ในตลาดค้าปลีกระดับโลก มาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ จึงถือเป็นกรณีศึกษาของการไต่เต้าจากร้านค้าปลีกไปสู่สเตปของการทำ Store Loyalty ที่ได้ผลเกินร้อย ซึ่งตัวสินค้าที่ว่านี้จะเข้ามาเป็น 1 ในหัวใจสำคัญของการทำตลาดค้าปลีกยุคใหม่
อาจจะเป็นเพราะว่า มาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ โฟกัสธุรกิจไปที่ค้าปลีกเฉพาะทางรูปแบบ Specialty Store ซึ่งก็ทำให้เกิดความแตกต่างจากค้าปลีกที่ทรงอิทธิพลสูงสุด ณ ปัจจุบันอย่างไฮเปอร์มาร์ทอย่างเห็นได้ชัด จึงทำให้ มาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ สามารถนำเอาจุดแข็งนี้มาสร้างแต้มต่อของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ Emotional Benefit ที่ถูกต่อยอดเข้าไปในตัวสินค้าแต่ละประเภทที่ทำตลาด
ขณะที่ภาพของสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ของค้าปลีกแบบไฮเปอร์มาร์ทส่วนใหญ่ ซึ่งยังอยู่ในช่วงของการพัฒนาตลาดจึงยังถูกมองในมุมของ Functional Benefit เสียมากกว่า
สำหรับในประเทศไทย มาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ ร่วมกับบริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในฐานะเฟรนไชซี เปิดธุรกิจในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 1993 (2538) ปัจจุบันมี 13 สาขาทั่วประเทศ โดยมีสาขาที่เป็นแฟลกชิพสโตร์อยู่ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ บนพื้นที่กว่า 700 ตารางเมตร ภายใต้ชื่อ Marks & Spencer Flagship Store @ Central World
โดยสินค้าที่จำหน่ายในร้านมาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ ก็พอที่จะจัดเป็นหมวดหมู่หลักๆ ได้คือ เสื้อผ้า, ชุดชั้นใน, รองเท้า, เครื่องสำอาง, ขนมขบเคี้ยว, ไวน์ ฯลฯ แต่สินค้าที่ได้รับความนิยม และสร้างชื่อเสียงให้กับร้านที่สุดก็เห็นจะเป็นสินค้าหมวดเพอร์ซันนั่ลแคร์
ล่าสุดกับการทำสินค้าในหมวดอาหารที่เปิดร้านรูปแบบใหม่ “ฟู้ดสแตนด์อโลน” สาขาแรกในประเทศไทย ณ เซ็นทรัลฟู้ดฮอลล์ ชั้น 7 เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหาร และเครื่องดื่ม ที่โดดเด่นด้วยคุณภาพ เพื่อนำเสนอลูกค้าในกรุงเทพฯ