ในช่วงที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความท้าทายของการดำเนินธุรกิจ คือการรับมือกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป อุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่อย่างยานยนต์ก็ไม่วายได้รับผลกระทบจากเหตุดังกล่าว ไม่เว้นแม้กระทั่งเซ็กเม้นต์ธุรกิจรถยนต์หรูที่อยู่บนน่านน้ำเดียวกันก็ได้รับรู้ถึงสิ่งที่ต่างไปจากเดิมบ้าง
คุณชุลีภรณ์ เอื้อดิลกกุลธร ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเครือข่าย ปอร์เช่ ประเทศไทย โดยเอเอเอส กรุ๊ป กล่าวว่า “แม้จะรับรู้ถึงผลกระทบในเรื่องของกำลังซื้อจากผู้บริโภค ขณะเดียวกันเรายังถือว่าสามารถดำเนินธุรกิจเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ สามารถรักษาลูกค้าของเราไว้ได้ และคาดว่าจะสามารถดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้มากขึ้นจากความเคลื่อนไหวของบริษัทโกลบอลที่มีการปล่อยรถปอร์เช่โมเดลใหม่มากถึง 5 รุ่น ได้แก่ คาเยนน์ (Cayenne), พานาเมร่า (Panamera), มาคันน์ (Macan), ไทคานน์ (Taycan) และ 911 จากความเคลื่อนไหวนี้นับว่าเป็นปีแห่งการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของปอร์เช่เลยก็ว่าได้ ส่วนในประเทศไทยเริ่มมีการนำเข้ารถคันจริงมาให้เห็นเป็นบางรุ่นแล้ว และคาดว่าจะเห็นครบทุกรุ่นภายในต้นปีหน้า

ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป เตรียมพร้อมเพื่อรองรับโมเมนตั้มใหม่ที่กำลังจะมาถึงลูกค้าชาวไทย จากการตระหนักเห็นพฤติกรรมของลูกค้าชาวไทยที่มักจะใช้งานรถยนต์อย่างคุ้มค่าหรือถือรถกันยาวนาน แม้เวลาจะผ่านไปก็ยังคงดูแลรักษาอย่างดีเยี่ยมเปรียบเสมือนดั่งของสะสมแสนรักแสนหวง จึงจำเป็นต้องมีผู้ช่วยในการดูแล ซึ่งใน ณ ที่นี้จะเป็นใครไปไม่ได้เลยที่จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของเอเอเอส กรุ๊ป เข้าไปดูแลผู้บริโภคในส่วนตรงนี้ นอกจาก “ดีลเลอร์”
“ปัจจุบันเรามีโชว์รูมทั้งหมด 4 สาขา จากจำนวนดังกล่าวมี 2 สาขาที่เป็น Full Scale ดีลเลอร์ และมีแผนเพิ่มจำนวนศูนย์บริการ โดยในปีนี้พร้อมเปิดตัว Full Scale ดีลเลอร์สาขาที่ 3 ทางฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก และในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้าจะเปิดตัวสาขาที่ 4 ในเมืองพัทยา ในอนาคตยังมีแผนขยายศูนย์บริการไปยังหัวเมืองใหญ่ต่างๆ อีกด้วย”


จากการดำเนินงานข้างต้น นับเป็นการขยายศูนย์บริการออกนอกเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครครั้งแรก เนื่องจากต้องการรองรับความต้องการการใช้งานของลูกค้าชาวไทยให้สะดวกมากยิ่งขึ้น และยังเป็นการดำเนินงานที่เติมเต็ม Location Strategy ให้สมบูรณ์ขึ้น
นอกจากนี้ อีกหนึ่งบทบาทสำคัญที่จะเป็นผู้ช่วยดูแลรถของลูกค้าโดยตรง คือช่างที่มีความชำนาญเฉพาะทาง (Technician) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มคนที่ทางเอเอเอส กรุ๊ป ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง จึงมีการกระบวนการคัดและฝึกหัดเพื่อให้สามารถเป็นผู้แทนในการดูแลลูกค้าได้อย่างดีที่สุด
โดยเริ่มตั้งแต่การคัดบุคลากรที่มีประสบการณ์ทำงานเกี่ยวกับรถปอร์เช่หรือรถยุโรปอื่นๆ ไม่น้อยกว่า 1 ปี และต้องได้รับการ Training เกี่ยวกับแบรนด์ ไปจนถึงจำเป็นต้องมีความรู้เรื่องระบบการรับประกัน, ความรู้ทั่วไป และข้อมูลทางเทคนิคต่างๆ ถัดมาช่างจะต้องทำข้อสอบให้ผ่านตามมาตรฐาน ของ Bronze Level ที่กำหนดขั้น Bronze หลังจากนั้นต้องมีประสบการณ์ทำงานครบ 1 ปี จึงจะสามารถสอบขั้น Silver ซึ่งเป็นขั้นตอนที่มีการสอบทฤษฎีและปฏิบัติ โดยช่างต้องสอบผ่านเกณฑ์ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติตามหลักสูตรที่ระบุไว้จากทางโรงงาน ทั้งในเรื่องของเครื่องยนต์ เกียร์ ไฟฟ้า และช่วงล่าง เป็นต้น ลำดับถัดมาประมาณ 1 ปี ช่างจะเข้าสู่การสอบเพื่อ Certified ในระดับ Gold Level โดยต้องผ่านการสอบทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอีกครั้งในระดับความยากที่มากขึ้น รวมถึงผ่านการอบรมด้าน Soft Skill ที่ประกอบด้วยเทคนิคการพูดคุยและการแก้ไขปัญหาต่างๆ ควบคู่กับการเข้าคอร์สออนไลน์ สำหรับเทคนิคและทฤษฎีเชิงลึก และเข้ารับการสอบปฏิบัติที่เน้นไปในแง่ของการแก้ปัญหาจบจนครบกระบวนการ ช่างทุกคนหากสามารถ Certified ขั้น Gold ได้สำเร็จ จะได้รับรางวัลในการไปเยี่ยมชม และ Test-Drive ที่โรงงานประเทศเยอรมนี
ไม่เพียงเท่านั้น เอเอเอส กรุ๊ปยังขยายเครือข่ายสร้างพันธมิตรในการเพิ่มจุดชาร์จสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ภายใต้การร่วมมือกับ Shell, Sharge และ Evolt จนปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 39 จุด ซึ่งนับเป็นการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานในอุตสาหกรรมยานยนต์ และเป็นการร่วมผลักดันให้ผู้คนหันมาใช้รถ EV กันมากขึ้น สอดรับกับนโยบายของภาครัฐที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็น Hub การผลิตรถ EV และเป็นไปในทิศทางเดียวกับเทรนด์หลักของโลกที่หันมาสนับสนุนเรื่อง Sustainability เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดมลพิษและสร้างสังคมที่ยั่งยืน

“เราต้องการให้ลูกค้ารวมถึงผู้ที่ใช้งานรถยนต์ EV รายอื่นๆ สามารถเข้าถึงบริการที่เอื้อต่อการใช้งานรถไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น เพราะอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่หลายๆ คนตระหนักเมื่อจะตัดสินใจเปลี่ยนจากการใช้งานรถ ICE มาเป็นรถ EV คือเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานที่ยังมีความกลัวว่าจะไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่การเดินทาง เราจึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโปรดักต์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เดินทางบนท้องถนนทุกคน รวมไปถึงสนับสนุนความตั้งใจของภาครัฐให้เกิดขึ้นได้ในเร็ววัน” คุณชุลีภรณ์ กล่าว