายดาย และเสริมสร้างประสบการณ์ลูกค้าเฉพาะบุคคลให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ได้มีการนำ AI Agents มาใช้งานแล้ว อาทิ
● Predictive Agents: พัฒนาโมเดล “Next Best Offer” เพื่อคาดการณ์ความต้องการของลูกค้าแบบเรียลไทม์
● Generative Content & Translation: ใช้ประโยชน์จากโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ก้าวล้ำ และโมเดลแบบจำลองของ Google มาใช้เพื่อสร้างคอนเทนต์โดยอัตโนมัติ และให้บริการแปลภาษาแบบทันทีช่วยมอบประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ