แค่เปิดตัวก็ระอุแล้ว สำหรับตลาดค้าส่ง “ฟู้ด เซอร์วิส” หลังจากน้องใหม่ GO Wholesale (โก โฮลเซลล์) เปิดตัวอย่างเป็นทางการสาขาแรกบนถนนศรีนครินทร์ ที่มีพื้นที่กว่า 7,000 ตารางเมตร ในวันที่ 27 ตุลาคมนี้ ก็โดนรับน้องใหม่โดยเจ้าตลาดแม็คโคร ที่ประกาศเปิดตัวโฉมใหม่ของแม็คโคร สาขาศรีนครินทร์ในวันเดียวกัน โดยมีการรีโนเวทครั้งใหญ่ หลังจากที่สาขาแห่งนี้ที่ถือเป็นสาขาที่ 3 ของแม็คโครที่เปิดในบ้านเรา และอยู่มานานกว่า 30 ปี บนถนนเส้นนี้
ทั้งแม็คโคร ศรีนครินทร์ และ GO Wholesale สาขาแรก มีทำเลที่อยู่ห่างกันแค่ไม่ถึง 2 กิโลเมตร โดยแม็คโครจะตั้งอยู่ฝั่งซ้ายขาเข้าที่จะไปปากน้ำ ขณะที่สาขาของ GO Wholesale จะอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน และเป็นสาขาที่อยู่ในพื้นที่เดียวกับไทวัสดุและบ้านแอนด์บียอนด์ (ศรีนครินทร์-วงแหวนกาญจนาฯ)
การรับน้องใหม่ของแม็คโคร ศรีนครินทร์ นอกจากจะมีการจัดอีเว้นต์เปิดตัวโฉมใหม่ในวันที่ 27 ตุลาคม นอกจากจะมีการดึงพระเอกดังอย่าง ณเดช คูกิมิยะ เข้ามาเป็นแม่เหล็กของงานเปิดตัวแล้ว ยังมีการจัดแคมเปญโปรโมชั่นโดยจัดเอาสินค้าแม่เหล็กหลายตัวเข้ามาทำแคมเปญซื้อ 1 แถม 1
นอกจากนี้ ยังมีการปูพรมสื่อรถแห่ เพื่อโปรโมทการจัดงาน ซึ่งถือเป็นการขโมยซีนงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการของผู้มาใหม่
ก่อนหน้านั้น แม็คโคร ก็มีการเปิดตัวโมเดลสาขาในรูปแบบใหม่คือ Hybrid Wholesale โมเดลล่าสุดที่เพิ่งเปิดสาขาแรกไปที่สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 5 ต.ค.66 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเปิดบนทำเลที่มี Catchment Area ที่ครอบคลุมพื้นที่เดียวกันกับสาขาแรกของ GO Wholesale จึงเป็นเสมือนการใช้ 2 สาขาของตัวเองในการปิดหน้า ปิดท้ายคู่แข่งไปในตัว
สาขาปากน้ำเป็นโมเดลที่ผสมผสานระหว่างร้านค้าส่งแม็คโคร ที่นำความแข็งแกร่งของแม็คโคร ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคมากกว่า 30,000 รายการ ในราคาค้าส่งที่ดีที่สุด มาผสานความเป็นไลฟ์สไตล์ของโลตัส มอลล์ ที่มีศูนย์อาหารและร้านค้าชั้นนำกว่า 30 ร้านค้า โรงเรียนกวดวิชา แหล่งรวมความบันเทิงแบบครบวงจร
โมเดลใหม่ที่เปิดตัวมานี้ ไม่มีสโตร์ในรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตของโลตัสเข้ามาเปิด เนื่องจากไม่ต้องการให้มาแย่งแชร์กันเองบางส่วน แต่เป็นการเอาจุดแข็งในเรื่องของการบริหารไลฟ์สไตล์มอลล์ของโลตัส เข้ามาเปิดในรูปแบบของช้อปปิ้งมอลล์ เพื่อดึงให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการ
ขณะที่สาขาแรกของ GO Wholesale นั้น จะมีพื้นที่ขาย 7,000 ตารางเมตร มีสินค้ามากกว่า 20,000 รายการ ให้น้ำหนักไปที่สินค้าในกลุ่มอาหารทั้ง Dry Food และ Fresh Food ตามคอนเซ็ปต์ของการเป็น “King of Food” ที่วางไว้ โดยมีการเปิดตัวแบบ “ซอฟต์ โอเพ่นนิ่ง” ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม ที่เปิดให้ผู้ประกอบการโชวห่วยเข้ามาทำความรู้จักกับสาขาแห่งนี้ ตามด้วยกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการร้านอาหาร ในวันที่ 26 ตุลาคม ส่วนวันที่ 27 ตุลาคมจะเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

สุชาดา อิทธิจารุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือ CRCเจ้าของแบรนด์ค้าส่งฟู้ด เซอร์วิส GO Wholesale ให้ข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจว่า ทำเลบนถนนศรีนครินทร์ ถือว่าเป็นอีก 1 ทำเลที่น่าสนใจ เพราะสามารถครอบคลุมกำลังซื้อได้ทั้งจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมีประชากรรวมกันถึง 7 แสนครัวเรือน หรือประมาณ 1.4 ล้าน
ผู้บริหารของ เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ ยังบอกอีกว่า หากนับเฉพาะจังหวัดสมุทรปราการ มูลค่าของตลาดสินค้ากลุ่มอาหารมีตัวเลขสูงถึงเกือบแสนล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นทำเลที่มีศักยภาพทางธุรกิจไม่น้อย โดยเธอมองว่า การแข่งขันในตลาดเป็นเรื่องปกติ ซึ่งในท้ายที่สุดคนที่จะได้รับประโยชน์ก็คือลูกค้า และสิ่งที่จะเป็นความแตกต่างของเราเมื่อเทียบกับคู่แข่งก็คือ การส่งมอบประสบการณ์ใหม่ๆ รวมถึงบริการที่ดีที่พร้อมตอบโจทย์ผู้ประกอบการร้านอาหาร และร้านโชวห่วย โดยเฉพาะกับการนำเสนอสินค้าที่มีการคัดเลือกสินค้าและการทำแพ็กไซส์ให้เหมาะกับผู้ประกอบการในแต่ละกลุ่ม
“เราต้องการเป็นศูนย์ค้าส่งสินค้า ที่สร้างแรงบันดาลใจและจุดประกายให้ผู้ประกอบการทุกคนได้ค้นพบสูตรแห่งความสำเร็จ ที่เป็นทางเลือกใหม่ในการทำธุรกิจให้แตกต่าง พร้อมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ช่วยเสริมศักยภาพให้ทุกธุรกิจก้าวไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนไปด้วยกัน ผ่านการส่งมอบประสบการณ์ใหม่ในระบบสมาชิกที่มีสิทธิประโยชน์มากมาย ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ประกอบการในธุรกิจใด ๆ ก็ตาม โดยในช่วงของการเปิดแบบซอฟต์ โอเพ่นนิ่ง เราสามารถทำตัวเลขสมาชิกได้ประมาณกว่า 2 หมื่นราย ซึ่งเป็นไปตามเป้าที่วางไว้”
หลังจากการเปิดสาขานี้ ในเดือนพฤศจิกายน และธันวาคม จะมีการเปิดอีก 3 สาขาคือที่เชียงใหม่ บ่อวิน ชลบุรี และทีพัทยา โดยจะเน้นการเปิดสาขาไปยังเมืองท่องเที่ยวเป็นหลักก่อน ซึ่งคุณสุชาดามองว่า ภายใน 5 ปี จะเปิดสาขาได้ประมาณ 50 สาขา ในโมเดลเดียวกับสาขาแรกที่ศรีนครินทร์ที่มีพื้นที่ขาย 7,000 ตารางเมตร ขึ้นไป ซึ่งมองว่า จะเป็นรูปแบบสาขาที่สมบูรณ์แบบทั้งการนำเสนอสินค้า การให้บริการ และการส่งมอบประสบการณ์ที่แตกต่างได้
ส่วนในระยะยาว เธอมองว่า ศักยภาพของตลาดค้าส่งฟู้ด เซอร์วิส ในบ้านเรา ทำให้ GO Wholesale น่าจะขยายสาขาในต่างจังหวัดได้อย่างน้อยๆ จังหวัดละ 1 สาขา
จากข้อมูลของยูโรมอนิเตอร์ มีการประมาณการว่า ตลาดค้าส่งประเภทอาหารของบ้านเรา น่าจะมีมูลค่าประมาณกว่า 2 ล้านล้านบาท ในจำนวนนั้นแยกออกเป็น
1.ร้านค้าปลีกดั้งเดิมหรือโชวห่วย สัดส่วน 35%
2.ร้านค้าปลีกสมัยใหม่หรือโมเดิร์นเทรด 28%
3.ฟู้ด เซอร์วิส (ภัตราคาร ร้านอาหาร คีย์ออส ร้านรถเข็น แคทเทอริ่ง และจัดเลี้ยง 19%
4.โรงแรม 9%
5.โรงพยาบาล โรงเรียน โรงงาน 9%

เมื่อมองมาที่ผู้นำตลาดอย่างแม็คโครอยู่ในตลาดค้าส่งของบ้านเรามากว่า 30 ปีแล้ว พบว่ามีการพัฒนาฟอร์แมตสโตร์ให้เข้ากับพฤติกรรมของลูกค้า ตลอดจนโลเคชั่นที่เข้าไปเปิด ทำให้วันนี้ แม็คโคร มีฟอร์แมตของสโตร์ถึง 5 ฟอร์แมต ไล่ตั้งแต่
1. แม็คโคร คลาสสิก มีพื้นที่ขายโดยเฉลี่ยประมาณ 5,500 – 12,000 ตารางเมตร จับกลุ่มผู้ประกอบการร้านโชวห่วย และร้านค้าปลีกรายย่อย
2. แม็คโคร ฟู้ดเซอร์วิส มีพื้นที่ขายโดยเฉลี่ยตั้งแต่ 1,000 – 5,000 ตารางเมตร จับกลุ่มกลุ่มโฮเรก้าโดยเฉพาะ เช่น อาหารสด และอาหารแช่แข็ง อาหารแห้ง เครื่องครัว อุปกรณ์ในการเตรียมอาหาร และของใช้ที่จำเป็นสำหรับธุรกิจร้านอาหารและโรงแรม
3. อีโค พลัส พื้นที่เฉลี่ย 7,000 ตารางเมตร กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการย่อยโดยรูปแบบสาขานี้จะมีพื้นที่อาหารสดให้กับกลุ่มโฮเรก้าเพิ่มขึ้น เน้นเปิดในทำเลพื้นที่ที่มีธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารและจัดเลี้ยงจำนวนมาก และมีศักยภาพในการเติบโต เช่น สาขาพัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่ (หางดง) เป็นต้น
4. แม็คโครฟู้ดช็อป มีพื้นที่ขายโดยเฉลี่ย 600 – 800 ตารางเมตร จับกลุ่มโฮเรก้าในพื้นที่ สามารถซื้อสินค้าได้สะดวกขึ้นโดยไม่ต้องเดินทางไกล เพราะเป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าอาหารสด อาหารแช่แข็งขนาดเล็กแต่ครบวงจร เน้นกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหาร
5.Hybrid Wholesale โมเดลล่าสุดที่เพิ่งเปิดสาขาแรกไปที่สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 5 ต.ค.66 ที่ผ่านมา
ถือเป็นศึกยกแรกของการประมือของ 2 ยักษ์ใหญ่ในตลาดค้าส่งฟู้ด เซอร์วิส ที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว...