การจะเริ่มต้นสร้างสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมาคงหนีไม่พ้นจากความต้องการ ความหลงใหล หรือความชอบส่วนตัวที่เปรียบเสมือนแสงนำทางดึงดูดให้พยายามทำสิ่งนั้นๆ จนสำเร็จ สอดคล้องกับจุดเริ่มต้นของแบรนด์รถสปอร์ตหรูสัญชาติเยอรมันที่มาพร้อมพละกำลังมหาศาล หรือที่รู้จักกันในชื่อของ “Porsche (ปอร์เช่)”
ผู้ก่อตั้งปอร์เช่อย่าง ดร. แฟร์ดีนันท์ ปอร์เช่ (Dr.Ferdinand Porsche) ได้กล่าวไว้ว่า “In the beginning I looked around and could not find quite the car I dreamed of, so I decided to build it myself.” – Ferdinand Porsche เริ่มสร้างรถปอร์เช่คันแรกจากการมองไปรอบๆ ตัว แต่ไม่สามารถมองหารถที่ตรงตามความต้องการและความฝันที่มีสักเท่าไหร่จึงตัดสินใจลงมือสร้างรถยนต์ด้วยตัวเอง
ขณะเดียวกัน ทางฝั่งปอร์เช่ ประเทศไทย ที่มีเอเอเอส กรุ๊ปเป็นผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยก็ถือกำเนิดขึ้น จากความหลงใหลใน Luxury Car ของ 2 พี่น้อง คุณอนุศักดิ์ และ คุณอนุรักษ์ อินทรภูวศักดิ์ โดยเมื่อมองย้อนไป 37 ปีที่แล้ว ที่ทั้ง 2 ท่าน ผู้ก่อตั้งเล็งเห็นปัญหาของผู้ใช้รถระดับบนในขณะนั้นว่ายังไม่มีศูนย์บริการหลังการขายที่ได้มาตรฐานในประเทศไทย ฉะนั้นจึงต้องการปิดช่องว่างดังกล่าว จึงเริ่มต้นสร้างศูนย์บริการ และพัฒนาจนมาสู่การดำเนินธุรกิจซ่อมบำรุงรถยนต์ระดับลักชัวรี่ คาร์

คุณธนบดี กุลทล ผู้อำนวยการฝ่ายขายปอร์เช่ ประเทศไทย โดยเอเอเอส กรุ๊ป กล่าวว่า“จุดเริ่มต้นของปอร์เช่ กับเอเอเอส กรุ๊ป มีความคล้ายกัน คือเมื่อมองไปโดยรอบแล้วไม่มีสิ่งใดสามารถตอบสนองความต้องการได้ บวกกับความคิดที่ว่าตัวเองน่าจะทำได้ดีจึงตัดสินใจสร้างสิ่งนั้นๆ ขึ้นมาเอง จึงนำมาสู่การเชื่อมต่อโอกาสทางธุรกิจด้วยวิสัยทัศน์ดังกล่าว ทำให้เกิดการพัฒนาและสรรค์สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับวงการอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างต่อเนื่องและก้าวไกลกว่าเดิม เป็นที่มาของ ปอร์เช่ ประเทศไทย โดยเอเอเอส กรุ๊ป"
สายเลือดของการเป็นนักสร้างได้ถูกนำมาถ่ายทอดสู่การคิดค้นบริการที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในตลาดได้เป็นอย่างดี สามารถสังเกตได้จากการบริการของเอเอเอส กรุ๊ป ที่ไม่เพียงแต่ส่งมอบรถตามความต้องการของผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงการดูแลรักษารถควบคู่กันไปด้วย เนื่องจากเอเอเอส กรุ๊ปต้องการมุ่งเน้นการบริการลูกค้าด้วยคุณภาพเป็นหลัก เพื่อทำให้ลูกค้าสามารถอุ่นใจได้ในทุกครั้งที่ซื้อรถไปตามคติขององค์กร “AAS LOOKING AFTER YOU AND YOUR CAR” ที่ยึดเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจมาโดยตลอด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า เอเอเอส กรุ๊ปไม่เพียงแค่ส่งมอบรถไปแล้วจะดูแลเพียงรถเท่านั้น แต่ยังดูแลรวมไปถึงตัวเจ้าของรถด้วย และ ณ ที่นี้ คือการดูแล Peace of Mind เจ้าของรถนั่นเอง
“เมื่อมีรถสักคัน แน่นอนว่า ทุกคนก็อยากตื่นมาตอนเช้า หมดความกังวลในเรื่องของการออกเดินทาง เราจึงสร้างสรรค์บริการหลังการขายที่ดีเพื่อให้แบรนด์ของเรายังครองความเป็นที่หนึ่งในใจของลูกค้า เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้คนในทุกเจนเนอเรชั่นในทุกยุคสมัย ทางเอเอเอส กรุ๊ป จึงคิดค้น Maintenance Package ให้ลูกค้าสามารถใช้รถโดยปราศจากความกังวลได้เลย เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างรวมอยู่ในตัวรถอยู่แล้วทั้งประกันและบริการหลังการขาย” คุณธนบดี กล่าว


นอกจากนี้ เอเอเอส กรุ๊ปยังเล็งเห็นความสำคัญของการสร้าง Emotional Attraction ซึ่งอาจนำไปสู่ความสนใจในการซื้อรถได้ในที่สุดจึงนำมาซึ่งการยกโชว์รูมรถยนต์ไปไว้ในห้างสรรพสินค้า เนื่องจากการไปเยี่ยมชมโชว์รูมที่ตั้งอยู่ตามพื้นที่ทั่วไปภายนอกห้างสรรพสินค้าของผู้บริโภคส่วนใหญ่มักจะมีความตั้งใจสูงเพื่อซื้อรถ ขณะเดียวกัน ถ้ามีโชว์รูมตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ผู้คนเดินเล่นเพลินๆ แม้ตอนนั้นอาจจะไม่ได้อยากซื้อรถแต่เมื่อพบเห็นเข้าอาจเกิดความชอบจนต้องการครอบครอง
ผนวกกับความต้องการสร้างความใกล้ชิดระหว่างผู้คนกับแบรนด์ปอร์เช่แล้วนั้น นอกเหนือจากการสร้างศูนย์บริการที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็น Porsche Classic Partner แห่งแรกของโลก ปอร์เช่ ประเทศไทย โดยเอเอเอส กรุ๊ปจึงเนรมิตโชว์รูมในรูปแบบ Studio ขึ้นไว้ที่ศูนย์การค้าใจกลางเมืองอย่าง Porsche Studio Siam Paragon และ Porsche Studio Iconsiam ซึ่งเป็นโชว์รูมที่มาพร้อมกับบรรยากาศเสมือน Living Room เป็นสถานที่ที่อยากนั่งพักเล่นหรือแฮงก์เอาท์ เนื่องจากเป็นโชว์รูมที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นทำให้คนรู้สึกสบายเป็นกันเอง และอยากที่จะเข้ามาเยี่ยมชมสินค้าต่างๆ ในโชว์รูม ตลอดจนกล้าพูดคุยกับพนักงานขายเพื่อสอบถามข้อมูล หรือซื้อเสื้อผ้า เครื่องประดับติดไม้ติดมือไปก่อนเพื่อให้เกิดความคุ้นเคยและรักแบรนด์มากขึ้น ที่สำคัญเอเอเอส กรุ๊ป หวังว่า Environment ลักษณะนี้จะสามารถทำให้ทุกคนที่ผ่านไปมาหรือได้มีโอกาสแวะเวียนมารู้สึกว่ารถปอร์เช่ไม่ได้ไกลตัว ดูง่ายในการเข้าถึง และเหมาะกับไลฟ์สไตล์มากกว่าที่คิด

ล่าสุด ในวาระที่ปอร์เช่ ประเทศไทยครบรอบ 30 ปี ในฐานะผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ได้ร่วมมือกับโรงงานผู้ผลิตประเทศเยอรมันนี สร้างโปรเจ็กต์พิเศษ ผลิตรถสปอร์ต Porsche 911 Carrera GTS – 30 Years Porsche Thailand Edition ไอคอนิครุ่นพิเศษที่มีเพียงคันเดียวในโลก ในโอกาสครบรอบ 30 ปี ปอร์เช่ในไทย โดดเด่นด้วยดีไซน์ชั้นเลิศของตัวถัง 7 สีพิเศษจาก Paint-to-Sample (PTS) ผสาน 7 สีในหนึ่งเดียว ได้แก่ สีเหลือง Signal Yellow, สีชมพู Ruby Star, สีเขียว Signal Green, สีส้ม Pastel Orange, สีฟ้า Riviera Blue, สีม่วง Ultraviolet และสีแดง Fire Red สะท้อนสัญลักษณ์ตามแต่ละสีประจำวันของขนบธรรมเนียมในประเทศไทย ที่ให้ความสำคัญกับสีประจำวันเกิดและความโชคดี แต่ยังคงไว้ซึ่งความสง่าและเรียบหรูอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมด้วยอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่สร้างขึ้นมาเพียงคันเดียวในโลกโดยนำเอาสีพิเศษของวันทั้ง 7 ตามแบบฉบับเมืองไทยเท่านั้นมารวมไว้ในรถคันเดียว

พร้อมกันนี้ทางโรงงานยังได้ผลิตรถรุ่นพิเศษ Thailand Edition ที่ถือกำเนิดขึ้นจากฝีมือชั้นเลิศโดยผู้เชี่ยวชาญของ Porsche Exclusive Manufaktur ไอคอนิคโดดเด่นด้วยดีไซน์ตัวถัง 7 สีพิเศษ สะท้อนสัญลักษณ์ตามแต่ละสีประจำวันของขนบธรรมเนียมในประเทศไทยที่ให้ความสำคัญจำนวนจำกัดเพียง 30 คันในโลก
คุณธนบดี กล่าวเพิ่มเติมว่า “สีพิเศษ 7 สีตามวันของสัปดาห์ที่คนไทยถ่ายทอดส่งต่อกันมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งถ้าถามคนต่างชาติจะไม่มีใครรู้เลยว่าแต่ละวันมีสีประจำวันด้วย เพราะนี่คือสิ่งพิเศษของเมืองไทยที่คนไทย Create ขึ้น นับว่าเป็นไอคอนิคเฉพาะเมืองไทยเลยก็ว่าได้”
ไม่เพียงเท่านั้นยังมีอีกหนึ่ง Thailand Edition ปอร์เช่ ประเทศไทย จับมือกับทาง Puma ได้ร่วมกันทำให้เกิดรองเท้าคอลเลคชั่นพิเศษ ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 1,993 คู่ ซึ่งจำนวนดังกล่าวนี้มาจากตัวเลขปีที่ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอสกรุ๊ป เริ่มนำปอร์เช่เข้ามาในประเทศไทย และแน่นอนว่ารองเท้าสุดพิเศษนี้ก็มีจำหน่ายเฉพาะในประเทศไทยอีกเช่นกัน
ทั้งหมดนี้ แสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวของปอร์เช่ ที่แสดงผ่านการรังสรรค์สิ่งต่างๆ ขึ้นมาให้สอดรับกับทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบัน เพื่อสร้างความรู้สึกกล้าเข้าหาและคุ้นเคยกับแบรนด์ปอร์เช่มากยิ่งขึ้นผ่านความพยายามของเอเอเอส กรุ๊ปในการทำความเข้าใจว่าสิ่งที่คนยุคนี้ต้องการคืออะไรแล้วนำมาเชื่อมโยงกับสิ่งต่างๆ จากนั้นจึงรังสรรค์แคมเปญพื้นที่สตูดิโอหรือกิจกรรมใหม่ๆ ให้กับลูกค้า เพื่อให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ใหม่ที่เกิดขึ้นจากความหลากหลายของผู้บริโภคในปัจจุบันทั้งชายหญิงและกลุ่ม Driven Youth, Driven Females และ Youngs Generation ซึ่งนับว่าเป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ที่น่าสนใจอย่างมากในปัจจุบันและเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ของเอเอเอส กรุ๊ปในการขยายฐานลูกค้ารถปอร์เช่ ประเทศไทย
รวมไปถึงความเข้าใจเป็นอย่างดีที่ว่ามนุษย์แต่ละคนมีความชอบและความหลงใหลในแต่ละอย่างแตกต่างกันออกไป เอเอเอส กรุ๊ปเปิดกว้างและเปิดรับทุกความต้องการของทุกไลฟ์สไตล์จึงเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถ Customize รถที่ใช่ในแบบของตน การเลือกสี วัสดุที่ใช้เป็นส่วนประกอบรถคันนั้นๆ ด้วยตัวเองได้ทั้งหมด สิ่งเหล่านี้เองจะทำให้รถคันนั้นตรงตามไลฟ์สไตล์ของผู้ขับมากที่สุด
“รถหนึ่งคันสามารถออกแบบให้มีลักษณะดุดัน หรือลักชัวรี่ย่อมทำได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของเจ้าของว่าต้องการให้รถสะท้อนความเป็นตัวเองออกมามีลักษณะแบบใดเพราะปอร์เช่ขับเคลื่อนด้วยจินตนาการและความฝัน เราจึงมุ่งมั่นที่จะยกระดับแบรนด์ของรถยนต์ปอร์เช่ให้เหนือระดับยิ่งขึ้นไป รวมถึงการขยายโชว์รูมใหม่ๆ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในอนาคตอันใกล้นี้” คุณธนบดี ย้ำทิ้งท้าย