Charlotte Penderie แบรนด์ชุดเด็กสไตล์ English Vintage ผู้ปลุกกระแสชุดสม็อคในไทยเป็นแบรนด์แรก สร้างปรากฏการณ์ลูกค้าแย่งกันซื้อจนราคารีเซลพุ่งสูงกว่าราคาแบรนด์หลายเท่าตัว
สายชล บรรยงคะรัติ Co-founder บริษัท ชาล็อตเฮาส์ จำกัด หรือแบรนด์ Charlotte Penderie จากอดีตพยาบาลและแอร์โฮสเตสสายการบินในไทยและต่างประเทศ หันมาเริ่มทำธุรกิจด้วยความรักและหลงไหลในงานสม็อค ซึ่งเป็นงานฝีมือแบบ High Fashion ใช้เทคนิคการจับจีบผ้าย่น ๆ และปักลวดลายต่างๆ ลงไป ประกอบกับมีลูกสาวตัวน้อย จึงชอบที่จะจับลูกสาวแต่งตัวสวยๆ พาไปถ่ายรูปตามคาเฟ่ต่างๆ

เมื่อมองดูก็พบว่า ในไทยหาชุดสม็อคยากมากๆ ส่วนมากเป็นงานมือ 2 นำเข้าจากต่างประเทศ หรือไม่ก็มีราคาสูงมากๆ ชุดละหลายพันบาท จึงตัดสินใจชวนเพื่อนสนิทที่มีลูกสาวเหมือนกันสร้างแบรนด์สม็อคขึ้นมา เกิดเป็น Charlotte Penderie ซึ่งเป็นแบรนด์ให้ความสำคัญกับการออกแบบมาเป็นอันดับ 1 เพื่อให้ชุดมีความโดดเด่น แตกต่างจากงานทั่วๆ ไปในท้องตลาด ชุดทุกชุดจะมีเรื่องราวในตัว มีความน่ารักผสมผสาน มีลูกเล่นต่าง ๆ ในแต่ละชุด ที่สำคัญ จะต้องใส่สบาย ใส่ได้ในทุกๆ โอกาส เรียกว่าใส่ใจในทุกกระบวนการ
ด้วยประสบการณ์การเป็นแอร์ จึงเชื่อว่าการบริการคือหัวใจหลัก แม้จะเป็นแบรนด์เสื้อผ้าเด็ก แต่ Service Beyond Expectation อยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้จึงอาจเป็นจุดแข็งที่ทำให้แบรนด์เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด แม้จะเพิ่งเปิดตัวมาได้ไม่ถึงปี แต่ก็มีแฟน ๆ ที่ติดตามและคอยสนับสนุน เกิดเป็นกระแสแบบปากต่อปาก สินค้าขายหมดเกลี้ยงภายในไม่กี่นาทีที่วางขาย ทำให้ราคารีเซลพุ่งสูงขึ้นกว่าราคาแบรนด์หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่น

สายชล กล่าวว่า กว่าจะถึงวันนี้ เส้นทางก็ไม่ได้ง่ายดาย โจทย์ที่ยากที่สุด คือ คนไทยส่วนมากไม่รู้จักงานสม็อค ทำให้ในครั้งแรกที่เปิดขายคอลเลคชั่นแรก อุปสรรคใหญ่ที่สุดคือคนไม่เข้าใจว่าชุดสม็อคคืออะไร และทำไมจึงขายราคาแพงกว่าเสื้อผ้าเด็กทั่วๆ ไป ลูกค้ากลุ่มแรก ๆ ของแบรนด์จะมีไม่มาก และเป็นกลุ่มที่จะรู้จักเสื้อผ้าเด็กสไตล์นี้อยู่แล้ว แต่ด้วยคุณภาพและภาพลักษณ์ที่แตกต่าง ทำให้มีการแนะนำกันแบบปากต่อปาก ทำให้มีลูกค้าใหม่ๆ มากมายหันมาสนใจและอยากลองสัมผัสชิ้นงาน
หลังจากแบรนด์ Charlotte Penderie กลายเป็นกระแสในงานสม็อค สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยคือมีแบรนด์ชุดเด็กอื่นมากมายพยายามทำชุดสม็อคออกมาบ้าง หรือมีการขายตัดราคากัน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้กลับไม่ได้ส่งผลกระทบกับแบรนด์เลย เนื่องจากกลุ่มลูกค้าหลักของแบรนด์มี Brand Royalty ที่เข้มแข็งและเหนียวแน่น อีกทั้งการเพิ่มขึ้นมากมายของคู่แข่ง

นี่คือ โอกาสที่จะได้พัฒนาตนเองและเพิ่มศักยภาพ เพื่อครองความเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในงานสม็อคในไทยเอาไว้ ซึ่งเป็นที่มาของการเข้าร่วมโครงการ SPE รุ่นที่ 12 โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้เจ้าของกิจการได้เรียนรู้เพิ่มเติมในด้านต่างๆ อย่างครบองค์รวมในการทำธุรกิจ ได้รับการ Coaching ส่วนตัวกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญช่วยเข้ามาดูแผนธุรกิจแบบเจาะลึก ช่วยแนะนำและแก้ไขปัญหาในเรื่องระบบต่าง ๆ
สำหรับอนาคต Charlotte Penderie มองว่ายังมีช่องว่างสำหรับการเติบโตอีกมาก ทั้งตลาดในประเทศและการส่งออก โดยสิ่งสำคัญ คือ การพัฒนาต่อไปไม่หยุดเพื่อโชว์ศักยภาพให้คนไทยและต่างชาติเห็นว่า แบรนด์ไทยก็มีดีไม่แพ้ใคร