4 ธุรกิจส่งออกดาวเด่นที่มีศักยภาพการเติบโต
สำหรับธุรกิจส่งออกดาวเด่นที่น่าสนใจลงทุนในปีนี้ นางพิมพ์ชนกกล่าวว่า “ภาพการส่งออกกลุ่มสินค้าที่เติบโตโดดเด่น แบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มที่เติบโตตามเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า 2. สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ปิโตรเคมี เม็ดพลาสติก 3. สินค้า Internet of Things (IOT) และ 4. สินค้าในกลุ่ม 10 อุตสาหกรรมอนาคต หรือ S-Curves จากนักลงทุนต่างชาติ ส่วนตลาดส่งออกที่มีศักยภาพสำหรับไทยก็ยังคงเป็น จีน อินเดีย และสหรัฐอเมริกา แต่ยังมีตลาดส่งออกอีกหลายประเทศที่เป็นโอกาสของไทยในการขยายออกไป เช่น อินเดีย จีน และยุโรป ดังนั้น ผู้ประกอบการต้องเร่งส่งออกในตลาดเหล่านี้”
ชี้ “EEC และนวัตกรรม” จุดเปลี่ยนประเทศไทย
ดร.ศรพล กล่าวว่า “รัฐบาลมีเป้าหมายที่จะเพิ่มเติมศักยภาพของเศรษฐกิจไทยให้อยู่ในระดับสูงขึ้นอีก โดยตั้งเป้าที่จะพัฒนา 10 อุตสาหกรรมอนาคต หรือ S-Curves เช่น รถยนต์ไฟฟ้า สินค้าอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมการบิน หุ่นยนต์ เป็นต้น และได้ริเริ่มพัฒนาโครงการ Eastern Economic Corridor (EEC) หรือ โครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เพื่อเป็นบ้านให้ 10 S-Curves เหล่านี้” ดร.ศรพล เชื่อว่า EEC จะช่วยยกศักยภาพของเศรษฐกิจไทยให้กลับมาโชติช่วงชัชวาลดังเช่นโครงการ Eastern Seaboard ได้เคยช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวอย่างก้าวกระโดดในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา
ด้านพิมพ์ชนกยอมรับว่า พื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังต้องพึ่งพาต่างชาติอยู่มาก ดังนั้น การลงทุนในระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน และโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อการเชื่อมโยงฐานการผลิตและเสริมสร้างความแข็งแกร่งใหม่กับเศรษฐกิจประเทศไทย ลดการพึ่งพาต่างชาติหันมาพึ่งพาการผลิตและการบริโภคได้จากภายในประเทศพร้อมไปกับสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนฐานรากควบคู่ไป โดยเน้นไปที่การพัฒนาภาคบริการเพื่อเสริมให้การจ้างงานกระจายตัว ได้แก่ กลุ่ม Healthcare ซึ่งรวมถึงการบริการทางการแพทย์ การผลิตยา การบริการด้านสุขภาพ เช่น สปา อีกทั้งควรพัฒนาระบบการจัดส่งสินค้า เพื่อเชื่อมโยงประเทศไทยเข้ากับ CLMV เพราะเป็นกลุ่มประเทศที่มีอัตราการเติบโตรวดเร็วและมีกำลังซื้อสูงมาก รวมถึงการขยายการเชื่อมโยงไปยังจีนและอินเดียเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรระบายสินค้าอีกทางหนึ่ง