ตามคำบอกเล่าในงานแถลงข่าวเปิดตัวธุรกิจค้าส่ง “ฟู้ด เซอร์วิส” ของ ญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะการเปิดตัวธุรกิจค้าส่งภายใต้แบรนด์ GO Wholesale ขึ้น มานั้น ก็เพื่อให้เป็น New Growth Engine สำหรับ CRC ที่จะช่วยเติมเต็มกลุ่มฟู้ดให้เป็น Total Solution และตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มได้อย่างครบวงจร โดย GO Wholesale จะเป็นหนี่งใน Key Driver หลักให้กับธุรกิจกลุ่มฟู้ดของ CRC พร้อมทั้งเป็น Platform of Trust ให้กับทุก Stakeholders ด้วยการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ดีที่สุดให้กับผู้ประกอบการ
เมื่อมองเข้ามาในรายละเอียดของแผนรุกแล้ว จะพบว่า ยิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่ เพราะด้วยศักยภาพของเซ็นทรัล รีเทล เอง ที่มีค้าปลีกในเครือหลากหลายแบรนด์ และมีสาขารวมกัน 1,864 สาขา รวมถึงมีช้อปปิ้งมอลล์อีกรวม 100 แห่งกระจายอยู่ทั้งในประเทศไทยและเวียดนามที่พร้อมจะเข้ามาเป็นตัวช่วยสนับสนุนการขยายสาขา ซึ่งคุณญนน์ บอกว่า มีทำเลอยู่ในมือที่พร้อมจะเปิดถึง 70 สาขา ทำให้ แม้จะเป็นการเริ่มต้นนับ 1 ใหม่เมื่อเทียบกับเจ้าตลาดอย่างแม็คโคร แต่ก็พร้อมที่จะเพิ่มสปีดในการเพิ่มจำนวนสาขาให้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ตามแผนที่วางไว้ ช่วงที่เหลือของปีนี้ จะมีการเปิดสาขาทั้งหมด 4 สาขา สาขาแรกในวันที่ 27 ตุลาคมที่บริเวณด้านหน้าสโตร์แบรนด์ ไทวัสดุ × BnB Home สาขาสมุทรปราการ (ศรีนครินทร์-วงแหวนกาญจนาฯ) สาขาที่ 2 ในเดือน พ.ย.ที่เชียงใหม่ โดยจะปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่เป็นสาขาของ BnB Home บริเวณด้านข้างศูนย์การค้าเซ็นทรัล แอร์พอร์ต ส่วนสาขาที่ 3 และ 4 จะเปิดในเดือนธันวาคม ที่พัทยาบริเวณที่เป็นสาขาของ BnB Home เดิม และสาขาอมตะนคร จังหวัดชลบุรี ที่อาคารสโตร์แบรนด์ ไทวัสดุ เดิม โดยภายใน 5 ปี จะเปิดสาขารวมกันได้ไม่ต่ำกว่า 50 สาขา และน่าจะช่วยผลักดันให้สามารถทำยอดขายได้ 7 – 8 หมื่นล้านบาท
“การขยายสาขา ส่วนหนึ่งจะเป็นการปรับสาขาที่มีอยู่เดิมของค้าปลีกในเครือแบรนด์อื่นๆ ให้เป็น GO Wholesale โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีพื้นที่สโตร์ขนาดใหญ่อย่างไทวัสดุและ BnB Home โดยจะย้ายแบรนด์เดิมออกไปเปิดในโลเกชั่นที่ไกลออกไป ขณะที่บางสาขาจะเป็นการเปิดในพื้นที่ใหม่ที่มีศักยภาพ โดยจะดูจำนวนครัวเรือน และร้านค้าในบริเวณดังกล่าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจเปิดสาขา”
คุณญนน์ ยังบอกอีกว่า เซ็นทรัล รีเทล มีศักยภาพในการเปิดสาขาให้ได้อย่างน้อยๆ เดือนละ 1 สาขา ซึ่งจะเป็นการเปิดในอัตราเร่งที่ไม่เคยมีค้าปลีกในเครือแบรนด์ไหนทำมาก่อน เนื่องจากมองเห็นศักยภาพของตลาดค้าส่งฟู้ด เซอร์วิส ที่มีมูลค่าสูงถึง 2.6 ล้านล้านบาท ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีตลาดที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวที่น่าจะมีมูลค่า 3 – 4 แสนล้านบาทต่อปีเข้ามาเป็นอีกตัวสนับสนุน
ขณะที่ในตลาดนี้ มีคู่แข่งขันที่เป็นรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย ซึ่งเซ็นทรัล รีเทล ไม่ได้มองเชิงเปรียบเทียบกับคู่แข่ง แต่มองว่า ลูกค้าในตลาดนี้มีอะไรเป็น Pain point และพร้อมที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้กับเขา เพื่อให้สามารถเดินหน้าเติบโตไปด้วยกันได้

สุชาดา อิทธิจารุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ ธุรกิจในเครือ CRC บอกว่า ในช่วงแรกของการเปิดตัว จะเน้นสาขาในฟอร์แมทเดียวคือขนาดใหญ่มีพื้นที่ 7,000 – 8,000 ตารางเมตร และในช่วงแรกนี้ จะให้ความสำคัญไปที่การสร้างแบรนด์ GO Wholesale ให้เป็นที่รู้จักเพื่อดึงลูกค้าให้มาที่สโตร์ เนื่องจากมองว่า สาขาที่เปิด จะเป็นทัชพ้อยท์ที่ดีในการสร้างแบรนด์ เนื่องจากมีการนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ แบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน โดยเฉพาะกับการบริการ ที่จะมีพื้นที่ส่วนหนึ่งเปิดเป็นศูนย์ฝึกอบรมที่จะคอยให้คำแนะนำในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำร้านอาหาร
“เราเริ่มต้นใหม่ โอกาสที่จะทำเรื่องของบริการและการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างได้ง่ายกว่า โดยเราจะมองถึงความต้องการของลูกค้าเพื่อที่จะหาสินค้ามาแมทให้ตรงกับความต้องการของพวกเขา เป็นการ Customize ตามความต้องการของแต่ละคนได้ โดย GO Wholesale มีกลุ่มเป้าหมายหลัก 4 กลุ่ม คือ Food Retailers, Food Services, Food Lovers และกลุ่มโฮเรก้า ซึ่งจะได้รับการสนับสนุนจาก Power of Network ของกรุ๊ป ประกอบไปด้วยศูนย์การค้า 110 แห่ง ที่ครอบคลุมใน 100 จังหวัด ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม ร้านอาหารกว่า 6,750 ร้าน และ โรงแรม 93 แห่ง”
นอกจากนี้ยังมี Loyalty Platform อย่างเดอะ วัน ที่ครอบคลุมลูกค้ามากกว่า 28 ล้านราย รวมไปถึงทีมผู้บริหารมืออาชีพที่มากด้วยประสบการณ์ในธุรกิจค้าส่งอาหารมากกว่า 20 ปี ทั้งหมดนี้ทำให้เซ็นทรัล รีเทล มีความมั่นใจอย่างยิ่งในความพร้อมของ GO Wholesale ที่จะมาสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด
ส่วนการเปิดสาขาแรกที่ถนนศรีนครินทร์ไปเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมานั้น คุณสุชาดา มองว่า จะเป็นการเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจผ่านการเลือกทำเลที่ดี เพราะถนนศรีนครินทร์ เป็นพื้นที่ที่สามารถเข้าถึงกำลังซื้อของลูกค้าในจังหวัดสมุทรปราการและพื้นที่ใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี

โดยหากมองเข้ามาที่ตัวเลขประชากร พบว่า จังหวัดสมุทรปราการ มีประชากรรวมกันถึง 7 แสนครัวเรือน หรือ 1.4 ล้านคน และเมื่อมองมาที่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอาหารในพื้นที่นี้ พบว่ามีมูลค่าสูงถึงเกือบแสนล้านบาทเลยทีเดียว โดยสาขาศรีนครินทร์ จะใช้เงินลงทุนกว่า 375 ล้านบาท มีพื้นที่ขาย 7,000 ตารางเมตร ครอบคลุมการนำเสนอสินค้ากว่า 20,000 รายการ โดยจะให้น้ำหนักมาที่สินค้าในกลุ่ม Fresh Food และ Dry Food ในสัดส่วนถึง 45% เพื่อสะท้อนความเป็น คิง ออฟ ฟู้ด ของ GO Wholesale นั่นเอง
หลังการเปิดสาขาแรกที่ถนนศรีนครินทร์แล้ว จะมีการเปิดสาขาภายในปีนี้ให้ครบ 4 สาขา โดยในเดือนพฤศจิกายน จะเปิดที่เชียงใหม่ กับชลบุรี ส่วนในเดือนธันวาคม จะเปิดที่นิคมอมตะ ชลบุรี และพัทยา โดยในช่วงแรกจะเน้นที่เมืองท่องเที่ยวเป็นหลัก
การเข้าตลาดของผู้มาใหม่รายนี้ จึงน่าจะเข้ามากระตุ้นให้ผู้นำตลาดอย่างแม็คโคร กลับมาทำตลาดอย่างเข้มข้นมากขึ้น จึงนับเป็นอีกการเข้าตลาดที่น่าจับตามองไม่น้อยทีเดียว....