จากงาน “Ambition for the Future” เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้เผยแนวคิดโมเดลธุรกิจใหม่ที่มี ชื่อว่า “Retail of the Future” เตรียมปรับใช้ต้นปี 2024 คาดว่าจะสามารถพลิกโฉมธุรกิจค้าปลีก โดยมีการวางเป้าหมายสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับลักชัวรี่ในประเทศไทย และมุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์ให้กับลูกค้าครอบคลุมในทุกมิติ ดังนี้
โปร่งใส่ & เท่าเทียม
ทางแบรนด์พบว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคก่อนตัดสินใจซื้อรถมักจะตามหาราคาที่ดีที่สุดจากผู้จำหน่ายฯ แต่ละแห่ง อีกทั้งยังพบว่าเมื่อหลังจากซื้อรถไปเรียบร้อยแล้ว ในวงสนทนาของผู้ใช้ด้วยกันเองจะคอยพูดถึงเรื่องราคารถที่ตนได้มา แน่นอนว่าต้องมีราคาที่ไม่ตรงกันบ้าง ฝั่งที่ได้มาในราคาต่ำกว่าคงไม่ได้เป็นปัญหาอะไร กลับกันฝั่งที่ได้มาในราคาที่สูงกว่าคงมีอาการไม่ค่อยชอบใจนักบ้าง ส่งผลให้บ่อยครั้งการได้รถมาในราคาที่ไม่เท่ากันจึงส่งผลต่อความรู้สึกของผู้ซื้อ
โดยโมเดลธุรกิจใหม่นี้ เน้นความโปร่งใสของราคาและข้อเสนอจากผู้จำหน่ายฯ ที่เท่าเทียมกัน ทำให้สามารถเข้ามาสร้างและยกระดับประสบการณ์ที่ดีกว่าเดิมให้กับผู้ใช้งานตามมาตรฐานของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย
นอกจากนี้ การปรับโมเดลใหม่นำมาซึ่งการปรับสัญญากับทางพาร์ทเนอร์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทยใหม่ด้วย เนื่องจากการสร้างมาตรฐานที่เท่าเทียมกันในแต่ละตัวแทนจำหน่าย ทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์นอกจากจะคุมราคาให้มีมาตรฐานเดียวกันแล้ว ยังต้องดูรวมไปถึง Package, Giveaway หรือ Benefit อื่นๆ ตามข้อตกลง ฉะนั้นก่อนจะมีการดำเนินการตามแผนธุรกิจใหม่ ทางแบรนด์จึงมีการทำ Workshop กับตัวแทนจำหน่าย สร้างความเข้าใจและป้องกันการละเมิดข้อสัญญา เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันตามเป้าหมายของแบรนด์
No More Stock, No More Waiting List!
ตามโมเดลธุรกิจใหม่นี้ ผู้ที่สนใจไม่ต้องรอและตามหาดีลเลอร์ราคาดีที่สุด สามารถเข้าถึงสต๊อกของรถยนต์ทุกรุ่นจากทุกผู้จำหน่ายฯ ไม่ว่าจะเป็นผ่านช่องทางออนไลน์หรือออฟไลน์ ซึ่งทางผู้จำหน่ายฯจะอยู่ในทุกขั้นตอนการซื้อรถ ตั้งแต่การทำใบเสนอราคา การทดลองขับ จนไปถึงขั้นตอนการสั่งจอง และการส่งมอบรถยนต์
สังเกตเห็นได้ว่าโมเดลธุรกิจนี้จะทำให้ผู้จำหน่ายไม่ต้องแบกรับภาระด้านการจัดการคลังสินค้าและสต๊อกรถยนต์ เพราะรถจะถูกนำส่งจากคลังสินค้ากลางของเมอร์เซเดส-เบนซ์ นั่นหมายความว่าผู้จำหน่ายฯ จะไม่มีค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสต๊อกและความเสี่ยงด้านต้นทุนของธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ดังกล่าวจะทำให้ผู้จำหน่ายฯ มีประสิทธิภาพในการบริการที่ตอบสนองความต้องการของและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้มากขึ้น
ทั้งนี้ ในส่วนของระบบหลังบ้านที่เมอร์เซเดส-เบนซ์เตรียมการสร้างเพื่อดึงออนไลน์ให้สัมพันธ์กับออฟไลน์ เนื่องจากโมเดลใหม่ของแบรนด์ไม่ได้เน้นเพียงแค่การขายรถยนต์ผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น แต่รวมถึงจะส่งเสริมเครือข่ายการค้าปลีกของแบรนด์ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อมากขึ้น
โมเดลใหม่ “Retail of the Future” ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน คาดว่าจะส่งผลดีกับแบรนด์ระยะยาว เนื่องจากตัวเลขหลายๆ อย่าง อาทิ ยอดขาย รายได้ และกำไรจะดีขึ้นตามมา เพราะการดำเนินการตามนี้ลูกค้าจะซื้อความเป็นแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งนี้จากโมเดลยังทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึง Insight ของลูกค้าได้โดยตรง และนำมาจัดการพัฒนา ต่อยอด สร้างประสบการณ์ใหม่ส่งลงตลาดต่อไป
