จากผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์สไลฟ์สไตล์แฟชั่นลักชูรีเมื่อ 13 ปีที่แล้ว วันนี้ “ธนจิรากรุ๊ป” ยื่นไฟล์ลิ่งเข้าสู่บริษัทในตลาดหลักทรัพย์เต็มตัวภายในสิ้นปีนี้ พร้อมพอร์ตโฟลิโอที่มีอยู่ในมือได้แก่ กลุ่มบริษัทจำหน่ายแบรนด์ไลฟ์สไตล์แฟชั่นจากต่างประเทศ 3 แบรนด์อย่าง Pandora, Marrimeko และ Cath Kidston และกลุ่มธุรกิจสปา 4 แบรนด์ ได้แก่ HARNN Heritage Spa, the Spa by HARNN, By HARNN และ SCape by HARNN
จุดเริ่มต้นของธนจิรากรุ๊ปเกิดจากการนำเข้า Pandora เครื่องประดับระดับพรีเมียมสัญชาติเดนมาร์กมาจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งต้องยอมรับว่า Pandora ไม่ได้เป็นแบรนด์ที่คนไทยรู้จักมากนัก แต่ธนจิรากรุ๊ปใช้วิธีหยิบจุดต่างของแบรนด์ที่สามารถ Tailor made ที่มีชิ้นเดียวในโลกมาสร้างเป็นจุดแข็ง ลงทุนสร้างร้านค้าขนาดใหญ่เพื่อให้ลูกค้าได้ไอเดียใส่เครื่องประดับ Mix & Match ประกอบกับเลือกอินฟลูเอ็นเซอร์มา Endorse แบรนด์เพื่อจุดกระแสให้เป็นที่รู้จัก จนกลายเป็นแบรนด์เครื่องประดับที่ติดตลาด
ต่อมานำเข้า Marrimeko แบรนด์ไลฟ์สไตล์สัญชาติฟินแลนด์ แต่แทนที่จะขายสินค้าของใช้ภายในบ้านตามสไตล์ประเทศบ้านเกิดของแบรนด์ ธนจิรากรุ๊ปกลับดูบริบทคนไทยส่วนใหญ่ที่ชอบการแต่งตัวมากกว่าแต่งบ้าน จึงเลือกที่จะนำ Tote Bag มาเปิดตัวขายก่อนเพราะราคาพอจะจับต้องได้มากที่สุด โดยเจาะไปที่กลุ่มวัยรุ่นเพื่อสร้างกระแส แล้วก็ได้ผลตามคาด เพราะ Tote Bag ลายดอกไม้สีจัดจ้านถูกขายไปเฉลี่ยปีละ 23,000-26,000 ใบ เดินไปไหนมาไหนก็จะเห็นนักเรียนนักศึกษาสะพาย Tote Bag ของ Marrimeko เต็มไปหมด นอกจากสร้างกระแสเงินสดเข้ามาในองค์กรแล้ว ยังเชื้อเชิญให้คนเข้ามาทำความรู้จักมากขึ้นเพื่อต่อยอดการซื้อไปถึงเสื้อผ้า และของใช้ในบ้าน เช่นเดียวกับ Cath Kidston แบรนด์ไลฟ์สไตล์สัญชาติอังกฤษ ที่ธนจิรากรุ๊ปทำ M&A ในบางส่วน ปั้นแบรนด์กระเป๋าพรีเมียมจนติดแล้วขยายสินค้าไลฟ์สไตล์ในเวลาต่อมา
จะเห็นได้ว่าธนจิรากรุ๊ปไม่ได้ทำตัวเป็นแค่ตัวแทนจำหน่าย นำเข้าสินค้าเข้ามาแล้วก็ขายไป แต่ครีเอทตลาดให้แบรนด์มีตัวตนจนโด่งดัง และมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เสมอ
ธนพงษ์ จิราพาณิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงหลักการในการนำเข้าแบรนด์สินค้ามาจำหน่ายในประเทศไทยว่า เลือกแบรนด์พรีเมียมที่มีความต่างในตลาด แม้จะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก แต่หากแบรนด์มีตัวตนที่ชัดเจนจะเปิดทางให้เกิดการนำไปต่อยอดง่ายขึ้น แต่ที่สำคัญคือการสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าให้มีอารมณ์ร่วมกับแบรนด์
นั่นจึงเป็นที่มาของการเปิดร้านคาเฟ่ Marrimeko และ Cath Kidston Tea Room แห่งแรกของโลก หลังจากธนจิรากรุ๊ปมองเห็นโอกาสก่อนบริษัทแม่ และมองว่ายังไงซะ F&B เป็นอะไรที่ซื้อกินได้ทุกวัน ช่วยดึงให้ลูกค้าเข้าร้านบ่อยๆ เมื่อมาบ่อยๆ ย่อมผูกพันกับแบรนด์และทำให้เกิดซื้อสินค้าภายในร้านเพิ่มขึ้น ส่วนคนที่ไม่เคยรู้จักแบรนด์นี้มาก่อนก็รู้จัก และกลายเป็นลูกค้าในที่สุด กลยุทธ์นี้พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่า ช่วยกระตุ้นยอดขายเพิ่มขึ้นได้อย่างมีนัยยะ โดยเฉพาะสินค้าในหมวดของใช้และตกแต่งบ้าน
นอจากนำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์นำเข้าแล้ว ธนจิรากรุ๊ปตัดสินใจทุ่มเงินราว 1,000 ล้านบาท ซื้อกิจการ HARNN เพื่อขยายธุรกิจสู่กลุ่มสุขภาพและความงาม เสริมความแข็งแกร่งให้แก่พอร์ตธุรกิจของกลุ่มบริษัท โดยใช้โมเดลการเติบโตผ่านร้านสปาลักชูรี, Concept Store ที่ลงทุนเอง และขายแฟรนไชส์ในต่างประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น ฮ่องกง เวียดนาม และซาอุดีอาระเบีย
ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของธนจิรากรุ๊ปแบ่งเป็น Pandora 50% Marrimeko 17% Cath Kidston 13% และ HARNN 15-20% ซึ่งภายในสิ้นปีนี้จะมีแบรนด์ใหม่เข้ามาเติมเต็มพอร์ต นั่นคือ Bread Street Kitchen by Gordon Ramsay ที่ศูนย์การค้าดิเอ็มสเฟียร์ ชี้ให้เห็นทิศทางในอนาคตว่าธนจิรากรุ๊ปจะโฟกัสธุรกิจ F&B มากขึ้น
"คนเราไม่สามารถซื้อสินค้าแฟชั่นได้ทุกวัน แต่อาหารเป็นสิ่งที่เรากินทุกวัน และกระตุ้นให้คนทำความรู้จักกับแบรนด์ตลอดเวลา ไม่ลืมแบรนด์ สร้างสีสัน และความต่อเนื่องให้แบรนด์อยู่ในกระแสเรื่อยๆ แต่เรายังอยู่ในธุรกิจแฟชั่นแบรนด์ เพราะปีหน้าจะมีแบรนด์ใหม่เข้ามาเติมพอร์ตรองรับดีมานด์ในตลาด”