ว่ากันว่าการ Co-creation เพื่อความยั่งยืนกำลังเปลี่ยนจากการเป็นเพียงกลยุทธ์การตลาดไปสู่การเป็นส่วนสำคัญของโมเดลธุรกิจที่เน้นการร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน
การ Co-creation เพื่อความยั่งยืนกำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเป็นการผนึกกำลังระหว่างองค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลากหลายฝ่าย เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์คุณค่าที่สมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
โดยรูปแบบของการ Co – creation นี้จะเน้นในเรื่องของการมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วนไม่จำกัดแค่ลูกค้า แต่ยังรวมถึงพนักงาน คู่ค้า ซัพพลายเออร์ ชุมชนท้องถิ่น ไปจนถึงคู่แข่ง เพื่อระดมความคิดเห็นและทรัพยากรมาแก้ไขปัญหาร่วมกัน
ขณะเดียวกัน ยังเน้นไปที่การสร้างคุณค่าร่วม หรือ Shared Value Creation โดยเป้าหมายไม่ใช่แค่ผลกำไรสูงสุด แต่เป็นการสร้างประโยชน์สุขร่วมกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยมีกำไรเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเติบโตที่ยั่งยืน
ภาพที่สะท้อนถึงทิศทางที่ว่านี้ได้เป็นอย่างดีก็คือการเปิดตัว NEXTOPIA World-Class Attraction แห่งใหม่ของ สยามพารากอน โดย ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ บอกว่า NEXTOPIA คือ World-Class Attraction แห่งใหม่ของสยามพารากอน ที่รังสรรค์ภายใต้ Revolutionary Concept เพื่อเป็นแพลตฟอร์มของการผนึกกำลังครั้งยิ่งใหญ่ในการร่วมสร้างโลกที่ดีกว่า (Co-creating Communities for a Better World) บนพื้นที่กว่า 15,000 ตารางเมตร บริเวณชั้น 5 และ 5A ด้วยงบลงทุนกว่า 850 ล้านบาท
เธอย้ำให้เห็นว่า NEXTOPIA คือเมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต ที่รวมพลังผู้นำอุตสาหกรรม นวัตกร และผู้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม นำเสนอหนึ่งในโชว์เคสนวัตกรรมด้านความยั่งยืนที่ครบครันที่สุดแห่งหนึ่ง พร้อมชวนทุกคนก้าวเข้ามาร่วมสร้างสังคมเมืองเพื่ออนาคตที่ดีขึ้น ภายใต้แนวคิดเราต้องร่วมกันทำ Join us in the Making of a Better World

โดยทุกประสบการณ์ใน NEXTOPIA ถูกออกแบบให้ยกระดับวิถีชีวิตอย่างสร้างสรรค์ ตั้งแต่สถาปัตยกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พื้นที่กิจกรรมรักษ์โลกตลอด 365 วัน ร้านค้ารักษ์โลก และร้านอาหารที่ยึดความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญทุกก้าวที่ NEXTOPIA คือการผสานความยั่งยืนเข้ากับชีวิตประจำวันอย่างเป็นรูปธรรม
ในรายละเอียดนั้น NEXTOPIA Model คือแพลตฟอร์มต้นแบบแห่งการผนึกกำลังครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อร่วมสร้างโลกที่ดีกว่า โดยใช้แนวคิด Co-creation ร่วมกับพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน และสร้างการมีส่วนร่วมในการนำเสนอประสบการณ์ (Experimental Engagement) ที่สนุกและสร้างผลกระทบเชิงบวกที่นำไปสู่ความยั่งยืน ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่
1. Cutting-edge Infrastructure : รากฐานสำคัญที่เกิดจากการ Co-create ของ 50 องค์กรพันธมิตรชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรม ผสานความเชี่ยวชาญหลายแขนงเพื่อร่วมออกแบบเมืองเพื่อโลกอนาคตอย่างมีศิลปะ
2. Communities พลังคอมมูนิตี้เพื่อโลกที่ยั่งยืน : การรวมพลังของกลุ่มผู้ขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนกว่า 30 คอมมูนิตี้ พร้อม Friends of NEXTOPIA
3. Retailers ผู้สร้างมาตรฐานใหม่ของโลกค้าปลีก : กลุ่มร้านค้าและผู้ประกอบการที่นำเสนอสินค้าและบริการด้วยคุณค่าด้าน Sustainability, Equality และ Inclusivity รวมกว่า 40 ร้านค้า และผู้ประกอบการ SMEs มากกว่า 300 ราย ที่ร่วมเป็นกำลังสำคัญของระบบนิเวศนี้

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ NEXTOPIA มีการรวบรวมนวัตกรรมล่าสุดเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และนำมาประยุกต์ใช้จริงอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ไปจนถึงโชว์เคสเทคโนโลยีที่ผสานการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า พร้อมสร้างพลังงานรูปแบบใหม่ที่ใช้ได้ทันที นี่คือครั้งแรกที่โลกธุรกิจรีเทลและศูนย์การค้ารวมสุดยอดนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความยั่งยืนไว้อย่างครบวงจร พร้อมพัฒนาต่อยอดกับทุกคนอย่างไม่หยุดหย่อนไล่ตั้งแต่
นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนและพลังงานสะอาด
• The Kinetic Floor (พื้นผลิตพลังงาน)
นวัตกรรมพื้นผลิตพลังงานที่เปลี่ยนพลังงานจลน์จากทุกย่างก้าวให้กลายเป็นไฟฟ้า สะท้อนแนวคิดว่าทุกคนสามารถสร้างพลังงานสะอาดได้ง่ายเพียงแค่เดิน โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Bangkok Cable และนักศึกษาจาก สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นตัวอย่างการผสานเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์เพื่อโลกอนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
• The Clean Energy
NEXTOPIA ผนึกกำลังกับ B.Grimm ติดตั้งโซลาร์รูฟขนาดใหญ่เหนือพื้นที่โครงการ เพื่อเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานสะอาด ลดการพึ่งพาพลังงานจากแหล่งเดิมอย่างเป็นรูปธรรม ตอกย้ำวิสัยทัศน์ว่านวัตกรรมด้านพลังงานคือกุญแจสำคัญในการสร้างโลกที่ยั่งยืนกว่าเดิม
นวัตกรรมเพื่อคุณภาพอากาศและเพื่อสุขภาวะที่ดี
• Floor Radiant Cooling (ระบบความเย็นแผ่รังสี)
สัมผัสความเย็นสบายอย่างเป็นธรรมชาติด้วยระบบทำความเย็นแผ่รังสีจากพื้นที่ให้อุณหภูมิเย็นสม่ำเสมอโดยไม่ใช้การเป่าลม (Forced Air) ลดการฟุ้งกระจายของฝุ่น สารก่อภูมิแพ้ และเชื้อโรค เพื่ออากาศสะอาด ปลอดภัย พร้อมช่วยประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดย Casa Tech
• The Cooling Waterfall (น้ำตกทำความเย็น)
ดื่มด่ำความสดชื่นจากน้ำตกสูง 16 เมตร เชื่อมต่อ 3 ชั้น เปรียบเสมือนเครื่องปรับอากาศธรรมชาติขนาดมหึมา ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและไม่เปลืองพลังงานในการสร้างภาวะน่าสบาย
• DAS & DOAS (ระบบเติมอากาศมาตรฐานคลีนรูม)
ยกระดับคุณภาพอากาศด้วยเทคโนโลยีจาก Daikin ติดตั้งระบบปรับอากาศขั้นสูง Displacement Air System (DAS) ผสาน Dedicated Outdoor Air System (DOAS) เลียนแบบกลไกห้องปลอดเชื้อ แยกและกำจัดอากาศเก่า สารปนเปื้อน และเชื้อโรคอย่างต่อเนื่อง มอบอากาศบริสุทธิ์ สะอาด และเย็นสบาย
• Healthy Building Materials and Paints (วัสดุก่อสร้างและสี สารประกอบอินทรีย์ระเหยต่ำ)
พื้นที่ NEXTOPIA เลือกใช้สีพิเศษจาก TOA ปลอดสารปรอทและตะกั่ว ปล่อยสารระเหยต่ำมาก (Ultra Low VOCs) เพื่อสุขอนามัยที่ดีเยี่ยมและสอดคล้องมาตรฐานอาคารเขียวระดับสากล

นอกจากนี้ TPI Polene, Vanachai Group, และ Saint Goban ได้นำเสนอวัสดุก่อสร้างที่คิดค้นโดยลดการปล่อยก๊าซเคมีอันตรายสู่อากาศ และลดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม นำมาใช้ในพื้นที่ NEXTOPIA
• Recycle Building Materials (วัสดุก่อสร้างเพื่อโลกยั่งยืน)
เมทัลชีท โดย BlueScope วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยสามารถเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลในระดับสูง การใช้วัสดุรีไซเคิลที่มีโครงสร้างที่ทนทาน ช่วยลดการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากอากาศบริสุทธิ์ที่ควบคุมทั้งอุณหภูมิและคุณภาพตลอด 365 วัน NEXTOPIA ยังรายล้อมด้วยงานศิลปะ สถาปัตยกรรม และอินทีเรียดีไซน์ที่งดงามและมีความหมาย มีไฮไลต์สำคัญ อาทิ The Tree of Life จุดต้อนรับที่นำทุกคนเข้าสู่เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต, The Spiral บันไดโถงเชื่อมพื้นที่ชั้น 4, 5 และ 5A ออกแบบด้วยแนวคิด Nature Inspired เชื่อมโยงมนุษย์กับธรรมชาติอย่างมีศิลปะ
พร้อมใส่ความยั่งยืนด้วยงานศิลป์จากวัสดุเหลือใช้, The Forest Canopy และ The Ocean Canopy อินทีเรียดีไซน์สุดล้ำที่สร้างจากวัสดุรีไซเคิลและขยะทะเล กลายเป็นงานศิลป์ที่ทุกคนต้องตื่นตาตื่นใจ ในพื้นที่ NEXTOPIA ยังมีกลิ่นสนที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อการผ่อนคลายโดย JOURNAL
โดยการเกิดขึ้นของ NEXTOPIA เป็นการรวมพลังขององค์กรพันธมิตรชั้นนำที่มาร่วมก่อตั้งและมีพันธกิจร่วมสร้างโลกที่ดีขึ้นร่วมกันกว่า 50 องค์กรชั้นนำจากหลายหลากอุตสาหกรรม นำโดย B.Grimm, SCG Decor Public Company Limited (COTTO), Indorama Ventures Public Company Limited, KASIKORNBANK Public Company Limited, และThe Siam Cement Public Company Limited (SCG) โดยมี รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต, Chief Sustainability Advisor เป็นผู้ Co-create สร้างสรรค์และขับเคลื่อนเมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคตแห่งนี้ ร่วมกับ NEXTOPIA Team กลุ่มผู้บริหารคนรุ่นใหม่ของสยามพิวรรธน์
ทำให้ NEXTOPIA คือก้าวสำคัญที่ยกระดับการขับเคลื่อนด้าน Sustainability ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ในพื้นที่ถาวร โดยสยามพิวรรธน์เองดำเนินงานภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด ผ่านการผสานหลักการดังกล่าวเข้ากับทุกมิติขององค์กร ทั้งการบริหารภายใน กิจกรรมเพื่อผู้ใช้บริการ ตลอดจนโครงการที่สร้างประโยชน์ต่อสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง
“ด้วยเป้าหมาย เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคตที่รวมพลังผู้นำอุตสาหกรรม นวัตกร และผู้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม นำเสนอหนึ่งในโชว์เคสนวัตกรรมด้านความยั่งยืนที่ครบครันที่สุดแห่งหนึ่ง พร้อมชวนทุกคนก้าวเข้ามาร่วมสร้างสังคมเมืองเพื่ออนาคตที่ดีขึ้น ภายใต้แนวคิดเราต้องร่วมกันทำ Join us in the Making of a Better World” ผู้บริหารของสยามพิวรรธน์ กล่าวสรุป