ธุรกิจจะเติบโตอย่างมีคุณค่าหากโตไปพร้อมกับทุกภาคส่วนของสังคม ซึ่งในเรื่องนี้
“ฟรีสแลนด์คัมพิน่า ประเทศไทย” ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ในประเทศไทยและอินโดจีน ยืนหยัดการทำธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบภายใต้แนวคิดหลัก คือการสร้างความยั่งยืนให้แก่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่สังคมตามแนวทางของบริษัทแม่ ฟรีสแลนด์คัมพิน่า เนเธอร์แลนด์
โดยมีนโยบายในการดำเนินงานเพื่อสร้างความยั่งยืนให้เกิดแก่ทุกภาคส่วนครอบคลุม 6 ด้าน ได้แก่
- Better Nutrition หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีโภชนาการและสารอาหารที่ดียิ่งขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและ ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ในราคาที่สามารถเข้าถึงได้อย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงเท่านั้น ยังได้เพิ่มโครงการและกิจกรรมเพื่อสังคม ที่ร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่ออุดช่องว่างของกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถเข้าถึงโภชนาการที่ดีได้ด้วยการส่งมอบผ่านการบริจาค
- Better Living for Farmers การยกระดับองค์ความรู้ให้เกษตรกรโคนม สมาชิกสหกรณ์มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น สามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน
- Better Climate การมีลดผลกระทบต่ออุณหภูมิโลก ลดการปล่อยมลพิษจากการดำเนินงาน โดยตั้งเป้าเป็นองค์กรที่มีค่าคาร์บอนเป็นกลาง
- Better Nature ซึ่งเป็นเป้าหมายในระดับโลก ที่จะเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่ธรรมชาติ การทำให้ฟาร์มโคนมมีความหลากหลาย
- Better Packaging คือการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม
- Better Sourcing คือการคัดสรรผู้ผลิตวัตถุดิบที่มีแนวทางการดำเนินอย่างยั่งยืน
ทั้งหมดนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานนั้นจะคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกๆ ด้านอย่างแท้จริง ตั้งแต่ต้นน้ำ การผลิต ไปจนถึงปลายน้ำ ผู้บริโภค

คุณวิภาส ปวโรจน์กิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นโยบายและกรอบแนวทางการดำเนินงานของฟรีสแลนด์คัมพิน่า ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานของทุกแบรนด์ภายใต้องค์กรรวมถึงโฟร์โมสต์ สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าที่แบรนด์ให้ความสำคัญในฐานะผู้ผลิตอาหาร ซึ่งก็คือการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถส่งมอบสารอาหารและโภชนาการที่ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางด้านความยั่งยืนของสหประชาชาติ

“ฟรีสแลนด์คัมพิน่า ตระหนักถึงความสำคัญของโภชนาการที่ดี ในฐานะผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นต้นทางของการนำส่งโภชนาการที่ดีให้แก่ผู้บริโภค เราทำโครงการ SEANUTS โครงการสำรวจภาวะโภชนาการเด็กในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง ในประเทศไทย เราได้ร่วมมือกับสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อศึกษาและพบว่าครอบครัวไทยมีการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของมื้อเช้า แต่อาหารเช้าที่เด็กไทยรับประทานก็ยังไม่ได้คุณภาพ ขาดสารอาหารทั้งกลุ่มหลักและกลุ่มรองที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการ เช่น โปรตีน ธาตุเหล็ก สังกะสี วิตามินดี แคลเซียม วิตามินบี และวิตามินซี เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่าเกือบครึ่งของเด็กไทยอายุต่ำกว่า 4 ปี มีภาวะโลหิตจาง จากปัญหาที่พบ เราได้ต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ให้มีสารอาหารที่สำคัญและจำเป็นต่อความต้องการของร่างกาย ในราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงโภชนาการที่ดียิ่งขึ้นได้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกัน สำหรับคนกลุ่มเปราะบาง ที่ยังคงไม่สามารถเข้าถึงได้ เราได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาคประชาสังคม ในการสร้างสรรค์โครงการเพื่อสังคม เพื่อส่งมอบนมบริจาค เพื่อให้เยาวชนที่เดือดร้อน ไม่ขาดโอกาสด้านพัฒนาการ ซึ่งอาจหมายถึงคุณภาพชีวิตของเขาและศักยภาพในการแข่งขันในอนาคต ซึ่งเป็นผลกระทบระยะยาว” 
และเพื่อตอกย้ำพันธกิจหลักขององค์กรในการส่งมอบโภชนาการที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ทุกคน ฟรีสแลนด์คัมพิน่า ประเทศไทยจับมือร่วมกับมูลนิธิกระจกเงาเดินหน้าโครงการ “โฟร์โมสต์ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทยปีที่ 3” ส่งมอบนมบริจาคจำนวน 1,000,000 กล่องให้แก่เด็กและครอบครัวที่ต้องการความช่วยเหลือได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ โฟร์โมสต์ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทย ถือกำเนิดขึ้นจากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 เมื่อ 2 ปีก่อน ด้วยเล็งเห็นถึงผลกระทบในการดำเนินชีวิตของประชาชนกลุ่มที่มีความเปราะบางทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งไม่สามารถเข้าถึงโภชนาการที่ดีได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก จากจุดเริ่มต้นของวิกฤตการณ์ดังกล่าว แบรนด์โฟร์โมสต์สานต่อเจตนารมณ์ที่จะช่วยกระจายโอกาสในการเข้าถึงโภชนาการที่ดีให้แก่คนทุกกลุ่มในสังคม เป็นโครงการประจำปีที่ต้องเกิดขึ้นทุกๆ เดือนสิงหาคม เดือนเกิดของแบรนด์ โฟร์โมสต์ และเดือนแห่งวันแม่ เพื่อให้แม่ๆ ชาวไทยที่ซื้อนมให้แก่ลูกและคนในครอบครัวเป็นประจำได้รับผลิตภัณฑ์ที่ดี มีคุณค่าทางโภชนาการ พร้อมร่วมส่งต่อให้แก่เด็กในกลุ่มที่ขาดแคลน เพื่อให้เยาวชนไทยไม่ขาดโอกาสในการพัฒนาร่างกายในช่วงวัยที่เหมาะสม

สุดท้ายนี้ คุณวิภาสย้ำว่า การสร้างความยั่งยืนให้แก่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้องค์กรรับมือกับความท้าทายและความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลกได้ดีที่สุด เพราะถ้าห่วงโซอุปทาน สังคม และสิ่งแวดล้อมอยู่รอด ย่อมส่งเสริมให้ธุรกิจแข็งแกร่ง ในเวลาเดียวกันบริษัทยังมีแผนเพิ่มเติมกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีหลากหลายเข้ามาในพอร์ตฟอลิโอ อย่างในแบรนด์โฟร์โมสต์ ก็มีการพัฒนาและทำการตลาดของผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กและบุคคลทั่วไปที่บริโภคนมรสชาติต่างๆ รวมถึงการมีกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์สำหรับมืออาชีพโดยเฉพาะ เป็นต้น เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสใหม่ๆ ให้องค์กรเติบโตพร้อมต่อยอดสิ่งดีๆ ไปสู่ทุกภาคส่วนของสังคม