ตลาดนมสำหรับผู้ใหญ่ที่มีมูลค่า 2,500 ล้านบาทนี้ มีผู้เล่นหลักๆ อยู่ในตลาด 3 – 4 แบรนด์ โดยแอนลีนเป็นเบอร์ 1 มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 40% เบอร์ 2 คือตราหมี โกลด์ แบรนด์ของเนสท์เล่ที่ให้ไลเซ่นในการผลิต และจัดจำหน่ายแก่ F&N มีส่วนแบ่งตลาดตามหลังแอนลีนไม่มากนักประมาณ 1 – 2% ส่วนอีกแบรนด์คือเมจิ โกลด์
แอนลีนเข้าตลาดบ้านเราในปี 1996 จุดที่เป็นก้าวกระโดดของแบรนด์นี้อยู่ในปี 2007 ที่มีการออกนมแคลเซียมสูงนวัตกรรมใหม่ที่มีแคลเซียมสูงกว่าถึง 4 เท่า เส้นทางเดินของแบรนด์แอนลีนถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะในการเข้าตลาดครั้งแรกจะเป็นสินค้าสำหรับคนมีอายุ แต่หลังจากนั้นก็มีการปรับภาพให้ดูเป็นสาวทันสมัยอย่างต่อเนื่อง โดยทำผ่านโททัล คอมมูนิเคชั่น ที่ใช้พรีเซ็นเตอร์เข้ามาเป็นตัวช่วย
พรีเซ็นเตอร์ของแอนลีนคนแรกจะเริ่มจาก “ป้าจิ๊” อัจราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ ต่อด้วยมาช่า วัฒนพานิช ที่เข้ามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ในช่วงออกตัวแคลเซียมสูง 4 เท่า ตามมาด้วย นัท มีเรีย ศรีริต้า เจนเซ่น และล่าสุด ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ ดีน ซึ่งจุดที่เข้ามามีส่วนช่วยทำให้พรีเซ็นเตอร์ที่ถูกเลือกใช้ได้ผลค่อนข้างดีก็คือ การปรับเปลี่ยนของผู้บริโภคจากการมองถึงการรักษามาสู่การเตรียมพร้อมให้ร่างกายเมื่อ 4 – 5 ปีที่แล้ว ซึ่งแอนลีนเองมีการนำเสนอเบเนฟิตในเรื่องดังกล่าวได้อย่างตรงจุดโดยมีพรีเซ็นเตอร์เข้ามาช่วยสะท้อนภาพดังกล่าวสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ทำให้ Perception ของแบรนด์แอนลีน จะถูกมองออกมาเป็นผู้หญิงวัย 30 ปีขึ้นไปที่ใส่ใจในเรื่องของสุขภาพ จากเดิมที่การเข้าตลาดในช่วงแรกๆ จะเป็นภาพของคนมีอายุประมาณป้าจิ๊ การเปิดเกมรุกในครั้งนี้ แอนลีนมองถึงการขยับภาพของแบรนด์ให้เป็นคนรุ่นใหม่วัยต่ำกว่า 30 ปีลงมาซึ่งถือเป็นอีกความท้าทายที่น่าสนใจไม่น้อย
สำหรับคู่แข่งสำคัญอย่างตราหมี โกลด์นั้น เปิดตัวเข้าตลาดครั้งแรกในปี 2549 ด้วยจุดขายในเรื่องของเป็นนมไขมันต่ำแคลเซียมสูง
หลังจากนั้นในปี 2551 เอฟแอนด์เอ็น ทุ่มงบประมาณ 200 ล้านบาท เปิดแคมเปญภาพยนตร์โฆษณาชุดแรก 7 เรื่องรวด ทั้งนี้เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ตราหมี โกลด์ ในตลาดนมพร้อมดื่มไขมันต่ำระดับพรีเมียม วางตำแหน่งของผลิตภัณฑ์เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพสำหรับผู้หญิงวัยทำงานอย่างชัดเจน รวมถึงสร้างกระแสและกระตุ้นการบริโภคในวงกว้าง โดยได้เลือก แอน ทองประสม เป็นพรีเซนเตอร์คนแรกให้กับผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มไขมันต่ำตราหมี โกลด์
แนวคิดและเป้าหมายในการทำแคมเปญภาพยนตร์โฆษณาในครั้งนั้น เป็นการมุ่งสร้างการรับรู้และให้ความรู้กับผู้หญิงทำงานถึง 7 คุณประโยชน์ที่จำเป็นสำหรับกลุ่มเป้าหมาย โดย 7 คุณค่าทางโภชนาการ คือ วิตามินเอสูง วิตามินบี 1 2 6 และบี 12 สูง วิตามินซีสูง วิตามินดีสูง วิตามินอีสูง แคลเซียมสูง และไขมันต่ำของกลุ่มผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มตราหมี โกลด์ โดยแนวทางการสื่อสารเป็นการนำเสนอเรื่องราวภายใต้แนวคิด " 7 คุณประโยชน์ที่จำเป็นเพื่อทุกวันของคุณ" เป็นการพลิกจากแค่การขายในเรื่องของแคลเซียมสูงมาสู่การนำเสนอเบเนฟิตที่เป็นการเตรียมพร้อมให้ร่างกายเพื่อรับกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของกลุ่มเป้าหมาย
หลังจากนั้น ตราหมี โกลด์ ก็ไม่มีการขยับแคมเปญใหญ่ๆ ออกมาเท่าไรนัก ครั้งนี้จึงถูกมองว่าน่าจะมีทีเด็ดอะไรออกมาบ้าง ซึ่งทั้งหมดนั้นจะเข้ามาช่วยเขย่าให้ตลาดนี้เติบโตเพิ่มมากขึ้น......
สัดส่วนการขายของแอนลีน
ยูเอชที 70%
นมผง 30%
เป็นสัดส่วนการขายที่ตรงกันข้ามกับในหลายประเทศ เพราะบ้านเราความนิยมในการบริโภคนมน้ำมีมากกว่านมผง เนื่องจากถูกมองว่ามีความสะดวก และบริโภคง่ายกว่า