หากพูดถึงแบรนด์เสื้อผ้าเด็กในตลาดออนไลน์ 1 ในแบรนด์ที่คุณแม่ๆ ที่มีลูกสาวสายหวานจะชื่นชอบจะต้องมีชื่อ Charlotte Penderie อย่างแน่นอน คุณสายชล บรรยงคะรัติ Co-Founder ของแบรนด์เล่าว่า จุดเริ่มต้นของแบรนด์ เกิดจากความเห่อที่มีลูกสาวและด้วยความที่ลูกสาวเกิดมาในช่วงที่โควิดระบาด จึงมีโอกาสได้ซื้อเสื้อผ้าเด็กทางออนไลน์ ประกอบกับรสนิยมส่วนตัว ที่ชอบให้ลูกสาวใส่ชุดเดรส Hand Smocking (คือเทคนิคการจับจีบผ้าให้ย่นและปักเป็นลวดลายน่ารักๆ ด้วยมือ) ซึ่ง ณ เวลานั้น ชุดสไตล์นี้ไม่ได้เป็นที่นิยมในไทยสักเท่าไหร่ จึงแทบไม่มีแบรนด์ไทยทำชุดเด็กสไตล์นี้ออกมา หรือหากมีก็มักเป็นแบรนด์นำเข้าจากต่างประเทศที่มีราคาค่อนข้างสูง ชุดละหลายพันบาท เมื่อเห็นโอกาสทางธุรกิจ คุณสายชลจึงร่วมกับเพื่อนสนิท ปลุกปั้นแบรนด์ขึ้นมา

คุณสายชลเล่าว่าเคล็ดลับความสำเร็จของเราคือการสร้างแบรนด์ มองว่าการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำ จะทำให้เราอยู่ได้อย่างยั่งยืน “เมื่อคนนึกถึงชาล็อต อยากให้นึกถึงความหวาน ความละมุน ลูกคุณหนู” ที่สำคัญ เราค่อนข้างจะให้ใจกับลูกค้ามากๆ ด้วยความที่ก่อนจะผันตัวมาทำธุรกิจ ก็เป็นลูกค้าที่ซื้อเยอะมากๆ มาก่อน จึงนำประสบการณ์ที่ได้รับทั้งในด้านดีและไม่ดี มาปรับใช้กับแบรนด์ตัวเอง โดยมี Community ที่แบรนด์ใช้สื่อสารกับลูกค้า และลูกค้าใช้สื่อสารกันเองอีกด้วย
Charlotte Penderie เริ่มต้นจากการทำชุด Hand Smocking ที่โฟกัสไปยังกลุ่มลูกค้าที่มีลูกสาวโดยเฉพาะ ชุดของแบรนด์มีความ “ลูกคุณหนู” สูงมากๆ ซึ่งตรงใจคุณแม่ที่ชอบความหวานเป็นพิเศษ ถือเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของแบรนด์มาตั้งแต่ต้น ต่อมาแบรนด์ได้รับโอกาสสำคัญในการร่วมงานกับ Walt Disney และกลายเป็นแบรนด์เสื้อผ้าเด็กที่ทำชุด Hand Smocking แบรนด์แรกและแบรนด์เดียวในประเทศไทย ที่ได้เป็น Licensee อย่างถูกต้อง โดยนำคาแรคเตอร์เจ้าหญิงดิสนีย์และตัวการ์ตูนดิสนีย์อื่นๆ มาออกแบบเป็นชุด Hand Smocking อย่างมีลิขสิทธิ์ถูกต้อง ปัจจุบัน Charlotte Penderie ได้ขยาย Product Line ไปสู่ “ชุดครอบครัว” ซึ่งก็ได้รับ Feedback ที่ดีมากๆ จากลูกค้า

แม้กลุ่มเป้าหมายหลักของ Charlotte Penderie ในช่วงเริ่มต้นจะเป็นคุณแม่ที่มีลูกสาว แต่เมื่อแบรนด์เติบโตขึ้น กลุ่มลูกค้าก็เริ่มกว้างขึ้นตามไปด้วย การเปิดตัวชุดสำหรับครอบครัวทำให้คุณพ่อและลูกชายสามารถสวมใส่ชุดของแบรนด์ได้เช่นกัน บางครั้งลูกค้าก็เลือกซื้อเผื่อคุณตาคุณยาย ทำให้สินค้าของแบรนด์เข้าถึงคนในครอบครัวทุกช่วงวัย นอกจากนี้ยังมีแฟนคลับของ Disney ที่แม้จะยังไม่มีลูก แต่ก็เลือกซื้อสินค้าเพราะความชื่นชอบในคาแรคเตอร์ ซึ่งช่วยเปิดประตูสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ที่หลากหลายยิ่งขึ้น
การร่วมงานกับ Walt Disney ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องอาศัยความละเอียดในทุกขั้นตอนมากกว่าที่เคย ในช่วงเริ่มต้น Charlotte Penderie ถูกสร้างขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงของทีมเล็กๆ ที่ทำกันเองเกือบ 100% กับหุ้นส่วน ตั้งแต่ออกแบบ ดูแลการผลิต เป็นแอดมินโพสต์ ตอบแชตลูกค้า แพ็คส่ง และค่อยๆ เติบโตขึ้นจนเริ่มมีทีมงานเข้ามาช่วยในบางส่วน จนถึงวันที่ตัดสินใจร่วมงานกับ Disney

นั่นคือจุดเปลี่ยนที่สำคัญของแบรนด์ เพราะทุกกระบวนการต้องถูกรื้อใหม่ให้เป็นระบบ ตั้งแต่การตรวจบริษัท ตรวจโรงงาน ไปจนถึงมาตรฐานการผลิตในระดับสากล Disney เป็นบริษัทระดับโลกที่เป๊ะมากในทุกรายละเอียด ขั้นตอนในการอนุมัติต่างๆ ทั้งเยอะและใช้เวลาไม่น้อย แต่ก็คุ้มค่า เพราะการได้เป็นพาร์ตเนอร์อย่างเป็นทางการ นำพา Charlotte Penderie ให้ก้าวขึ้นอีกระดับหนึ่งของความน่าเชื่อถือ
“ถ้าไม่ได้ร่วมงานกับ Disney วันนี้ Charlotte Penderie อาจยังไม่เติบโตได้ถึงขนาดนี้” ประโยคที่สะท้อนถึงความโชคดี และความมุ่งมั่นเบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์อย่างแท้จริง
ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา เส้นทางของ Charlotte Penderie ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่ใครเห็นจากภายนอก อุปสรรคและปัญหามีให้แก้แทบทุกวัน ทั้งจากภายในและภายนอก แต่แทนที่จะหวั่นไหว ทุกปัญหากลับกลายเป็น “บทเรียน” ที่ทำให้ทีมแกร่งขึ้น แบรนด์เรียนรู้จากความผิดพลาดและหาทางป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำอีก
สิ่งสำคัญคือการฝึกใจให้ยอมรับในสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ช่วงแรกของการทำแบรนด์ที่ต้องเจอกับปัญหาคู่แข่งตัดตามและตัดราคาเกือบครึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่เคยเจอมาก่อน และไม่รู้จะรับมือยังไง แต่สุดท้ายก็เรียนรู้ที่จะ “ปล่อยวาง” และหันมาโฟกัสที่การพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสินค้า ระบบหลังบ้าน หรือแม้แต่ตัวผู้ก่อตั้งเอง ที่ลงทุนเวลาไปกับการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ลงเรียนคอร์สต่างๆ เพื่อเสริมความรู้

Charlotte Penderie มีโอกาสได้เข้าร่วมอบรมในคอร์ส DBD-ACM ซึ่งเป็นคอร์สต่อเนื่องจากกิจกรรมนักธุรกิจ มืออาชีพ DBD-SPE โดยเนื้อหาจะเจาะลึกด้านการตลาดมากยิ่งขึ้น ได้เข้าร่วม One-on-One Coaching ซึ่งช่วยทำให้สามารถขอคำแนะนำในจุดที่ต้องการพัฒนาได้อย่างตรงจุด
แม้อัตราการเกิดจะลดลงในภาพรวม แต่ศักยภาพและความพร้อมของผู้ปกครองในปัจจุบันกลับเพิ่มสูงขึ้น Charlotte Penderie มองว่า นี่คือโอกาสสำคัญในการเติบโตของธุรกิจเสื้อผ้าเด็กที่ยังคงมีอยู่
เป้าหมายของแบรนด์จึงชัดเจน ต้องการพัฒนาแบรนด์ให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ ออกแบบสินค้าให้ตรงใจลูกค้ามากที่สุด พร้อมเดินหน้าเติบโตอย่างมั่นคงในฐานะ SME ไทยที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์และคุณภาพไว้อย่างต่อเนื่อง