ปัทมวรรณ สถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ ของ กรุ๊ปเอ็ม (ประเทศไทย) กล่าวในงานสัมมนาประจำปี FOCAL2023 ว่าเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบันกำลังอยู่ในยุค “VUCA” (V: Volatility U: Uncertainty C: Complexity A: Ambiguity) โดยในครึ่งปีแรก สภาพเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ได้กลับมาตรงตามที่หลายคนคาดการณ์เอาไว้ ส่วนรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ที่น่าสนใจ มีดังนี้
นักการตลาดต้องปรับตัว 3 ด้านคือ
- Resilience ต้องมีความยืดหยุ่น
- Reset คิดใหม่ทำใหม่
- Fightback งานสู้มาเราสู้กลับ
รูปแบบการบริโภคสื่อที่เปลี่ยนแปลงไป
- คอนซูเมอร์ดูผ่านสื่อที่หลากหลายมากขึ้น ดูหลายๆ อย่างสลับกันไป
- Branded Content เป็นสิ่งที่สำคัญมาก
- ความบันเทิงยังคงเป็นสิ่งสำคัญ และได้รับความนิยมมากเหมือนเช่นเคย
ภาพรวมโฆษณาของไทย
- สื่อดิติทัลยังคงเติบโตตลอด10 ปี โตขึ้น 10 เท่า ตอนนี้มูลค่าของโฆษณาดิจิทัลปัจจุบันขยับมาอยู่ที่ 25,000 ล้านบาทแล้ว
- Facebook ยังคงเป็นสื่อที่ได้รับความนิยมมากที่สุด กวาดเม็ดเงินไป 9,230 ล้านบาท

สิ่งที่นักโฆษณาต้องกังวล คือ
1. เรื่อง Digital Privacy
2. เทคโนโลยี AI ที่กำลังมาแรง และอยู่ใกล้ตัวเรามากขึ้นกว่าเมื่อก่อน
การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคด้านการใช้ชีวิต
ปัจจัยด้านบวก : ปีนี้เป็นปีที่ดีขึ้น เพราะมีสถานการณ์ที่ดีขึ้น
- COVID เริ่มซาลง โลกเปิด นทท.กลับมา คนเริ่มชินชากับโรคแล้ว เรื่องอื่นร้านแรงกว่าเช่น PM 2.5
- กำลังจะมีรัฐบาลใหม่ มีความหวังใหม่ สร้างความหวัง ที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในการที่ดี เรื่องเศรษฐกิจด้วย
- คนมองเป็นโอกาสที่จะลงทุน และอัพเกรดตัวเอง เริ่มกลับมาคิดจะลงทุน และลงทุนก่อนคนอื่น
- คนเริ่มมาใช้ชีวิตมากขึ้น อยากให้รางวัลกับตัวเองมากขึ้น มองว่าไม่ต้องเก็บเงินเหมือนปีก่อนๆ
- คนเริ่มกลับมาเที่ยวต่างประเทศ คนเริ่มมองเห็น เริ่มวางแผนเพราะเห็นคนกลับมาใช้วีวิตดีๆ
- มีทางเลือกให้คนออกมาเปิดหูเปิดตามากขึ้น ออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น
- เทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น อาทิ ชาวนาก็เปิดรับเทคโนโลยี ไม่ได้ล้าหลัง ล้าสมัย อยู่ในโลกดิจิทัลตลอดเวลา มีแอปที่ลิงก์กับดาวเทียม เพื่อรู้เรื่องอากาศ สภาพดิน เข้าสู่โลกดิจิทัลแล้ว มองเรื่องการไปแข่งกับระดับภูมิภาค
- ความรู้เข้าถึงกลุ่มคนมากขึ้น เพราะว่าเทคโนโลยี 4G -5G เข้าถึง สัญญาณเต็มและแรงด้วย รู้ทันข่าวเหมือนๆกับคนในเมือง หมายถึงเข้าถึงโอกาสมากขึ้น ขายกาแฟให้คนกลางก็ไปขายอะเมซอนโดยตรงได้เลย เพราะได้เงินมากกว่า และได้ความรู้ด้วย
- การพัฒนาของเทคโนโลยีสื่อสารต่อยอดมาถึงโอกาสที่มากขึ้น เพราะว่าสามารถขยายตลาดออกไปต่างประเทศ เชื่อมต่อกับคนทั้งโลกได้ ส่งไปไหนก้ได้
ปัจจัยด้านลบ
- คนกัลวลเรื่องโดนแฮก บัญชี Facebook, LINE ฯลฯ และกลายเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพมากขึ้น
- คนไม่มั่นใจในเรื่องของการเข้าถึงข้อมูล ที่เข้ามาทางโซเชียลมีเดีย ที่มาหลอกลวง

Media of Now 2023
SHORT FORM CONTENT : FACEBOOK >> TIKTOK
LONG FORM CONTENT : YOUTUBE >> NETFLIX >> TV
MUSIC : YOUTUBE >> SPOTIFY
NEWS : FACEBOOK >> TWITTER >> YOUTUBE >> GOOGLE >> WEBSITES >> TIKTOK
STILL CONTENT : FACEBOOK >> WEBSITES >> INSTAGRAM
อัพเดท Top App 2023
ข่าว : TIKTOK >> INSTAGRAM >>TWITTER >> TV >> FACEBOOK
สื่อสาร LINE >> MESSENGER >> INSTAGRAM >> TELEGRAM
บันเทิง : TIKTOK >> YOUTUBE >> NETFLIX >> PIRATE APPS
การเงิน : KRUNGTHAI >> SCB >> KBANK >> TRUE WALLET >> MyMo
ช็อปปิ้ง : SHOPEE >> LAZADA >> FACEBOOK >> INSTAGRAM >> TIKTOK
DELIVERY : GRAB >> LINEMAN >> 7 ELEVEN
ปัจจัยบวก
คนดูเลือกดูจากคอนเทนต์ ทีวียังไม่ได้แต่คนเลือกดูจากคอนเทนต์มากกว่ารูปแบบของมีเดีย
ตัวอย่างเช่น
- ละครซิทคอม แบบเป็นต่อ เริ่มที่จะกลับมาใหม่
- คนชอบดูแบบคลิปสั้นๆ Digest ดูแค่สองสามนาที แล้วหยุึดไปทำงาน ไปขายของต่อได้
- คนดูละครสั้น ละครคุณธรรมที่มีอยู่ตาม TIKTOK FACEBOOK
- ข่าวที่เร็วมากๆ ใช่ว่าจะน่าเชื่อถือเสมอไป
- มีคอนเทนต์ต่างชาติเข้ามาตีตลาดคอนเทนต์ของไทยมากขึ้น มีการแย่งแฟนด้อมกัน
ปัจจัยลบ
- โฆษณาไม่เป็นมิตรมากขึ้น หลุดความเข้าใจในตัวของผู้บริโภค
- บางคนซื้อสินค้าไปแล้ว ยังส่งซ้ำมามากๆ จนเกิดความรำคาญ ทางแก้คือต้องเอา CRM เข้ามาใช้ในการสื่อสาร
- ความไม่มั่นใจไม่ได้จบที่แบรนด์ แต่ลามไปดารา บางแบรนด์สื่อสารผ่านดาราแบบให้อ่านสคริป ไม่ได้เข้าใจจริงๆ แต่ยังเข้าใจความเป็นดาราเหมือนเดิม แต่ไม่ได้สะท้อนกลับมาในรูปของแบรนด์ หรือพรีเซ็นเตอร์ด้วย การทำคอนเทนต์ครีเอเตอร์สำคัญมากๆ

ทำอย่างไรให้ดีขึ้น
- มองข้ามความเข้าใจที่ผิดๆ นักการตลาดบางครั้งเชื่อตัวเลขมากเกินไป จนไม่ได้มาดูความจริง ตัวอย่างเช่น Facebook คนใช้เป็นแค่ ID ในการล็อกอิน ไม่ได้ใช้งานอ่านข้อมูล
เรื่องการใช้เงิน
- คนยังชอบใช้เงินอยู่
- ความสะดวกต้องมาพร้อมกับความฉลาด
Money in
- รายรับของคนดีขึ้น
- 2-3 ปีที่ผ่านมา คนบางส่วนหารายได้เสริม ตอนนี้มีงานประจำแล้ว รายได้มาจากงานหลัก รายได้เสริมเริ่มลดลง แต่ถ้ามีโอกาสจะหารายได้เสริมเหมือนเดิม
- ผู้บริโภคยังชอบใช้บัตรประชารัฐอยู่ เพราะว่าได้ฟรี แต่ร้านค้าบางส่วนมองมุมกลับ เพราะว่ารายได้เยอะแต่ต้องชำระภาษีก็เยอะตาม หลายร้านค้าเริ่มเลิกโปรแกรมนี้ไป
Money in & Out
- คนไทยยังชอบซื้อหวย เปลี่ยนจากความหวังเป็นเรื่องของความสนุก เพราะฉะนั้นสามราถลดลงได้
Money Out
- คนเริ่มเดินห้างมากขึ้น, ใช้เวลากับเพื่อน ครอบครัวมากขึ้น เป็นการพักผ่อนของตัวเอง
- คนเริ่มกลับมาซื้อ อาหารสำเร็จรูปมากกว่าของสด เพราะประหยัดเวลา แต่ว่ายังทำอาหารเองอยู่
- ร้านออนไลน์เริ่มปรับเปลี่ยน เพราะผู้บริโภคไม่ได้ซื้อออนไลน์ถี่เหมือนก่อน แต่ซื้อเพราะโปรโมชั่นใหญ่
- เดลิเวอรี่ เริ่มสั่งน้อยลง เริ่มแชร์ค่าส่งกับเพื่อนบ้าน
Money Where
- การซื้อของผ่านเดลิเวอรี่ : หลายคนเริ่มสั่งซื้อสินค้าเฉพาะที่จำเป็น
- การซื้อสินค้าช่องทางออนไลน์ : คนเริ่มซื้อจากการดูช่วงเวลาที่มีการการลดราคา, โปรโมชั่นที่ถูกใจ
- ห้างค้าปลีก : คนเริ่มกลับมาเดินห้างมากขึ้น อยากมาจับและทดลองสินค้า เช่น ดูเรื่องวันหมดอายุ
- ตลาดนัด : คนที่ไปเดินตลาดนัด เช่น จ๊อดแฟร์ หลายคนไปเพราะอยากหาประสบการณ์ อยากได้อะไรใหม่ๆ มากกว่า

สรุป #เทรนด์สื่อสารการตลาด
1. Be Human เราถูกปิดตาด้วยเทคโนโลยี แต่จริงๆเราคุยกับคน ต้องมองเรื่องนี้
2. Smart Strategy Wins วางกลยุทธ์อย่างไร คนอยู่ทุกที่และไม่ได้แบ่งตามเซ็กเมนต์ แต่แบ่งตามความขอบ
3. Media & Content Come Together มีเดีย คอนเทนต์ มาพร้อมกัน ต้องยิงแอดให้ตรงกลุ่ม และต้องถูกใจด้วย
4. Branding is key แบรนด์ ยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญ ต้องทำการตลาดแบบยั่งยืน เพราะตอนนี้คนเริ่มจำแบรนด์ไม่ได้แล้ว ความท้าทายคือจะทำอย่างไรให้คนกลับมาจำแบรนด์เราได้เหมือนเดิม