Collaboration ยังคงเป็นกลยุทธ์ยอดนิยมที่ใช้ได้ผลและถูกแบรนด์ใหญ่น้อยนำไปใช้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่ว่าจะแบรนด์ไหน Collab กับแบรนด์ใด แต่ต้องเป็นการมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าของทั้ง 2 แบรนด์ที่จับมือกัน
ขณะเดียวกัน กลยุทธ์นี้ ยังเข้ามาช่วยสร้างสีสันให้กับแบรนด์ที่นำมาใช้ จากการผสานจุดแข็งของทั้ง 2 แบรนด์เพื่อนำมาใช้ในการทำตลาด ล่าสุดกับการ Collaboration ของ 2 แบรนด์ ที่อยู่กันคนละอุตสาหกรรมอย่างแม็คส์ยีนส์ และขายหัวเราะ คือภาพที่สะท้อนในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี
แม็คยีนส์ X ขายหัวเราะ เป็นการนำคาแร็กเตอร์ การ์ตูนแบรนด์ดัง เข้ามาช่วยปรับลุคให้กับคอลเลคชั่นใหม่ “Mc โอเวอร์” ที่ไม่เพียงจะเข้าไปเป็นตัวช่วยสร้างสีสันให้กับเสื้อผ้าและแอสเซสเซอรี่ของแม็คส์ยีนส์ รวมถึงทำให้ทัชพ้อยท์ทั้งหมดของแม็คยีนส์ไม่ว่าจะเป็นตัวช้อปส์ หรือเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้ามีสีสันใหม่ๆ ที่สามารถดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาในช้อป ที่ไม่เพียงแต่จะซื้อสินค้าในคอลเลคชั่นใหม่เท่านั้น แต่ยังอาจจะช่วยเพิ่มโอกาสการขายไปยังสินค้าตัวอื่นๆ ได้อีกด้วย
เจมส์ ริชาร์ด อมตวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC องค์กรธุรกิจค้าปลีก ประเภทสินค้าแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ “แม็คยีนส์” บอกกับเราว่า ไม่ได้มองเพียงแค่เรื่องยอดขาย แต่เหตุผลสำคัญที่เลือก Collaboration กับขายหัวเราะยังมีเรื่องของ Branding ที่ช่วยต่อยอดกลยุทธ์ “MY MC MY WAY ชีวิต...เต็มแม็ค” ภายใต้แนวคิด “Body Positivity” ความเข้าใจในความแตกต่างของรูปร่างและพร้อมสร้างสรรค์ลุคที่ดีที่สุดในแบบฉบับของตัวเอง ด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของแม็คยีนส์ ให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตแบบไร้ขีดจำกัด เป็น Brand Purpose หรือเป้าประสงค์ของแบรนด์แม็คยีนส์ ที่เราต้องการจะเข้าไปสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกค้าของเรา เป็นการตอกย้ำในเรื่อง Positioning ของแม็คยีนส์ ให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

My Mc My Way....ชีวิตเต็มแม็ค ถือเป็นแกนหลักในการสื่อสารแบรนด์ ที่สื่อออกมาถึง Proposition ของแบรนด์ ที่คุณเจมส์บอกว่า เป็นการมองข้ามไปไกลที่ไม่ใช่แค่ขายยีนส์ หรือซื้อ 1 แถม แต่สนใจเรื่องของจุดยืนของแบรนด์ที่เข้ามาตอบโจทย์ ใส่แม็คแล้ว ช่วยให้คุณไปได้เต็มที่ ชีวิต เต็มแม็ก ใส่แล้ว เป็นตัวของตัวเองได้ ไม่ว่าจะอ้วนสูง เตี้ย ผอม ไม่สำคัญ แต่แม็คจะเข้ามาช่วยเสริมให้คุณเป็นตัวของตัวเอง ถ้าเป็นผู้หญิง จะมีรุ่นที่ใส่แล้วกระชับสะโพก ให้หุ่นดูดี ซึ่งจะเป็นการเอาโปรดักท์เข้าไปเชื่อมโยงกับเรื่องของแบรนด์ หรือมาร์เก็ตติ้ง
เป็นการสื่อสารให้เห็นถึงเป้าประสงค์หรือ Purpose ของแบรนด์แม็คยีนส์ ที่บอกถึง Positioning ของแบรนด์อย่างชัดเจนว่า เป็นมากกว่ากางเกงยีนส์หรือแฟชั่นแบรนด์ ที่ก้าวข้ามไปสู่การสร้างแรงบันดาลใจในฐานะแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างคนไทยมานาน ซึ่งถือเป็นแนวทางการทำแบรนด์ในปัจจุบันที่ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยจะมีการใช้ทัชพ้อยท์ทั้งหมดของแม็คยีนส์กว่า 600 จุด เป็นตัวช่วยสื่อสาร โดยจะใช้ช้อปของแม็คยีนส์ที่มีอยู่ราว 300 แห่ง และตัวเคาน์เตอร์ในดีพาร์ทเม้นต์สโตร์อีกกว่า 200 แห่ง และช่องทางออนไลน์ เป็นจุดขายสำคัญของสินค้าในคอลเลคชั่นนี้
นอกเหนือจากเรื่องของ Branding แล้ว ผู้บริหารของแม็คยีนส์ มองว่า การจับมือกับขายหัวเราะในครั้งนี้ ยังเข้ามาช่วยตอบโจทย์ในเรื่องของการเพิ่ม Engagement ให้กับแม็คยีนส์ โดยไม่เพียงแค่การดีไซน์คอลเลกชั่นที่เน้นในเรื่องของการนำ Gimmick จากคาแร็กเตอร์การ์ตูนขายหัวเราะ อาทิ โจรมุมตึก บ.ก.วิติ๊ด หรือคุณโฉลง เข้ามาใช้ในการออกแบบคอลเลคชั่นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการนำแบรนด์เข้าไปอยู่ในคอนเทนต์ของขายหัวเราะ ที่จะถูกสื่อออกไปในทุกแพล็ตฟอร์มของขายหัวเราะ
คอลเลกชั่น “Mc โอเวอร์” ผลงานการคอลลาบอเรชั่นสุดพิเศษนี้ ถ่ายทอดจากเรื่องราวแอนิเมชั่น ที่มาของการเมค โอเวอร์ เริ่มจากมีอุกกาบาตตกมาโดนโลกต่างทำให้ผู้คนซึมเศร้า แต่งตัวไม่สดใส ฮีโร่ในการกอบกู้โลกในครั้งนี้คือ ศูนย์บัญชาการแม็คยีนส์ (Mc JEANS) ที่ส่งแสงพาทุกคนแปลงร่างออกมาเป็นเหล่าคาแร็กเตอร์ขายหัวเราะในชุดสุดอินเทรนด์ สินค้าในคอลเลกชั่นสนุกไปกับไอเท็มยอดนิยม

อาทิ เสื้อยืดผ้าคอตตอน 100% พิมพ์ลายขายหัวเราะ เพิ่มมิติด้วยเทคนิคการพิมพ์สีรับเบอร์ด้านหน้าและด้านหลัง, เสื้อยืดทรงโอเวอร์ไซส์เอาใจสายสตรีท ที่ตกแต่งด้วยกระเป๋าเดนิมลายขายหัวเราะด้านหน้าและด้านหลังให้ลุคเท่ๆ ที่อมยิ้มได้, เสื้อลายขวางแขนยาวสีขาว-ดำ Gimmick ของโจรมุมตึก ดีเทลการออกแบบให้แมทช์ลุคสนุกกว่าที่เคย เมื่อพับแขนเสื้อจะพบกับตัวหนังสือ “กลับตัวกลับใจ” รวมไปถึงตาของโจรที่แอบอยู่ด้านหลังเสื้อ ล้อเลียนโจรมุมตึกที่ต้องคอยแอบกลัวคนตามมาจับด้านหลัง
เช่นเดียวกับเสื้อรีสอร์ทเชิ้ตลายเกาะขายหัวเราะ คนติดเกาะ และฉลามที่ไล่กัดคนสตอรี่ในการ์ตูนขายหัวเราะ ที่สดใส ร่าเริง, เสื้อฮู้ดดี้อีกหนึ่งไอเท็มยอดนิยม ซ่อนความขี้เล่นด้วยกระเป๋าเสื้อที่มีตัวการ์ตูนโผล่ออกมา รวมไปถึงไอเท็มสุดลิมิเต็ดที่แฟนๆ ทั้ง 2 แบรนด์ห้ามพลาด กับเสื้อเดนิมแจ็คเก็ตทรงโอเวอร์ไซส์พิมพ์ลาย บ.ก.วิธิตที่ด้านหลังแอคเซสซอรี่พบกับหมวกเดนิมบั๊คเก็ต ไอเท็มที่รวบรวมซิกเนเจอร์ของทั้ง 2 แบรนด์ไว้ได้อย่างลงตัว
“เราเลือกใช้ชื่อคอลเลคชั่นว่า MC โอเวอร์ ก็เพราะเป็นการนำตัวการ์ตูนแต่ละตัวที่เป็นที่รู้จักและผูกพันกับคนไทยในทุกเพศทุกวัยมานานมาปรับลุคการแต่งตัวใหม่ผ่านคอลเลคชั่นของแม็คยีนส์ อย่างการจับ บ.ก.วิติ๊ด ถอดสูตรที่ใส่ประจำจนคุ้นเคยกับผู้อ่านมาปรับลุคมาใส่เดนิม, โจรหนุ่มสุดเซอร์ลุคแบด ก็กลายเป็นโจรหนุ่มลุคทันสมัย, หนูหิ่นที่เคยสวมใส่เสื้อคอกระเช้าและผ้าถุงก็เปลี่ยนมาใส่เสื้อฮู้ดดี้ที่เป็นอีกหนึ่งไอเท็มยอดนิยมของแม็คยีนส์กับกางเกงขาสั้น และคนติดเกาะที่เคยดูเศร้าหมอง ก็สดใสไปกับเสื้อรีสอร์ทเชิ้ตสีสดใส ไอเท็มเท่ๆ ที่สวมใส่สบาย ทุกคาแร็กเตอร์จะถูกเมคโอเวอร์เปลี่ยนลุคการแต่งตัวไปจนถึงลายเส้นเพื่อให้ทุกคาแรกเตอร์อินเทรนด์ ทันสมัย มั่นใจในแบบฉบับของตัวเอง”

ทำให้“แม็คยีนส์ x ขายหัวเราะ”เป็นอีกตัวอย่างของการ Collab ที่น่าสนใจ เพราะนอกจาก การเป็นแบรนด์ที่มีอายุอยู่ในตลาดใกล้เคียงกันคือ แม็คยีนส์มีอายุครบ 49 ปี ขณะที่ขายหัวเราะ จะฉลองครบรอบ 50 ปีในปีนี้แล้ว
ทั้ง 2 แบรนด์ ยังมีจุดร่วมที่ชัดเจนคือ เป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับครองใจคนไทยเสมอมา และต่างฝ่ายต่างสร้างความสุขให้คนไทย ขายหัวเราะเป็นเรื่องของคอนเทนต์กับซอฟต์ พาวเวอร์ ด้านการ์ตูนคาแร็กเตอร์ ส่วนแม็คยีนส์ เป็นความสนุกทางด้านการแต่งกายเกี่ยวกับแฟชั่นไลฟ์สไตล์ ถือเป็นจุดร่วมที่มีความเป็นตำนานของทั้ง 2 แบรนด์ที่สามารถเชื่อมโยงไปสู่การมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งผู้บริหารของแม็คยีนส์บอกกับเราว่า ความคาดหวังจากการร่วมมือในครั้งนี้ น่าจะเข้ามาช่วยทำให้แบรนด์แม็คส์ยีนดูเด็กลง จากการนำคาแร็กเตอร์ การ์ตูนของขายหัวเราะ เข้ามาช่วย โดยเฉพาะกับการนำแบรนด์เข้าไปหาคนเจน Z
“เราคาดหวังให้การ Collaboration ในคอลเลกชั่นนี้ จะเป็นการเพิ่มสีสันให้กับแบรนด์แม็คยีนส์ และเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เราทำร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่มีดีเอ็นเอหลายอย่างตรงกัน และเป็นอีกหนึ่งก้าวที่จะพาเราไปหาสิ่งสนุกๆ มานำเสนอ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าต่อไปในอนาคต”