AIS เดินหน้าตามวิสัยทัศน์การเป็นองค์กรโทรคมนาคมอัจฉริยะ หรือ Cognitive Tech-Co ในฐานะ Digital Life Service Provider มุ่งมั่นในการพัฒนาระบบ Digital เพื่อตอบโจทย์ความต้องการ ควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล รวมไปถึงการสร้างความยั่งยืนด้านเทคโนโลยี เพื่อทำให้ทุกภาคส่วนเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตอย่างมีภูมิคุ้มกันรู้เท่าทันภัยบนโลกไซเบอร์
AIS อุ่นใจไซเบอร์ เป็นอีกหนึ่งโปรเจ็กต์ที่ AIS ต้องการผลักดันให้คนไทยเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ใช้งานด้วยความรู้ความเข้าใจและมีความฉลาดทางดิจิทัล ซึ่งเริ่มต้นจริงจังตั้งแต่ปี 2562 ทั้งการรับมือกับมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ให้บริการสายด่วน 1185 เพื่อรับแจ้งเบอร์โทร และ SMS จากมิจฉาชีพ ทำงานร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือตำรวจไซเบอร์ และได้เปิด “หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์” ผ่านระบบการศึกษาทั่วประเทศ

ยิ่งใช้อินเทอร์เน็ตกันมาก การมีทักษะรับมือและรู้เท่าทันภัยบนโลกไซเบอร์ยิ่งจำเป็น สายชล ทรัพย์มากอุดม รักษาการหัวหน้าหน่วยธุรกิจประชาสัมพันธ์และธุรกิจสัมพันธ์ AIS เปิดเผยว่า “ก่อนหน้านี้เราเดินหน้านำหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ ส่งต่อไปยังบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการกว่า 29,000 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งขยายผลไปสู่ระดับมหาวิทยาลัย ทั้งมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา หรือแม้แต่การส่งต่อไปยังภาคประชาชนผ่านหน่วยงานความมั่นคงอย่าง สกมช.”
“จากผลการศึกษาล่าสุดของดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัลของคนไทย หรือ Thailand Cyber Wellness Index พบว่า กลุ่มนักเรียนที่เราอาจจะเข้าใจว่าสามารถใช้งานสื่อดิจิทัลออนไลน์ได้อย่างเชี่ยวชาญในฐานะคนรุ่นใหม่ เป็นอีกกลุ่มสำคัญที่ต้องเพิ่มทักษะความรู้ความเข้าใจให้สามารถใช้งานดิจิทัลได้อย่างถูกต้อง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของภัยไซเบอร์”

นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่วันนี้ AIS ได้ทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานคร กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ขยายผลหลักสูตรการเรียนรู้ด้านทักษะดิจิทัล “หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์” ผ่านโรงเรียนสังกัดกทม. ทั้ง 437 แห่ง รวมกว่า 250,000 คน ให้เข้าถึงองค์ความรู้ใหม่ๆ จนนำไปสู่การเสริมสร้างทักษะดิจิทัล การใช้งานสื่อดิจิทัล และเทคโนโลยีให้มีภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ไม่ตกเป็นเหยื่อของการใช้งานออนไลน์และมิจฉาชีพ สามารถใช้ชีวิตบนโลกดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย

ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “เมื่อโลกมันเปลี่ยนเร็ว จะทำอย่างไรให้การศึกษาในวันนี้ตอบโจทย์ ซึ่งสิ่งที่เราพยายามทำคือการปรับโครงสร้างหลักสูตรพื้นฐานในสังกัดกทม. ให้มีความทันสมัย หนึ่งในภารกิจของกรุงเทพมหานคร ภายใต้นโยบายเรียนดีของผู้ว่าฯ กทม. ท่านชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่มีเป้าหมายสำคัญ คือมุ่งพัฒนาการเรียนการสอนของโรงเรียนในสังกัด กทม.ให้มีความทันสมัยสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของโลกดิจิทัลและเทคโนโลยี โดยเฉพาะเนื้อหาหรือทักษะด้านดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานบนโลกออนไลน์ให้มีความปลอดภัยและเหมาะสม ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อจากผู้ไม่หวังดีและมิจฉาชีพ ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะมาช่วยส่งเสริมนโยบายด้านการศึกษาของกรุงเทพมหานครให้ยกระดับไปอีกขั้น”
แพทย์หญิงวิมลรัตน์ วันเพ็ญ ผู้อำนวยการสถาบันจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวว่า “เป้าหมายสูงสุดคืออยากให้คนไทยมีสุขภาพจิตที่ดี ซึ่งนั่นหมายถึงการมีความสุข แต่ปัจจุบันความสุขไม่ได้มีแค่ในโลกชีวิตจริง แต่อยู่ในโลกดิจิทัลด้วย ดังนั้นถ้าเราไม่รู้ว่าเราจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในโลกดิจิทัลให้มีความสุขได้อย่างไร ความสุขเราหายไปแล้วครึ่งนึง ทำให้เราได้ร่วมมือกับ AIS เพื่อที่หาวิธีทำอย่างไรให้เด็กรุ่นใหม่สามารถที่จะใช้ชีวิตอยู่ในโลกดิจิทัลที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ให้มีความสุขและมีความปลอดภัย”
ดร.ณรงค์ มั่งคั่ง รองคณบดี ฝ่ายวิจัยและพัฒนาครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มจธ. กล่าวถึงความร่วมมือของการจัดทำหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ “เรียกได้ว่า AIS เข้าใจ กทม. เข้าถึงกรมสุขภาพจิตพัฒนาได้ และเราบูรณาการทั้งหมดเข้าด้วยกัน เรามีเป้าหมายเพื่อพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ ผ่านการพัฒนาสื่อการสอนในรูปแบบดิจิทัล โดยหวังว่าการเรียนรู้ในหลักสูตรนี้จะช่วยให้ทุกคนปรับตัวในการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล เป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพและใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์อย่างปลอดภัย”

ทั้งนี้ “หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์” นำเสนอเป็น 4 Professional Skill Module หรือ 4P4ป ที่ครอบคลุมทักษะดิจิทัล ดังนี้
1. Practice: ปลูกฝังให้มีความรู้ ความเข้าใจในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างถูกต้องและเหมาะสม
2.Personality: แนะนำการปกป้องความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์
3. Protection: เรียนรู้การป้องกันภัยไซเบอร์บนโลกออนไลน์
4. Participation: รู้จักการปฏิสัมพันธ์ด้วยทักษะและพฤติกรรมการสื่อสารบนออนไลน์อย่างเหมาะสม
“เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะทำให้เยาวชน บุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง มีความรู้ ความเข้าใจในการใช้งานดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่จะยกระดับดัชนีสุขภาวะดิจิทัลของเด็กไทยและคนไทยให้อยูในระดับที่เพิ่มสูงขึ้นต่อไป” สายชล กล่าว

จะเห็นได้ว่าจากการขาดทักษะการรับมือและความรู้เท่าทันภัยบนโลกไซเบอร์ส่งผลให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เรียกว่าเป็นคนยุคดิจิทัลไร้ซึ่งเกราะคอยปกป้องทำให้มีอีกหลายคนรู้ไม่เท่าทันจนตกเป็นเหยื่อ วันนี้เพื่อเดินหน้าตามวิสัยทัศน์การเป็นองค์กรโทรคมนาคมอัจฉริยะ AIS มีวิธีการและรูปแบบการทำงานใหม่ๆ เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันให้รู้เท่าทันภัยบนโลกไซเบอร์ทำให้ทุกภาคส่วนเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง