ในช่วงเกือบหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา หลายองค์กรทั่วโลกได้นำเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น 5G, AI, IoT, Blockchain, 3D Printing และ Robots เข้ามาเป็นเครื่องมือในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพและความพร้อมในการเดินหน้าธุรกิจเพื่อให้ก้าวสู่โลกแห่งเทคโนโลยีที่หมุนไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง แต่ในขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย (MSME) หาบเร่ แผงลอย ซึ่งเป็นกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากหรือเศรษฐกิจชุมชนขนาดใหญ่ของประเทศ ยังคงติดอยู่ในขั้นตอนการ Transform ตัวเองตามศักยภาพที่มีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้ “ตกขบวน” การทำธุรกิจในยุคดิจิทัลนี้ไป
- “ดีป้า” กับภารกิจ “ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล” เพื่อคนไทย
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ
“ดีป้า” เป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจท้าทายในฐานะผู้ขับเคลื่อนทุกภาคส่วนให้เดินหน้าด้วยเทคโนโลยี ครอบคลุมงานในส่วนการจัดทำแผนการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล พัฒนาคนในทุกช่วงวัย ให้ประชากร 67 ล้านคนรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัล ส่งเสริมการลงทุนและพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรมดิจิทัล อาทิ การสื่อสารโทรคมนาคม ดิจิทัลคอนเทนต์ เกม-แอนิเมชั่น บิ๊กดาต้า และกลุ่มดิจิทัลเซอร์วิส ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีนวัตกรรมของคนไทยในอุตสาหกรรมเหล่านี้ให้เกิดการประยุกต์ใช้ในภาคสังคม เศรษฐกิจ ผลิตบริการและทำงานบูรณาการกับพันธมิตร เสนอแนะกฎระเบียบจนถึงกฎหมายที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ก่อให้เกิดนวัตกรรมในพื้นที่ใหม่ ๆ เป็นต้น
- สรุปง่าย ๆ คือต้องทำให้คนไทย “ทุกคน” รู้ เข้าใจ และนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ทำมาหากินได้!

เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือดีป้า (depa) ซึ่งเล่าให้ฟังว่า ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ดีป้าพยายามสร้างการตระหนักรู้ให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของการทรานส์ฟอร์มธุรกิจด้วยดิจิทัล
"ดีป้าเป็นหน่วยงานภาครัฐแรก ๆ ในยุคนั้นที่พูดถึงเทคโนโลยีบิ๊กดาต้า คลาวด์อินโนเวชั่น AI และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยเฉพาะส่งสัญญาณไปยังทุกภาคส่วนให้เห็นถึงความสำคัญของดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่นด้วยเทคโนโลยีและแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนจากการขายสินค้าและบริการแบบดั้งเดิม สู่การค้าขายบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ในลักษณะ From Physical to Non-Physical”

- “เทคโนโลยีดิจิทัล” กับโอกาสของรายใหญ่-รายเล็ก
ภาพของการใช้ข้อมูลในการประกอบธุรกิจ เชื่อมโยงแพลตฟอร์มที่มีเทคโนโลยีบล็อกเชนและปัญญาประดิษฐ์อยู่เบื้องหลัง การนำระบบ Automation หุ่นยนต์ล้ำสมัยและหุ่นยนต์สำหรับการทำธุรกิจทั่วไปมาใช้ในการส่งของ สรุปยอดขาย การเชื่อมโยง ระหว่างดาต้าและซัพพลายเชนใหม่ สู่การค้าขายในโลกอีคอมเมิร์ซแบบใหม่ และความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลในโลกไซเบอร์ กลายมาเป็นเรื่องปกติของธุรกิจทั่วโลกที่ต้องการ “Transform” ตัวเองไปสู่ธุรกิจดิจิทัลเพื่อสร้างโอกาสและรายได้ที่มั่นคงยิ่งขึ้น
“เราเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงการซื้อขายในต่างประเทศจาก Product & Service ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มกันหมดแล้ว หมายความว่าไม่ได้ขายแค่สินค้าและบริการ แต่เข้าถึงลูกค้าผ่านแพลตฟอร์ม Production Sharing / Sharing Economy ช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าในวงกว้างได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ทำให้การค้าแบบดั้งเดิมที่ปรับตัวไม่ทันล้มหายตายจาก เพราะไม่สามารถเข้าถึงลูกค้า หรือแม้จะเข้าถึงก็ไม่ทันตามเวลาที่ลูกค้าต้องการ สิ่งเหล่านี้คือการปรับตัวที่คนไทยต้องเห็นความสำคัญของการทำธุรกิจผ่านแพลตฟอร์ม เพื่อให้ตัวเองเข้าไปปลั๊กอินกับระบบการค้าในรูปแบบใหม่” อย่างไรก็ดี หลายปีมานี้เราเห็นว่าการปรับตัวให้เท่าทันโลกดิจิทัลเกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า คนที่ปรับตัวได้ทัน คือคนที่อยู่บนยอดพีระมิดเสมอ อย่างองค์กรขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมทั้งเงินทุนและทรัพยากร ผิดกับเอสเอ็มอี โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยที่ยังหาออกไม่เจอ ซึ่งเป็นหน้าที่ของดีป้า ในการขับเคลื่อนกลุ่มที่นับว่าเป็นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้

- · “Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่” ติดอาวุธดิจิทัลฐานราก
นี่จึงกลายเป็นที่มาของการผลักดันกลุ่มผู้ประกอบการตลาดสด หาบเร่ แผงลอย และเอสเอ็มอี ซึ่งถือเป็นระบบนิเวศขนาดใหญ่ไม่แพ้ภาคการเกษตร เข้าสู่ “โครงการ Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่” ที่ดีป้าตั้งใจผลักดันเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยในกลุ่มดังกล่าว สามารถเข้าถึง เข้าใจ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนพัฒนาไปสู่การแข่งขันรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“พฤติกรรมการเดินตลาดสดกำลังเปลี่ยนไปจากไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ทำกับข้าวน้อยลง ต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น ต้องการวัตถุดิบที่มีคุณภาพและหลากหลาย ดังนั้นพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดจำเป็นต้องปรับตัว โดยนำสินค้าเข้ามาอยู่บนแพลตฟอร์มที่เป็น Cloud Computing (บริการให้เช่าระบบคอมพิวเตอร์และการบริหารจัดการทรัพยากรบนออนไลน์) Cloud Kitchen หรือ Cloud Market (บริการเช่าพื้นที่ร้านอาหารหรือร้านค้าบนระบบออนไลน์เพื่อให้บริการแบบไม่มีหน้าร้าน) ซึ่งจะเป็นการเพิ่มบานประตูหน้าต่างให้ลูกค้ามองเห็นร้านค้าของเรามากขึ้น เพิ่มโอกาสการขายไปยังฐานลูกค้าใหม่ ซึ่งสิ่งที่ดีป้าได้ทำผ่านโครงการนี้ก็คือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลทั้งหลาย ไปนำเสนอให้ผู้ประกอบการรายย่อยเห็นและรู้จัก เพื่อที่จะเลือกนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ” โครงการ Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่ เปิดตัวเฟสแรกตั้งแต่ปี 2564-2565 โดยนำร่อง 6 พื้นที่ ได้แก่กรุงเทพมหานคร นครสวรรค์ นครปฐม ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี พร้อมต่อยอดการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวไปยังพื้นที่ปริมณฑลอีก 4 จังหวัด คือ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรสาคร และสมุทรปราการ ท่ามกลางการตอบรับที่ดีมาก และมีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ 30,000 ราย มีสินค้าจำหน่ายมากกว่า 200,000 รายการ จากการลงพื้นที่ตลาดสดกว่า 30 แห่ง สามารถสร้างเม็ดเงินสะพัด 300 ล้านบาท รวมทั้งได้ยกระดับทักษะและองค์ความรู้ด้านดิจิทัลในการประกอบธุรกิจผ่านหลักสูตรออนไลน์เรียนฟรี 5 หลักสูตร โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 1.2 ล้านคนเลยทีเดียว
“ในเฟสแรก เราสังเกตว่าพ่อค้าแม่ค้าจำนวนหนึ่งเห็นความสำคัญและเริ่มปรับตัวนำ POS มาใช้ ลูกค้าสามารถสั่งออร์เดอร์สินค้าผ่านคิวอาร์โค้ดบนโต๊ะได้เลย แล้วออร์เดอร์จะไปแสดงผลที่ห้องครัว พนักงานไม่ต้องมาคอยเดินจดออร์เดอร์ผิด ๆ ถูก ๆ ช่วยลดต้นทุนด้านแรงงาน ออร์เดอร์ไม่ผิดพลาดและใช้งานง่าย บางแห่งเริ่มทำบัญชีหลังบ้านแบบ Payment ERP ทำให้เขารู้ต้นทุนที่แท้จริง เพื่อนำไปเป็นหลักฐานค่าใช้จ่ายกับสรรพากร ทำให้สรรพากรไม่ต้องประเมินค่าใช้จ่ายจากยอดบัญชีเหมือนก่อน หากพบว่ากำไรสุทธิต่อปีไม่ถึงล้านบาทก็ไม่ต้องเสียภาษี ทั้งหมดนี้ก่อให้เกิดความโปร่งใสกับทุกฝ่าย”
- ต่อยอดความสำเร็จจากเฟส 1 ขยายผลสู่เฟส 2
ความสำเร็จดังกล่าวถูกนำมาต่อยอดสู่โครงการ Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่ (ขยายผล) ในเฟส 2 ซึ่งได้เริ่มต้นดำเนินงานในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา โดยขยายพื้นที่เป้าหมายเพิ่มอีก 25 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน น่าน อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ มหาสารคาม พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ราชบุรี สระบุรี ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และตรัง
สำหรับการดำเนินงานภายในโครงการ Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่ (ขยายผล) ก็ได้มีการนำข้อมูลจากการจัดงานในเฟสแรก เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นกิจกรรม 3 ส่วนหลัก ได้แก่ กิจกรรมสำรวจความต้องการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ประกอบการ 75 ตลาดในพื้นที่ 25 จังหวัด ซึ่งกิจกรรมนี้ดีป้าจะเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงให้ผู้ประกอบการตลาดสดและพ่อค้าแม่ค้ามาเจอกับเครือข่ายดิจิทัลสตาร์ทอัพ และผู้ให้บริการดิจิทัลที่ขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิก TECHHUNT ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มรวมดิจิทัลสตาร์ทอัพสัญชาติไทยที่ได้มาตรฐานตามที่ดีป้ากำหนด เพื่อเลือกใช้บริการที่เหมาะสมกับธุรกิจนั้นๆ
ในขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการตลาดและเครือข่ายดิจิทัลสตาร์ทอัพและผู้ให้บริการดิจิทัลอยู่ในระหว่างการเจรจารายละเอียดต่างๆ นั้น ทีมงานอีกส่วนก็จะเดินสายจัด “กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อพัฒนาทักษะผู้ประกอบการ และกิจกรรมจัดแสดงเทคโนโลยีดิจิทัล” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เกิดการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการในพื้นที่กับดิจิทัลสตาร์ทอัพและผู้ให้บริการดิจิทัล รวมถึงการสร้างตลาดต้นแบบด้านดิจิทัลที่ได้ลงพื้นที่ไปพบปะกับผู้ประกอบการรายย่อยในจังหวัดต่างๆ ครบทุกภูมิภาค
ส่วนจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายอย่าง“กิจกรรมยกระดับทักษะและองค์ความรู้ด้านดิจิทัลในการประกอบธุรกิจผ่านหลักสูตรออนไลน์” ในปีนี้ก็ได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้ามาเรียนได้ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน 2566 ที่ผ่านมา โดยมีทั้งหมด 5 หลักสูตรด้วยกัน ซึ่งน่าสนใจตรงที่ในปีนี้ ดีป้าได้เพิ่มหลักสูตรเกี่ยวกับเรื่องการจัดทำบัญชีและภาษีเพิ่มขึ้นมาด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถตอบโจทย์พ่อค้าแม่ขายหลาย ๆ คน ที่ยังกังวลในเรื่องของการจัดเก็บภาษีนั่นเอง

- · ผู้ประกอบการขานรับ-ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล
ด้วยระยะเวลาการดำเนินงานโครงการ Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่ (ขยายผล) จำนวน 7 เดือนถ้วน (กุมภาพันธ์-สิงหาคม 2566) จะบอกว่านานก็นาน จะบอกว่าสั้นก็สั้น หากแต่ยังพอมีโอกาสได้เจอเคสที่น่าสนใจในระหว่างการทำงานได้ ซึ่งเป็นช่วงที่ ดีป้าได้ลงพื้นที่ไปติดตามการติดตั้งเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการบริหารจัดการตลาดสด ในกิจกรรมสำรวจความต้องการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลกับผู้ประกอบการเจ้าของตลาด 75 แห่งใน 25 จังหวัด ยกตัวอย่างที่ดีป้าเพิ่งลงพื้นที่ไป ได้แก่ ตลาดเกียเจริญ จังหวัดนครศรีธรรมราช รวมถึงตลาดหน้าวัดเทพและตลาดนัดชิลล์วา 2 จังหวัดภูเก็ต ซึ่งทั้ง 3 ตลาด ได้ตัดสินใจประยุกต์ใช้ระบบ Delivery จาก Cloud ที่มีจุดเด่นในเรื่องของการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ซื้อและผู้ขาย โดยฝั่งของผู้ซื้อจะสามารถกดสั่งสินค้าจากทุกร้านภายในตลาดได้ครบจบภายในบิลเดียว ขณะที่ผู้ขายซึ่งเป็นพ่อค้าแม่ค้าในตลาดจะได้ประโยชน์จากการเพิ่มช่องทางการค้าขายผ่านระบบออนไลน์ที่ช่วยสร้างรายได้ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
“ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ทางผู้ประกอบการตลาดได้เห็นและเข้าใจแล้วว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้จะช่วยทั้งตัวเขาเองและพ่อค้าแม่ค้าในตลาดของเขาได้อย่างไรบ้าง ซึ่งแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ดีป้าได้เสนอให้ผู้ประกอบการตลาดเลือกประยุกต์ใช้ล้วนเป็นเทคโนโลยีของเครือข่ายดิจิทัลสตาร์ทอัพและผู้ให้บริการดิจิทัลสัญชาติไทยที่ขึ้นทะเบียนกับดีป้า ซึ่งการันตีได้ว่าผู้ประกอบการตลาดจะได้รับดิจิทัลโซลูชั่นที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย ในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อนำมาใช้บริหารจัดการธุรกิจ พร้อมยกระดับพ่อค้าแม่ค้าให้สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน ดิจิทัลสตาร์ทอัพและผู้ให้บริการดิจิทัลสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและขยายฐานลูกค้าได้เพิ่มขึ้น”
- ผลสำเร็จ และก้าวต่อไปของ Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่
“โครงการ Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่ (ขยายผล)” มีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการฯ มากกว่า 13,200 ราย มีสินค้าจำหน่ายมากกว่า 200,000 รายการ จากการลงพื้นที่ตลาดสดจำนวนกว่า 75 แห่งทั่วประเทศ ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 300 ล้านบาท ขณะที่การจัดอบรมหลักสูตรออนไลน์ทั้ง 5 หลักสูตร ซึ่งเปิดระบบตั้งแต่เดือนเมษายนถึงปัจจุบัน มีผู้เข้าร่วมอบรมมากกว่า 8 แสนครั้ง เป็นการปูพรมยกระดับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการรายย่อยได้เข้าถึง เข้าใจ และสามารถนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสม
“วันนี้ เทคโนโลยีอยู่ในมือเราแล้ว อย่าไปมองว่าเราเป็นแค่พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอยตัวเล็กๆ แล้วจะใช้เทคโนโลยีไม่ได้ เพราะยุคนี้ลูกค้าเราอยู่บนออนไลน์กันเป็นปกติ ถ้าเรายังเป็น ‘ผู้ขาย’ ที่ต้องการรายได้ เราก็ต้องเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในออนไลน์ด้วยเช่นกัน เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นทันกับเงินเฟ้อที่เปลี่ยนไปหรือสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ” โครงการ Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่ ทั้งเฟส 1 และเฟส 2 เข้าถึงผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่เป้าหมายแล้วรวม 35 จังหวัด ก้าวต่อไป คือการเข้าถึงผู้ประกอบการรายย่อยให้ครบทั้ง 76 จังหวัด เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์หลักของดีป้า นั่นคือการส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อย หาบเร่แผงลอย ให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลกับธุรกิจของตัวเองได้อย่างเหมาะสมและสร้างรายได้ที่ยั่งยืน