Sephora (เซโฟร่า) ยักษ์ใหญ่ด้านความงามของฝรั่งเศส หนึ่งในผู้นำ Multi-Brand Cosmetics Specialty Store นำแนวคิด “Store of the Future” ผสมผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับ Journey ของลูกค้าเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและความงามเป็นประสบการณ์ส่วนตัวมาสู่ถนน Nanjing ตะวันออกของเซี่ยงไฮ้ เป็นสาขาที่ 2 ของโลกหลังจากเปิดตัวสาขาแรกในสิงคโปร์เมื่อปีที่แล้ว
Sephora มี Portfolio เกือบ 340 แบรนด์ บวกกับ Collection แบรนด์ที่ผลิตเองหลากหลายทั้งเครื่องสำอางสกินแคร์ น้ำหอมสีทาเล็บ เครื่องมือเสริมความงาม โลชั่นบำรุงผิว และผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ฯลฯ
Sephora เปิดตัวครั้งแรกในปารีส เมื่อสิงหาคม 1970 ต่อมา Dominique Mandonnaud เข้าซื้อกิจการในปี 1976 หลังจากนั้นก็ขยายแบรนด์ต่อเนื่องตลอดทศวรรษ 1990 ก้าวสำคัญคือปี 1997 เปิด Flagship Store ใน Champs Élysées
กรกฎาคม 1997 Sephora ถูกขายให้กับLVMH(Moet Hennessy Louis Vuitton) ซึ่งกำลังขยายสาขาไปทั่วโลก
ปีเดียวกัน Sephora เปิดร้านสาขาแรกในสหรัฐอเมริกาที่นิวยอร์ก ปัจจุบันมีสาขามากกว่า 3,000 แห่งใน 33 ประเทศทั่วโลกในไทยมี 13 สาขา ส่วนใหญ่อยู่ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เช่น เครือเซ็นทรัลทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 7 สาขา
ในจีน Sephora เปิดสาขาแรกปี 2005
ปี 2006 เปิดตัวห้างสรรพสินค้าออนไลน์แห่งแรกในเอเชียที่ @ sephora.cn ต่อมาปี 2015 ร่วมมือกับ JD.com เปิดแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ Sephora JD สิ้นปี 2022 ดำเนินการใน 76 เมือง 315 สาขาทั่วแผ่นดินใหญ่
ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Store of the Future” Shanghai Edition เน้น 7 Touchpoint ได้แก่ Skincredible การวิเคราะห์ผิวชั้นสูงผ่านแอปพลิเคชัน ที่แพทย์ผิวหนังแนะนำ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจผิวของตัวเองและรับคำแนะนำในการดูแลผิว
มีสอนแต่งหน้าด้วย AI บริการประสบการณ์แบบ Hyper-personalized บริการ Lift and Learn POS มือถือ บรรจุภัณฑ์ของขวัญส่วนบุคคล บริการดูแลเส้นผมใหม่และ Skin Lounge ด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลผิวยอดนิยม นอกจากนั้นยังมี Beauty Experts ให้คำแนะนำด้านความงามใน Sephora Beauty School บริการทั้งออนไลน์ผ่านสตรีมสดและแนะนำตัวต่อตัว
สาขาใหม่ยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 220 รายการจากแบรนด์ความงามระดับโลกกว่า 36 แบรนด์ เช่น Tatcha, Pat McGrath Labs, Hourglass, Anastasia, Dr. Dennis Gross และ Courrèges
Alia Gogi ประธาน Sephora Asia กล่าวว่า ร้านนี้เป็นจุดลงตัวระหว่างนวัตกรรมและประสบการณ์ Store of the Future ในเซี่ยงไฮ้แสดงให้เห็นถึงความหลงใหลของเราที่มีต่อการค้าปลีกเชิงประสบการณ์ ซึ่งผู้บริโภคจะได้เพลิดเพลินไปกับข้อเสนอความงามที่คัดสรรแล้ว
โปรเจ็กต์ “Store of the Future” เกิดขึ้นช่วงที่เทคโนโลยีความงามในจีนกำลังร้อนแรงเนื่องจากบรรดาผู้หลงใหลความงามทั้งรุ่น Millennial และ Gen Z ยังคงชื่นชอบประสบการณ์แต่งหน้าเองที่บ้าน (At-home Customized Experiences) อย่างต่อเนื่อง ขนาดของตลาดมูลค่าจะเกิน 20,000 ล้านหยวน (2,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในปี 2026
ที่มา
retailinasia.com/?p=2140274, cosmeticschinaagency.com/sephora-in-china/